ทำ ‘มุ้งสู้ฝุ่น’ งบ 2,000 บาท ตัวช่วยสู้ PM2.5 นวัตกรรมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากพรรคประชาชน
ท่ามกลางสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะ สส. พรรคประชาชน เพื่อร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพอาสาดับไฟป่าที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พร้อมติดตามสถานการณ์จริงในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
การเดินทางครั้งนี้นอกจากเป็นการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ยังใช้เป็นโอกาสสื่อสารแนวทางจัดการปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันในเชิงนโยบาย โดยเน้นการแก้ไขทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวควบคู่กัน
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และอาสาในพื้นที่ พบว่าปัญหาหลักอยู่ที่สวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานที่ยังไม่เพียงพอ อาสาหลายคนต้องทำงานหนักโดยไม่มีหลักประกันที่ชัดเจน พรรคจึงเตรียมผลักดันให้มีการจัดทำประกันกลุ่มสำหรับอาสาดับไฟป่า ควบคู่กับการดูแลค่าตอบแทนและสิทธิพื้นฐาน รวมถึงการเพิ่มความคุ้มครองในกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ผู้ทำงานด่านหน้ามีความมั่นคงมากขึ้น
ขณะเดียวกัน พรรคยังเสนอให้เพิ่มงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะภารกิจป้องกันไฟป่า เช่น การทำแนวกันไฟ การจัดหาอุปกรณ์ และการสนับสนุนกำลังคนในพื้นที่ พร้อมผลักดันให้ท้องถิ่นมีบทบาทบริหารจัดการมากขึ้น หลังพบว่าที่ผ่านมางบประมาณในส่วนนี้ถูกปรับลดต่อเนื่อง ส่งผลให้การทำงานขาดความต่อเนื่อง
ในด้านการช่วยเหลือประชาชน พรรคประชาชนได้พัฒนาแนวทาง “มุ้งสู้ฝุ่น” เพื่อใช้ในครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วย เด็กเล็ก และผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงสูง อุปกรณ์ดังกล่าวมีต้นทุนประมาณ 1,500–2,000 บาท ใช้วัสดุพื้นฐานและสามารถทำได้เอง เหมาะสำหรับบ้านที่ไม่สามารถติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ โดยถูกออกแบบให้เป็นมาตรการช่วยเหลือระยะสั้นในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่นยังรุนแรง
ในระยะยาว พรรคประชาชนเตรียมผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด เพื่อกำหนดกรอบการจัดการมลพิษอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ การกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศ การตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
ข้อมูลจากการลงพื้นที่ยังพบว่า ค่าจุดความร้อนในประเทศไทยพุ่งสูงกว่า 5,050 จุด ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านมีมากกว่า 13,500 จุด สถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าปัญหาฝุ่นในภาคเหนือยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ และอาจลากยาวไปจนถึงช่วงปลายเดือนเมษายน ทำให้การเร่งดำเนินมาตรการทั้งเชิงป้องกันและการดูแลประชาชนยังเป็นภารกิจเร่งด่วนในเวลานี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง