โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IEA ตกลงปล่อยน้ำมันดิบคลังสำรอง ครั้งประวัติการณ์ 400 ล้านบาร์เรล

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

IEA ตกลงปล่อยน้ำมันดิบคลังสำรอง ครั้งประวัติการณ์ 400 ล้านบาร์เรล

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม สมาชิกของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ IEA ตกลงที่จะปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์จำนวนมากเป็นประวัติการณ์ถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อเป็นการแก้ไขด้านราคาที่พุ่งสูงขึ้น โดยการเติมอุปทานเข้าไปในตลาดจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ตามแถลงการณ์ประเทศสมาชิก IEA ตกลงที่จะจัดสรรน้ำมันสำรองฉุกเฉินเพิ่มเติมอีก 120 ล้านบาร์เรล (mb) ในช่วงระยะเวลาหกเดือน การดำเนินการร่วมกันครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการดำเนินการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ IEA นั้น เป็นการเพิ่มเติมจากปริมาณ 62.7 ล้านบาร์เรลที่ตกลงกันไว้ในเดือนมีนาคม

“จากปริมาณน้ำมันทั้งหมด 182.7 ล้านบาร์เรลที่จัดสรรจากสองมติดังกล่าว แบ่งเป็นประมาณสามในสี่มาจากคลังน้ำมันสาธารณะ (ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของหรือหน่วยงานเฉพาะทาง) และอีกหนึ่งในสี่ที่เหลือมาจากภาคอุตสาหกรรม เกือบ 50 ล้านบาร์เรลอยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์น้ำมัน” แถลงการณ์ระบุ

ประเทศสมาชิกเริ่มปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินในเดือนมีนาคม 2026 หลังจากที่ IEA มีมติครั้งแรก และตามมติวันที่ 1 เมษายน 2026 จะปล่อยปริมาณน้ำมันในช่วงระยะเวลาจนถึงเดือนตุลาคมปีนี้ ซึ่งยึดตามระบบการถือครองน้ำมันและความต้องการของตลาดในแต่ละประเทศ

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการชี้แจงถึงความเร็วในการปล่อย ซึ่งเป็นคำถามสำคัญสำหรับตลาด

IEA ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของน้ำมันที่รวมอยู่ในข้อตกลง 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งรายละเอียดเหล่านั้นจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ค้าพลังงานที่ต้องการทำความเข้าใจผลกระทบต่อตลาดเชื้อเพลิงและน้ำมันดิบประเภทต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น

ครั้งสุดท้ายที่ IEA ประสานงานการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองคือในฤดูใบไม้ผลิปี 2022 ไม่นานหลังจากที่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครน ในครั้งนั้น มีการทำข้อตกลงสองครั้ง ครั้งหนึ่งในเดือนมีนาคม และอีกครั้งในเดือนเมษายน เพื่อให้มีน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 182.7 ล้านบาร์เรล

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการประชุมรัฐมนตรีคลังและพลังงานจากกลุ่ม G7 จัดการประชุมนัดพิเศษผ่านระบบออนไลน์เมื่อ 9-10 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีการประสานงานกับ IEA ซึ่งมี G 7 เป็นชาติสมาชิก ได้แก่ สหรัฐ แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลีและญี่ปุ่น

ประเทศกลุ่ม G7 ทั้งหมดเป็นสมาชิกสำคัญของ IEA ที่มี 32 ประเทศเนื่องจาก G7 เป็นตัวแทนของเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าที่สุดในโลกและผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่ที่สุด โดยถือครองน้ำมันสํารองส่วนใหญ่ของ IEA ซึ่งเฉพาะสหรัฐและญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียวคิดเป็นประมาณ 700 ล้านบาร์เรลจากปริมาณคลังทั้งหมด 1.2 พันล้านบาร์เรลของ IEA ดังนั้น G7 จึงเป็น “เครื่องยนต์” หลักที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของ IEA และเมื่อ G7 เห็นด้วยกับกลยุทธ์ด้านพลังงาน ก็มักจะทำผ่านกรอบงานที่มีอยู่แล้วของ IEA

ยกตัวอย่าง ในช่วงวิกฤต เช่น การรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 หรือความตึงเครียดในตะวันออกกลางในขณะนี้ รัฐมนตรีการเงินและพลังงาน G7 ประชุมกันก่อนเพื่อส่งสัญญาณความเต็มใจที่จะดําเนินการ

ราคาน้ำมันมาตรฐานพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีเมื่อ 9 มีนาคม แต่ราคากลับร่วงลง 11% ในวันถัดไป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคาดการณ์ว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยุติในเร็ววัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : IEA ตกลงปล่อยน้ำมันดิบคลังสำรอง ครั้งประวัติการณ์ 400 ล้านบาร์เรล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...