“อิหร่าน” เตือนทั่วโลกเตรียมรับมือราคาน้ำมันสูงถึง 200 ดอลลาร์/บาร์เรล
"อิหร่าน" เตือนทั่วโลกเตรียมรับมือราคาน้ำมันสูงถึง 200 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังการโจมตีในอ่าวเปอร์เซียและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซทำให้การขนส่งพลังงานหยุดชะงัก
วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 21.31 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองบัญชาการทหารอิหร่านเตือนว่า ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ โดยสถานการณ์ตึงเครียดได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงาน
หลังมีรายงานว่าเรือสินค้าอีก 3 ลำถูกโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก อิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลและเป้าหมายในภูมิภาค เพื่อแสดงให้เห็นว่ายังมีศักยภาพในการตอบโต้และสร้างความปั่นป่วนต่ออุปทานพลังงาน แม้สหรัฐและอิสราเอลจะเพิ่มความรุนแรงของการโจมตีทางทหารอย่างต่อเนื่อง
แม้ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์จะเริ่มชะลอลง และตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัว เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจหาทางยุติสงครามได้ในไม่ช้า แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลาย ขณะที่การเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีการขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ยังคงไม่ปลอดภัย นับเป็นการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970
อิบราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองบัญชาการทหารอิหร่าน กล่าวเตือนสหรัฐว่าโลกควรเตรียมรับมือราคาน้ำมันที่อาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมระบุว่า ราคาพลังงานขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของภูมิภาค ซึ่งถูกทำให้สั่นคลอนจากความขัดแย้งครั้งนี้ นอกจากนี้ อิหร่านยังขู่ตอบโต้ธนาคารที่ทำธุรกิจกับสหรัฐหรืออิสราเอล หลังมีรายงานว่าสำนักงานธนาคารแห่งหนึ่งในกรุงเตหะรานถูกโจมตี
ด้าน เจ้าหน้าที่อิสราเอล เปิดเผยว่าผู้นำของประเทศเริ่มยอมรับเป็นการภายในว่าระบบการปกครองของอิหร่านอาจยังคงอยู่ได้หลังสงคราม ขณะที่ยังไม่มีสัญญาณว่าสหรัฐจะยุติปฏิบัติการทางทหารในเร็ววัน ในอิหร่านมีประชาชนจำนวนมากออกมาร่วมพิธีศพของผู้บัญชาการทหารระดับสูงที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ โดยมีรายงานว่า โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายและผู้สืบทอดตำแหน่งของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยในช่วงต้นของสงคราม แต่ยังไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่เกิดเหตุ
ในด้านการโจมตีตอบโต้ กองทัพอิหร่าน ระบุว่าได้ยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐในอิรักตอนเหนือ รวมถึงเป้าหมายในอิสราเอล ขณะที่เกิดการระเบิดในบาห์เรน และมีโดรนตกใกล้สนามบินในดูไบทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน ด้านรัฐบาลบาห์เรนได้ย้ายเครื่องบินบางส่วนไปยังสนามบินสำรองเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการบินระหว่างวิกฤต
สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียยังทวีความตึงเครียด หลังมีรายงานว่าเรือสินค้าอย่างน้อย 14 ลำ ถูกโจมตีตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยล่าสุดเรือบรรทุกสินค้าธงไทยต้องอพยพลูกเรือหลังเกิดระเบิดและไฟไหม้ ขณะที่เรือคอนเทนเนอร์ของญี่ปุ่นและเรือบัลค์ของหมู่เกาะมาร์แชลล์ได้รับความเสียหาย แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลงมาอยู่ราว 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเคยพุ่งใกล้ 120 ดอลลาร์ แต่หลายประเทศยังหารือมาตรการฉุกเฉิน โดย สำนักงานพลังงานสากล (IEA) เตรียมเสนอปล่อยน้ำมันสำรองทั่วโลกถึง 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ปริมาณดังกล่าวจะเทียบเท่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียงประมาณสามสัปดาห์เท่านั้น
อิสราเอลยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายในการทำลายขีดความสามารถทางทหารและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะไม่เปิดทางให้การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลจะยุติลง และยืนยันว่าจะไม่เข้าสู่การเจรจา ด้านทรัมป์เตือนว่า หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐจะโจมตีตอบโต้ “รุนแรงกว่าเดิมยี่สิบเท่า”
ขณะเดียวกัน สงครามยังส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติระบุว่ามีพลเรือนอิหร่านเสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,300 คน จากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ขณะที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งในเลบานอนจากการโจมตีของอิสราเอล ส่วนการโจมตีของอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลอย่างน้อย 11 คน และมีทหารสหรัฐเสียชีวิต 7 นาย บาดเจ็บประมาณ 140 นาย จากการสู้รบในภูมิภาค
อ้างอิง : www.reuters.com