โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SJWD ย้ำรายได้ปี 68 โต 12% มุ่งขับเคลื่อน “โลจิสติกส์” ครบวงจร สู่เป้ามาร์เก็ตแคปแสนล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 10.03 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโต 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมวางแผนเติบโตเฉลี่ยปีละ 12% ในช่วงปี 2567-2572 และตั้งเป้าอัตรากำไรสุทธิเติบโต 8% ภายในปี 2572

โดยบริษัทจะมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศและเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจรในอาเซียนและจีน ผ่านธุรกิจดาวรุ่งอย่าง ธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น ซึ่งจะเปิดห้องเย็นใหม่อีก 4 แห่ง รวมพื้นที่ 37,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมยาและเฮลท์แคร์

นอกจากนี้ ธุรกิจบริหารยานยนต์ ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยให้บริการรถยนต์กว่า 5 แสนคันในปีที่ผ่านมา และมีแผนขยายสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกัน ธุรกิจ Freight หรือตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มรายได้เป็น 2,500 ล้านบาท ภายในปี 2572 พร้อมพัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม NSW Service Provider เชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ

สำหรับ ธุรกิจต่างประเทศ บริษัทวางแผนขยายตัวในจีน เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยร่วมมือกับ JUSDA ในจีนให้บริการขนส่งสินค้าข้ามแดน และศึกษาความร่วมมือกับ Ruiyun Logistics สำหรับบริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิข้ามแดนระหว่างไทย เวียดนาม และจีน นอกจากนี้ ยังมีแผนร่วมทุนกับ SWIFT เพื่อพัฒนาโครงการคลังสินค้าห้องเย็นในมาเลเซีย รวมพื้นที่กว่า 31,000 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 1/2569

อีกทั้งบริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตเชิงรุก โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) เป็น 1 แสนล้านบาทภายในปี 2573 และเพิ่มสัดส่วนกำไรจากต่างประเทศเป็น 40% ผ่านกลยุทธ์ขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย Green Logistics เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593

ขณะที่ปัจจุบัน SJWD เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรที่ดำเนินธุรกิจใน 9 ประเทศในอาเซียนและจีนตอนใต้ โดยมีพื้นที่คลังสินค้ากว่า 2.3 ล้านตารางเมตร ครอบคลุมคลังสินค้าทั่วไป คลังสินค้าอันตราย คลังควบคุมอุณหภูมิ และลานจอดยานยนต์ รวมถึงมีเครือข่ายขนส่งที่แข็งแกร่ง ทั้งรถขนส่งกว่า 14,000 คัน และเรือบรรทุกสินค้ากว่า 220 ลำ รองรับลูกค้ากว่า 2,400 ราย พร้อมพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

ด้านสถานะทางการเงิน บริษัทฯ มีความแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นปี 2567 มีอัตราหนี้สินต่อทุนที่มีภาระดอกเบี้ย (D/E) อยู่ที่ 0.67 เท่า และมีเงินสดคงเหลือกว่า 2,400 ล้านบาท นอกจากนี้ การเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 4,200 ล้านบาทในปีที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทฯ

โดยบริษัทยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ครบวงจร ด้วยกลยุทธ์การเติบโตบนพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งในแง่ของมูลค่า (Value) และปริมาณ (Volume) พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้สอดรับกับโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ผ่านเครือข่ายการขนส่งที่เชื่อมโยงอาเซียนและจีน รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจการค้าในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีความมั่นคงทางการเงินและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวคิด “โลจิสติกส์สีเขียว” ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อโลก โดยบริษัทพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ตอบโจทย์ทั้งภาคธุรกิจและสังคมไปพร้อมกัน

ส่วนงบลงทุนปีนี้คาดการณ์ว่าอยู่ในระดับไม่เกิน 100 ล้านบาท เนื่องจากมีการลงทุนหลักๆ ไปแล้วในปีที่ผ่านมา มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้จะใช้ในการขยายขยายธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นเป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...