โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

GFC หัวเรือหาย.!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 23.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เหลืออีกแค่ราวเดือนเศษ ๆ เท่านั้นที่หุ้นทำลูกบริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFCจะได้ตัดเค้กฉลองครบรอบ 2 ปีเต็มที่เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ mai (เข้า 13 ก.ย. 2566 ด้วยไอพีโอ 7.00 บาท) แล้วนะ…

แต่ไหงไปดูตัวเลขสำคัญทางการเงินของ GFC ในห้วงเวลา 2 ปีมานี้กลับถดถอยลงล่ะเนี่ย..!?

โอเค…รายได้และกำไรยังดูดีอยู่…อันนี้ไม่เถียง โดยปี 2565 มีรายได้รวม 276.12 ล้านบาท กำไรสุทธิ 65.68 ล้านบาท ถัดมาปี 2566 มีรายได้รวมเพิ่มเป็น 355.76 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิแตะที่ 77.49 ล้านบาท และปี 2567 รายได้รวมอยู่ที่ 373.15 ล้านบาท กำไรสุทธิ 73.51 ล้านบาท

ยกเว้นไตรมาสแรกปีนี้ที่กำไรสุทธิเหลือแค่ 5.75 ล้านบาท ลดลง 80.01% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2567 ที่มีกำไรสุทธิ 28.74 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการให้บริการ 90.46 ล้านบาท ลดลง 16.88% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2567 ที่ทำได้ 108.84 ล้านบาท

ถ้าไปส่องอัตรากำไรสุทธิจะเห็นว่าร่อยหรอลงเรื่อย ๆ จากปี 2565 อยู่ที่ 23.79% มาปี 2566 อยู่ที่ 21.78% ส่วนปี 2567 ลดลงเหลือ 19.65% ล่าสุดไตรมาส 1/2568 ลดวูบเหลือแค่ 7.67% เท่านั้น สะท้อนถึงศักยภาพในการทำกำไรที่ลดลงต่อเนื่อง..!!

ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ก็สาละวันเตี้ยลง จากเดิมอยู่ระดับ 20% ลดลงมาเหลือ 9.87% แล้วไหนจะอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) จากระดับ 42.55% ลดฮวบมาอยู่ที่ 8.78% เท่านั้น

หันไปดูมาร์เก็ตแคปก็ถดถอย ณ สิ้นปี 2566 เคยมีมาร์เก็ตแคป 2,398.00 ล้านบาท จากราคาหุ้น 10.90 บาท พอสิ้นปี 2567 มาร์เก็ตแคปเหลือแค่ 1,540.00 ล้านบาท จากราคาหุ้น 7.00 บาท ขณะที่ล่าสุดราคาหุ้นGFC ทรุดมาอยู่ที่ 4.28 บาท ส่งผลให้มาร์เก็ตแคปเหลือแค่ 941.60 ล้านบาท

GFCเผชิญตัวเลขสำคัญทางการเงินและมาร์เก็ตแคปถดถอยไม่พอ ล่าสุดยังมีกรณีผู้บริหารคนสำคัญมาลาออกอีก….

ถ้าผู้บริหารคนดังกล่าว เป็นมือปืนรับจ้างทั่ว ๆ ไป ก็คงไม่มีนัยอะไร…แต่นี่เป็น “กรพัส อัจฉริยมานีกูล”ซึ่งเป็นทั้งผู้บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง GFCเลยนะ..!! และน่าจะกลายเป็นโลโก้ของGFCไปแล้วด้วย..??

โดย “กรพัส” ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) กรรมการชุดย่อยทุกคณะ และกรรมการในบริษัทย่อย มีผลวันที่ 14 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา…โดยให้เหตุผลว่า “เนื่องจากมีภารกิจส่วนตัวที่ต้องรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น อันส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่าง ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”ขอบอกว่าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย…หรือใครจะเถียง

แม้ในระหว่างนี้ “กรพัส” จะยังนั่งรักษาการ CEO ไปพลาง ๆ ก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง CEO คนใหม่ก็เถอะ

ซึ่งดูแล้วการลาออกของ “กรพัส”เหมือนเป็นการตัดบัวไม่เหลือใยเสียด้วย เพราะลาออกจากทุกตำแหน่ง ทั้ง ๆ ที่GFCเป็นบริษัทที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้นมากับมือ ปลุกปั้นจนเติบใหญ่ และผลักดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อ 2 ปีก่อน…แล้วจู่ ๆ วันนี้มาลาออกซะงั้น…

แล้วที่น่าตั้งข้อสังเกตอีกอย่าง ถ้าไปดูทำเนียบผู้ถือหุ้น 15 อันดับแรกของ GFCไม่ปรากฏชื่อ “กรพัส” ถือหุ้นแฮะ…พอสืบไปสืบมา ที่แท้ถือหุ้นในนามภรรยา “ภาสิรี อรวัฒนศรีกุล”เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 3 ในสัดส่วน 12.89%

แต่ยังไงเสียการลาออกของ “กรพัส”ทำให้อดคิดไม่ได้ว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่หรือเปล่า..??

แล้วการพ้นตำแหน่งของผู้ก่อตั้งตัวจริงอย่างนี้…ก็น่าคิด GFCหลังจากนี้จะเปลี่ยนไปยังไง..??

จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือไม่ดี…คงเป็นช็อตที่ต้องจับตากันต่อไป

แต่คงไม่แย่ไปกว่านี้แล้วละมั้ง..!?

…อิ อิ อิ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...