“จัดบ้านก็เหมือนจัดใจ” จิตวิทยาการเก็บกวาดบ้านที่แสนน่าเบื่อ แต่กลับทำเงินได้กว่าร้อยล้าน!
“คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก” ถ้าจะว่าถึงเรื่องของสุขภาพจิต ก็นับว่าเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนมากจริง ๆ สภาพแวดล้อมส่งผลต่อสภาพจิตใจ และสภาพจิตใจเองก็ส่งผลต่อสุขภาพกายตามมา
ในสถานการณ์ปัจจุบัน โลกไม่ได้เปิดโอกาสให้เรามีตัวเลือกในชีวิตมากนัก ความกดดันทุกสิ่งอย่างถาโถมเข้ามาพร้อมกันหมดจนแทบจะจัดการไม่ได้ ทำให้เหลือแค่สภาพแวดล้อมเดียวที่เราพอจะควบคุมมันได้จริง ๆ ก็คือ “บ้าน” หรือ “ห้องนอน” ของเราเอง
Robin Battison / Unsplash
เชื่อหรือไม่? ห้องนอนรกทำให้จิตใจยุ่งเหยิง!
ถ้านับกันจริง ๆ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ตื่นลืมตาขึ้นมายันวินาทีสุดท้ายก่อนที่เราจะหลับตานอน สิ่งที่เราต้องเห็นมันอยู่ทุกวัน ก็คือสภาพของบ้านและห้องนอนของเราเอง และส่วนหนึ่งของความเครียดกับอาการจิตตก ก็เกิดจากวิธีการจัดห้องของเราได้ด้วยนั่นเอง
มีงานวิจัยที่ศึกษาความเชื่อมโยงของความเป็นระเบียบในบ้านกับระดับความเครียด พบว่างานบ้านหลายอย่างที่ยังทำไม่เสร็จ ไปจนถึงสภาพบ้านที่ไม่เป็นระเบียบ แค่ได้เห็นมันเรื่อย ๆ ก็ส่งผลต่อระดับคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียดให้เพิ่มขึ้นได้แล้ว
นอกจากนั้นการทำงานท่ามกลางข้าวของที่กระจัดกระจาย ก็จะตั้งสมาธิได้ไม่เต็มประสิทธิภาพซะทีเดียว ด้วยของกระจุกกระจิกบนโต๊ะทำงาน หรือพื้นบ้านที่มีใบเสร็จหล่นอยู่ตรงนู้นนิดตรงนี้หน่อย ก็มากเพียงพอที่จะรบกวนการทำงานของสมองได้ เพราะข้าวของที่อยู่ไม่เป็นที่ จะไปกระตุกต่อมความกังวลขึ้นมา ทุกครั้งที่เห็นก็เหมือนเป็นการตอกย้ำว่ายังมีอะไรที่ทำไม่เสร็จ จนสมองเราแอบออกนอกลู่นอกทางไปคิดเรื่องอื่นอยู่ได้บ่อย ๆ ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่มีสมาธิทำงานนั่นแหละ
Bench Accounting / Unsplash
จัดบ้านก็เหมือนจัดใจ
เวลาที่ใครต้องเผชิญกับความผิดปกติทางจิตใจ อย่างความเครียดเรื้อรัง หรือจมอยู่กับความผิดหวังและสูญเสียความมั่นใจในตัวเองจนไม่กล้าหรือไม่อยากลงมือทำอะไรเลย สิ่งแรกที่นักจิตวิทยาบำบัดมักจะแนะนำก็คือการให้ลองเริ่มจัดการกับอะไรง่าย ๆ ในชีวิต หรือลองเริ่มควบคุมในสิ่งที่เราควบคุมได้ทีละเล็กทีละน้อย
เมื่อเริ่มทำสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะเหมือนเป็นการสร้างกลไก ‘Sense of control’ หรือช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่าเราสามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ได้ ซึ่งกลไกนี้เป็นกุญแจสำคัญในการกอบกู้สภาพจิตใจให้เริ่มกลับมาคงที่และมั่นคงอีกครั้ง
ในขณะที่โลกข้างนอกบ้านที่ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราซักอย่าง แต่ถ้าเรายังสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมที่เรากินอยู่หลับนอนได้ด้วยตัวของเราเอง ก็จัดว่าเป็นการสร้างเกราะกำบังให้จิตใจเราได้มีเซฟโซนอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการจัดระเบียบ หรือในด้านการตกแต่งเพื่อความสวยงามและความรู้สึกก็ตาม
Wonderlane / Unsplash
จัดระเบียบนิดให้เรียบร้อย ตกแต่งหน่อยให้ใจฟู
ถ้าจะพักเรื่องศิลป์หันมามองที่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ก็อาจลองเริ่มต้นจากการคิดว่า ‘ของชิ้นนี้ควรอยู่ตรงไหน’ ทำไปซักพักค่อยขยับไปคิดว่า ‘ของประเภทนี้ควรอยู่ตรงไหน’ ให้สะดวกสบายต่อการใช้งาน อะไรต้องใช้บ่อยก็อาจจะอยู่ใกล้ตัว อะไรไม่ค่อยได้ใช้ก็อาจจะจัดเก็บไว้ในตู้ให้เป็นกลุ่มให้หาง่าย และสุดท้ายคือการปรับทิศ โต๊ะ ตู้ โซฟา เสียใหม่ หรือย้ายที่บ้างให้พอได้รู้สึกตื่นเต้นแปลกตา ซึ่งถ้าโชคดีเข้าที่เข้าทางก็อาจจะเกิดพื้นที่ใช้สอยใหม่ ๆ ได้ด้วย
ถ้าอยากจะเนี้ยบกว่านั้น ลองมาดูด้านการตกแต่งเพื่อความสวยงาม แนวคิดง่าย ๆ เช่นการเลือกซื้อและจัดเฟอร์นิเจอร์ให้อยู่ในสไตล์เดียวกันก็ถือว่าเพียงพอ อาจจะเป็นธีมบ้านไม้อบอุ่นแบบญี่ปุ่น หรือถมพื้นที่ให้เต็มไปด้วยของตกแต่งแนวเกมและการ์ตูน หรือถ้าเลือกสไตล์ข้าวของไม่เก่ง ก็อาจจะลองเป็นการ “คุมโทนสี” ซึ่งก็มีผลดีในเชิงการบำบัดโรค (Color Therapy) ด้วยเช่นกัน
https://konmari.com/
“มาริเอะ คอนโด” ซูเปอร์แม่บ้านที่จัดบ้านคนอื่นจนกวาดรายได้ไปกว่าร้อยล้าน!
การเก็บกวาดบ้านเป็นสิ่งที่ต้องทำซ้ำไปมาอย่างสม่ำเสมอ และคนในเมืองส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยมีเวลาก็มักรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานบ้านกันถ้วนหน้า แต่ไม่ใช่กับมาริเอะ คอนโด (Marie Kondo) ผู้ที่นำงานอดิเรกในการจัดบ้านมาต่อยอดเป็นธุรกิจจนกวาดเงินไปได้หลายร้อยล้าน
เธอเริ่มต้นจากการบังเอิญไปเจอหนังสือที่เกี่ยวกับเทคนิคการทิ้งสิ่งของ ที่สามารถมาแก้ปัญหาเรื่อง “บ้านที่ไม่ว่าจัดกี่รอบ…ก็ยังกลับมารกเหมือนเดิม” ได้อย่างอยู่หมัด คอนโดจึงได้เอาหลักการที่เรียนรู้ใหม่มารวมกับสไตล์การจัดบ้านในแบบของเธอ ออกมาเป็น ‘KonMari Method’ และเธอยังบอกอีกว่าวิธีการนี้ไม่ได้แค่ช่วยให้บ้านหายรก แต่ยังช่วยให้เรามีความสุขขึ้นได้ด้วย
จุดเริ่มต้นของการสร้างรายได้ เกิดจากการจัดบ้านให้กับเพื่อนฝูงและคนรู้จักแบบปากต่อปาก จนสามารถเริ่มต้นกิจการของตัวเองได้อย่างจริงจังด้วยอายุเพียงแค่ 19 ปี และมาโด่งดังเป็นพลุแตกหลังจากที่เธอนำเอาหลักการจัดบ้านของเธอมาเขียนเป็นหนังสือออกตีพิมพ์ในชื่อ The Life-Changing Magic of Tidying Up และยังมีสารคดีของตัวเธอเองบน Netflix ในปี 2019 อีกด้วย
มีการประเมินรายได้ของเธอจากการเปิดคอร์สสอน และการเดินสายให้คำปรึกษาด้านการจัดบ้านในหลากหลายประเทศว่าอยู่ที่ราว 8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 240 ล้านบาทเลยทีเดียว ใครจะไปเชื่อว่าการเก็บกวาดบ้านที่น่าเบื่อจะสามารถสร้างรายได้สูงได้ถึงขนาดนี้
Lesly Juarez / Unsplash
ไม่ต้องรื้อบ้านใหม่ ก็ยังมีงานอดิเรกจัดเรียงน่ารัก ๆ ที่เยียวยาใจได้อยู่
นอกจากเทรนด์การจัดโต๊ะคอมที่เพิ่งฮิตกันไปเมื่อช่วงล็อกดาวน์ ก็ยังมีงานอดิเรกแบบคลาสสิกที่ยังเป็นที่นิยมกันอยู่อีกหลายอย่าง เช่นการสะสมฟิกเกอร์หรือตุ๊กตา โดยเฉพาะที่เป็นตัวละครการ์ตูนในอิริยาบถต่าง ๆ ก็เป็นงานอดิเรกที่หลายคนชื่นชอบ ซึ่งเมื่อเริ่มจะสะสมแล้วก็ต้องมีการวางแผนการจัดเก็บและจัดแสดงเล็กน้อย โดยอาจเริ่มง่าย ๆ จากตู้กระจกขนาดเล็ก สามารถติดไฟ LED เพื่อเพิ่มความสวยงามได้
ความสนุกของการสะสมก็จะอยู่ที่ความทรงจำที่มีต่อของแต่ละชิ้น และการประเมินที่มาที่ไป จัดเรียงหมวดหมู่และตามหาให้ครบคอลเล็กชัน ซึ่งในวันหนึ่งโซนของสะสมนี้อาจมีคุณค่าทางใจมากพอที่ทำให้กลายเป็นมุมโปรดในบ้าน เดินผ่านไปมาก็ภูมิใจ และเนื่องจากเป็นของสะสม ก็อาจสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำในอนาคตด้วยก็เป็นได้
หรือการปลูกต้นไม้ขนาดเล็กซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ชาวคอนโด ก็เป็นสิ่งที่เยียวยาใจได้ดีไม่แพ้กัน อย่างต้นไม้ตระกูลกระบองเพชร (Cactus) พืชอวบน้ำสุดน่ารัก (Succulent) ก็ดูแลง่ายและใช้พื้นที่แค่เล็กน้อย หรือถ้าอยากขยายพื้นที่เพิ่มอีกหน่อย ก็ลองเพิ่มเทอร์ราเรียม (Terrarium) หรือสวนในขวดโหลเข้าไปวางใกล้ ๆ กันด้วยก็ย่อมได้
เพราะการปลูกต้นไม้ขนาดเล็กที่ดูแลง่าย ไม่เหี่ยวเฉาง่ายจนเกินไป จะทำให้เราได้จัดการกับต้นไม้เหล่านั้นได้อย่างที่ต้องการ รวมถึงการได้เฝ้ามองการเจริญเติบโตของเจ้าต้นไม้จิ๋วเหล่านั้น ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองสามารถควบคุมอะไรได้และก่อให้เกิด Sense of Control เช่นกัน
Radu Marcusu / Unsplash
ใครที่คิดว่าสภาพแวดล้อมในบ้านไม่สำคัญ ต้องลองเปิดใจบ้างแล้วล่ะ!
การแต่งบ้าน ไม่ว่าจะทั้งด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อย หรือจะด้านความสวยงามเชิงศิลป์ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำให้เสร็จได้ภายในไม่กี่นาที (ถ้าเหนื่อยหน่อยก็อาจทำได้) แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม และควรเริ่มทำมันทีละนิดในแต่ละวัน โดยไม่สำคัญว่าเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็ก เพราะขนาดแค่สีของหลอดไฟในห้องนอนก็ยังมีผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้เลย
ลองมองไปรอบ ๆ ห้องดู ในเมื่อเราต้องตื่นขึ้นมาทุกวันในห้องนี้ และหลับตาลงในห้องนี้แล้วล่ะก็ มาค่อย ๆ เปลี่ยนมันให้กลายเป็นที่ที่มีความสุขกันเถอะ
ที่มา : บทความ “ให้งานบ้านเยียวยาจิตใจในช่วงวิกฤต : ว่าด้วยจิตวิทยาของการเก็บกวาดและตกแต่งบ้าน” โดย Warittha Saejia จาก thematter.co
บทความ “The Relationship Between Mental Health and Cleaning” โดย Sherri Gordon จาก www.verywellmind.com
บทความ “สารพัดกิจกรรมบำบัดลดเครียด เหงา ซึมเศร้า และอาการนอนไม่หลับ(ตอนที่1)” โดย ชวลิดา เชียงกูล จาก dmh.go.th
บทความ “ทำความรู้จัก “คนโด มาริเอะ” สาวญี่ปุ่นที่ยืนหนึ่งในงาน Cannes Lion 2019” โดย digi sloth จาก www.marketingoops.com
บทความ “Sense of control กลไกสำคัญที่ทำให้มนุษย์สามารถดำรงอยู่รอดอย่างมีความสุข” โดย ฉกาจ ชลายุทธ จาก creativetalklive.com
เรื่อง : สโรชา พรรณพิสิฐ