กทม. เตือนวันนี้ (4 เม.ย.) ร้อนระดับ ‘อันตราย’ ขณะที่เกือบทุกภาคร้อนจัดขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือ “ร้อนพ่วงฝุ่น”
กทม. ประกาศเตือนประชาชนรับมือสภาพอากาศร้อนจัด หลังค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) 4 เม.ย. พุ่งสูงอยู่ในเกณฑ์ “อันตราย” ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหากทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
โดยเกณฑ์ความร้อนตามกรมอนามัย (ดัชนีความร้อน – Heat Index) แบ่งเป็น 4 ระดับ เพื่อเตือนภัยสุขภาพ เพื่อเตือนภัยสุขภาพ
- 27.0-32.9°C (เฝ้าระวัง)
- 33.0-41.9°C (เตือนภัย-เสี่ยงเพลียแดด)
- 42.0-51.9°C (อันตราย-เสี่ยงฮีทสโตรก)
- 52.0 องศาเซลเซียส (อันตรายมาก): เสี่ยงฮีทสโตรกสูงสุด มีโอกาสเสียชีวิตเฉียบพลันหากอยู่กลางแจ้งนาน ต้องงดกิจกรรมกลางแจ้งเด็ดขาด
ดัชนีความร้อนคืออุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้จริง ซึ่งเกิดจากความร้อนของอากาศร่วมกับความชื้นในอากาศ โดยในระดับที่ประกาศเป็นเกณฑ์อันตรายนี้ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพหากทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
แนะประชาชนที่ต้องการติดตามรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศและดัชนีความร้อนอย่างใกล้ชิด สามารถตรวจสอบข้อมูลแบบ Real-time ได้ที่เว็บไซต์ : airbkk.com แอปพลิเคชัน : AirBKK
มาตรการรับมือ กทม.
กทม. ในฤดูร้อน มีปัจจัยเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากความร้อน เพราะมีประชากรหนาแน่น สภาพเมืองที่มีตึกสูง และมีวัสดุสะท้อนความร้อนตามตึกสูง เกิดปรากฎการณ์ เกาะความร้อน และทำให้คน กทม.กว่า 2,000 ชุมชนได้รับผลกระทบหนัก ที่ผ่านมา กทม.มีมาตรการ เช่น
ลดใช้เครื่องปรับอากาศ เพราะ การเปิดแอร์แต่ละครั้ง ทำให้ความร้อนข้างนอกสูงขึ้นตามไปด้วย
มาตรการ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และจุดหลบร้อน (Cooling Spaces) 255 จุดทั่วกรุง แบ่งเป็น สำนักงานเขต 50 แห่ง แต่สำหรับประชาชนบางกลุ่มอาจจะหลบร้อนได้ยาก โดยเฉพาะ กลุ่มแรงงานกลางแจ้ง และกลุ่มเปราะบางอย่างเด็กเล็ก คนมีโรคประจำตัว และคนสูงวัย เพราะจากงานวิจัยพบว่า การอยู่ในบ้านสังกะสี ที่เป็นชุมชนแออัด เป็นเวลานาน ๆ ส่งผลให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้น 5-10 องศาเซลเซียส
พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร (Chief Sustainability Officer) เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569
สถิติผู้เข้าใช้บริการห้องหลบร้อน (อ้างอิงข้อมูลรายงานจาก 198 แห่ง) นับตั้งแต่วันเปิดโครงการจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 พบว่ามีประชาชนให้ความสนใจเข้าใช้บริการรวมทั้งสิ้น 59,148 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการพื้นที่คลายร้อนของประชาชนอย่างชัดเจน
อุตุ เตือน ร้อนจัดเกือบทุกภาค เหนือ-อีสาน-กลาง อาจแตะ 42 องศาฯ
ขณะที่วันนี้ กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ส่วนภาคใต้มีอากาศร้อน เนื่องจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าว
ทำให้ประเทศไทยมีฝนน้อย ขอให้ประชาชน ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัด โดยหลีกเลี่ยงการทำงานหรือการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ไว้ด้วย
ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป อุณหภูมิสูงสุด 37-42 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก อุณหภูมิสูงสุด 34-40 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส
โดยภาคเหนือยังคงมีสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงที่สุดเพราะ มีรายงานอีกว่า ฝุ่นละอองในระยะนี้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์เกินมาตราฐาน เนื่องจากความหนาแน่น ของจุดความร้อนบริเวณภาคเหนือและบริเวณใกล้เคียงมีน้ำหนักมากกว่าความสามารถของการระบายอากาศ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่ง และควรสวมหน้ากาก N95 เพื่อความปลอดภัยเมื่ออยู่นอกอาคาร
คนไทยเสี่ยงเสียชีวิตจากความร้อน
ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยเคยร้อนสุดอยู่ที่ 44.6 องศามาแล้ว และเคยคร่าชีวิตสูงสุดอยู่ที่ 63 คน ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยาโลก ย้ำว่า ภายในปี 5 ปี เราจะกลับมาร้อนแบบนี้ หรือ อาจจะมากกว่า จึงเป็นคำถามว่าประเทศไทยจะต้องมีมาตรการที่เข้ามาป้องกันเรื่องความร้อนที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ ?