โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ครบรอบ 50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน "โอกาสคนรุ่นใหม่" เขียนอนาคต

Thai PBS

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 05.23 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 05.22 น. • Thai PBS

วันนี้ ผู้นำทางตะวันตก ดูจะถอยตัวเองออกจากบทบาทของการที่จะเป็นผู้รักษากติกาของโลก จึงเป็นโอกาสของจีน อาเซียนและไทย ในการเชื่อมโยงเข้าหาประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างระเบียบใหม่ และเรียนรู้ว่า การเปิดประ เทศ การเคารพกติกา และการมีกลไกพหุภาคี ที่ทุกฝ่ายเคารพ คือ พื้นฐานสำคัญที่สุดของการสร้างหลักประกัน เพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง 2 ประเทศ ที่แม้จะมีความเห็นต่าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน

คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี องค์ปาฐก กล่าวในงานเสวนาครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน : มองอดีต สู่โอกาส" จัดโดย ศูนย์ Thai PBS World องค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ร่วมกับศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ( TCSC ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2568

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไทยไม่ใช่ประเทศแรกในอาเซียนที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน แต่มาเลเซีย คือ ประเทศแรกที่เดินหน้าไปก่อนไทย 1 ปี หากมองย้อนอดีตในช่วงที่มีการต่อสู้ในเชิงอุดมการณ์ในระดับภูมิภาค และไทยได้เผชิญกับการคุกคาม ในเรื่องการต่อสู้ ของพรรคคอมมิวนิสต์ประเทศไทย
การที่รัฐบาล นำโดย ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรัฐบาลผสม และมีเสถียรภาพทางการเมืองน้อยมาก ได้ตัดสินใจที่จะปรับแนวทางเข้ากับนโยบายต่างประเทศ ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความหมายและมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

หากมองจากมุมของจีน เมื่อปี 2518 ระยะเวลาเพียง 20 ปี หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ปัญหาเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมจีนรุนแรงมาก จึงทำให้แนวทางที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศยังไม่มีความชัดเจนนัก ดังนั้นการสถาปนาทางการทูตจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางครั้งใหญ่ของประเทศที่มีระบบการเมืองการปกครองแตกต่างกัน

“มีการนำหลักปฏิบัตินิยมเข้ามาถ่วงดุล การดำเนินนโยบายที่อิงกับเรื่องของระบอบ ระบบอุดมการณ์หรือค่านิยม และการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีความแตกต่างกันเช่นนี้ หัวใจสำคัญ คือการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และไม่แทรกแซงในกิจการภายในซึ่งกันและกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

และระบุอีกว่า การตัดสินใจในครั้งนั้น ทำให้มองเห็นประโยชน์เกือบทุกด้าน ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ทั้งการลดภัยคุกคามจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ขณะที่ประเทศไทยก็ได้สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอื่น ๆ เพิ่มขึ้นและนำมาสู่การค้าการลงทุนและอื่น ๆ ด้วย

โดยเฉพาะความสัมพันธ์ไทย-จีน เพิ่มขึ้นในทุกด้าน ตั้งแต่ระดับราช วงศ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเยือนประเทศจีนครบทุกมณฑล ซึ่งหาที่อื่นไม่ได้ และยังเคยมีการลงคะแนนในเรื่องของมิตรของประเทศจีน และกรมสมเด็จพระเทพฯก็ทรงเป็นหนึ่งที่ชาวจีนได้ยกย่องว่าเป็นมิตรของเขา

อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การเติบโต้ด้านเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่เห็นชัดเจน ทั้ง การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนทางสังคม วัฒนธรรม และการศึกษาจะเห็นได้ว่าในจีนมีนักศึกษาไทยเดินทางไปศึกษาต่อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนนักศึกษาจีนก็เข้ามาเรียนในประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งการแลกเปลี่ยนทุกระดับถือเป็นพื้นฐานสำคัญ

อย่างไรก็ตาม หากเจาะลึกลงด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ หลังจาก 10 ปีที่จีน-ไทยมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ก็มีการตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจและการค้าโดยปี 2544 ไทยได้ประกาศร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ ต่อมาปี 2555 มีการพูดคุยในเรื่องการเป็นหุ้นส่วนในเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน

ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ไทย-จีน ก็ได้ประกาศการเป็นประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน ส่วนหนึ่งเกิดจาก 2 ประเทศก็มีการพัฒนาความสัมพันธ์ด้วย ขณะที่จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

ส่วนไทย ในรอบ 50 ปี ก็สามารถปรับตัวเองจากประเทศที่มีรายได้ขั้นต่ำ มาเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางขั้นสูง แต่การค้าการลงทุน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขเพียงอย่างเดียว ภาคเอกชนคงยืนยันได้ว่า การสร้างพันธมิตรเพื่อแลกเปลี่ยนทางธุรกิจควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวก หรือการร่วมมือกันในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญ

เมื่อ 25 ปีที่แล้ว มูลค่าการค้าไทย-จีนอยู่ที่ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันเพิ่มเป็น 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และจีนได้กลายเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยมานานถึง 14 ปี ไทยก็เป็นคู่ค้าที่อยู่15- 20 อันดับแรกของจีนเช่นเดียวกัน

ด้านการลงทุน ถือว่า กลุ่มบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ถือเป็นบริษัทแรกๆที่เข้าไปลงทุนในจีน และกลายเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญและเป็นผู้เล่นสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนในช่วงแรกที่จีนเปิดประเทศ และปัจจุบันจีนก็กลายเป็นผู้ลงทุนอันดับ 1 ในประเทศไทย มีมูลค่าอยู่ที่ 16,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนการท่องเที่ยวช่วงก่อนโควิดพบว่า 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศ คือ ชาวจีน นี่คือรูปธรรมของความสำเร็จในการกระชับความสัมพันธ์ ที่สร้างโอกาสมากมาย ยังไม่นับรวมเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนามาตลอด

ที่สำคัญหากวัดความเป็นเพื่อนที่ดีกันจริง ๆ ช่วงที่มีเหตุการณ์วิกฤตต้มยำกุ้ง หากในวันนั้นจีนตัดสินใจที่จะลดค่าเงิน เชื่อว่าวิกฤตในประเทศไทยจะรุนแรงมาก แต่จีนก็มีความตั้งใจและส่งสัญญาณว่าไม่ต้องกังวลจะไม่ทำเช่นนั้น เพื่อประคับประคองประเทศต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญวิกฤตการเงินในภูมิภาคนี้ให้สามารถแก้ไขปัญหาและฟื้นตัวขึ้นมาได้ ในช่วงที่เกิดวิกฤตทางการเงินโลก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บนพื้นฐานของความสัมพันธ์เช่นนี้ ปัจจุบันมีหลายเรื่องสินค้าและปัญหาที่เกิดจากคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของประเทศ แต่ปัญหาหลัก ๆ อยู่ที่ผู้มีอำนาจของรัฐบาล เพราะสำคัญที่สุด คือ การรักษาและการบังคับใช้กฎหมาย หากรัฐบาลมีประสิทธิภาพ ในเรื่องนี้ ถ้าคนท้องถิ่นหรือคนต่างชาติสร้างปัญหา ก็ต้องจัดการปราบปราม ไม่ให้เป็นเงื่อนไขที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและไม่พอใจซึ่งกันและกัน

เรื่องนี้ไม่ควรมองข้าม เพราะขณะนี้ทั่วโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศเกิดขึ้นง่ายมากและการสร้างกระแสให้เกิดความไม่พอใจคนต่างชาติเกิดขึ้นได้เร็ว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีที่เกิดปัญหาด้านการดำเนินนโยบายต่าง ๆ การรักษาพันธสัญญา ข้อผูกมัด หรือการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาของทั้ง 2 ประเทศจะจัดการอย่างไร เช่น การลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งฝ่ายจีนอาจตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทย หรือเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในสิ่งที่เป็นข้อตกลงหรือพันธะสัญญาก่อนหน้า ซึ่งปัญหาดังกล่าวต้องเก็บมาเป็นบทเรียน

รวมทั้งปัญหาการท่องเที่ยวที่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนลดลงมาก จากเหตุความกังวลเรื่องความปลอดภัย หากต้องการคลี่คลายปัญหานี้ให้ได้ การแลกเปลี่ยนข้อมูลของ 2 ประเทศว่า ต้นตอของปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไข และมาตรการที่จำเป็น คืออะไร เพื่อสื่อสารให้ประชาชนของทั้งสองประเทศรับทราบข้อมูลให้ไปในทิศทางเดียวกัน

แม้แต่ในภาคเศรษฐกิจเอง ต้องยอมรับว่า การขาดดุลทางการค้า เราต้องทำให้การค้าสมดุลได้อย่างไร หรือจะทำอย่างไร หากมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงกดดันที่จะทำให้เกิดการทบ ทวนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ประเด็นหลัก ไม่ได้อยู่ที่ว่า เราจะต้องทำให้การค้าสมดุล แต่อาจจะต้องช่วยกันดูว่า จะลดความไม่สมดุล หรือทำให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้นในสายตาของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างไร

“ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคการค้า ที่ไม่ใช่ตัวภาษี หรือเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้เกิดความไว้วางใจและความรู้สึก ในการที่จะเดินหน้าขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เพราะทุกคนมีความมั่นใจในแง่ความเป็นธรรม…แต่โอกาสที่กำลังรออยู่ข้างหน้าก็มีมาก”

อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โอกาสเติบโตของคนรุ่นใหม่กำลังรออยู่ ทั้งเรื่องการวิจัย การศึกษาการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านสุขภาพ โดยเฉพาะกระแส 2 เรื่องหลักด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมที่จะขับเคลื่อนโลก ซึ่งจะสร้างโอกาสการค้าและการลงทุนระหว่างกัน เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า AI อิเล็กทรอนิกส์ data center

และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นถือเป็นโอกาสใหม่ ๆ ด้วย เพราะความสัมพันธ์จีน-ไทยในช่วงที่ผ่านมา ก็มีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่า ระเบียบโลกที่ตรงไปตรงมา ถูกวางลงโดยประเทศตะวันตกเป็นหลัก ไม่ใช่ระเบียบโลก ซึ่งสะท้อนความเป็นจริงและความเป็นธรรมของประเทศทั่วโลก

“อย่างไรก็ตาม หวังว่า 50 ปี นับจากนี้ไปวันนี้ การตัดสินใจอาจไม่ได้มเกิดจากการคนในระดับผู้นำ แต่นักธุรกิจคนรุ่นใหม่จะเป็นผู้เขียนประวัติ ศาสตร์ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับจีนในอนาคต” นายอภิสิทธิ์ ทิ้งท้าย

อ่านข่าว:

จุดจบ "รวมไทยสร้างชาติ" ดีเอ็นเอลุงตู่ "ช็อกมินต์" รสขมภูมิใจไทย

ปรับท่านอน เกม "กัมพูชา" สกัดตัดเส้นเลือดใหญ่ ส่งไปพนมเปญ

AI Chatbot "พี่คุ้มครองฯ" ที่ปรึกษาทุกข์ “ชาวบ้าน” ด้านกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ภาพไวรัลคฤหาสน์เนทันยาฮูถูกไฟคลอก ที่แท้เป็นเหตุไฟไหม้ที่พักในสหรัฐฯ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

IRGC รับโจมตีเรือไทย-ไลบีเรียในฮอร์มุซ หลังเพิกเฉยต่อคำเตือน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จับตา "ลดอุดหนุนราคาเบนซิน" รับวิกฤตตะวันออกกลาง

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โหวตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม เสียงแตก?

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...