โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อิหร่าน” เตือนทั่วโลกเตรียมรับมือราคาน้ำมันสูงถึง 200 ดอลลาร์/บาร์เรล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มีนาคม 2569 เวลา 5.18 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อิหร่าน" เตือนทั่วโลกเตรียมรับมือราคาน้ำมันสูงถึง 200 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังการโจมตีในอ่าวเปอร์เซียและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซทำให้การขนส่งพลังงานหยุดชะงัก

วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 21.31 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองบัญชาการทหารอิหร่านเตือนว่า ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ โดยสถานการณ์ตึงเครียดได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงาน

หลังมีรายงานว่าเรือสินค้าอีก 3 ลำถูกโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก อิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลและเป้าหมายในภูมิภาค เพื่อแสดงให้เห็นว่ายังมีศักยภาพในการตอบโต้และสร้างความปั่นป่วนต่ออุปทานพลังงาน แม้สหรัฐและอิสราเอลจะเพิ่มความรุนแรงของการโจมตีทางทหารอย่างต่อเนื่อง

แม้ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์จะเริ่มชะลอลง และตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัว เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจหาทางยุติสงครามได้ในไม่ช้า แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลาย ขณะที่การเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีการขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ยังคงไม่ปลอดภัย นับเป็นการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970

อิบราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองบัญชาการทหารอิหร่าน กล่าวเตือนสหรัฐว่าโลกควรเตรียมรับมือราคาน้ำมันที่อาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมระบุว่า ราคาพลังงานขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของภูมิภาค ซึ่งถูกทำให้สั่นคลอนจากความขัดแย้งครั้งนี้ นอกจากนี้ อิหร่านยังขู่ตอบโต้ธนาคารที่ทำธุรกิจกับสหรัฐหรืออิสราเอล หลังมีรายงานว่าสำนักงานธนาคารแห่งหนึ่งในกรุงเตหะรานถูกโจมตี

ด้าน เจ้าหน้าที่อิสราเอล เปิดเผยว่าผู้นำของประเทศเริ่มยอมรับเป็นการภายในว่าระบบการปกครองของอิหร่านอาจยังคงอยู่ได้หลังสงคราม ขณะที่ยังไม่มีสัญญาณว่าสหรัฐจะยุติปฏิบัติการทางทหารในเร็ววัน ในอิหร่านมีประชาชนจำนวนมากออกมาร่วมพิธีศพของผู้บัญชาการทหารระดับสูงที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ โดยมีรายงานว่า โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายและผู้สืบทอดตำแหน่งของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยในช่วงต้นของสงคราม แต่ยังไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่เกิดเหตุ

ในด้านการโจมตีตอบโต้ กองทัพอิหร่าน ระบุว่าได้ยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐในอิรักตอนเหนือ รวมถึงเป้าหมายในอิสราเอล ขณะที่เกิดการระเบิดในบาห์เรน และมีโดรนตกใกล้สนามบินในดูไบทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน ด้านรัฐบาลบาห์เรนได้ย้ายเครื่องบินบางส่วนไปยังสนามบินสำรองเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการบินระหว่างวิกฤต

สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียยังทวีความตึงเครียด หลังมีรายงานว่าเรือสินค้าอย่างน้อย 14 ลำ ถูกโจมตีตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยล่าสุดเรือบรรทุกสินค้าธงไทยต้องอพยพลูกเรือหลังเกิดระเบิดและไฟไหม้ ขณะที่เรือคอนเทนเนอร์ของญี่ปุ่นและเรือบัลค์ของหมู่เกาะมาร์แชลล์ได้รับความเสียหาย แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลงมาอยู่ราว 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเคยพุ่งใกล้ 120 ดอลลาร์ แต่หลายประเทศยังหารือมาตรการฉุกเฉิน โดย สำนักงานพลังงานสากล (IEA) เตรียมเสนอปล่อยน้ำมันสำรองทั่วโลกถึง 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ปริมาณดังกล่าวจะเทียบเท่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียงประมาณสามสัปดาห์เท่านั้น

อิสราเอลยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายในการทำลายขีดความสามารถทางทหารและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะไม่เปิดทางให้การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลจะยุติลง และยืนยันว่าจะไม่เข้าสู่การเจรจา ด้านทรัมป์เตือนว่า หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐจะโจมตีตอบโต้ “รุนแรงกว่าเดิมยี่สิบเท่า”

ขณะเดียวกัน สงครามยังส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติระบุว่ามีพลเรือนอิหร่านเสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,300 คน จากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ขณะที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งในเลบานอนจากการโจมตีของอิสราเอล ส่วนการโจมตีของอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลอย่างน้อย 11 คน และมีทหารสหรัฐเสียชีวิต 7 นาย บาดเจ็บประมาณ 140 นาย จากการสู้รบในภูมิภาค

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...