ป่าช้าแตก
เรื่องของสายมู เรื่องของคุณไสยมนต์ดำ และเรื่องของผีสางปีศาจร้ายจากขุมนรกต่างๆ นั้น “ว่ากันว่า”ทั้งความเชื่อของขอมดำดินและความเฮี้ยนของสารขัณฑ์ มีความ “เหมือน”กันอย่างเป๊ะ เป๊ะ
ดังนั้น คำว่า “ป่าช้าแตก”ในความหมายของขอมดำดินและความหมายของชาวสารขัณฑ์ ย่อมหมายถึง “วันที่ผีร้ายในสุสานต่างลุกขึ้นมาจากหลุมเพื่ออาละวาดอย่างดุดัน”ยิ่งกว่า “นรกแตก”
“ป่าช้าแตก นรกพัง”ที่ผีดุดันจำนวนมากต่างออกมาอาละวาดนั้น วันนี้ได้เกิดเหตุการณ์ใหญ่ๆ สองรายการ คือ
“เหตุการณ์แรก”เกิดจากการกระทำของ “พ่อมดตาเหล่”ที่แปลงร่างเป็น “หมอผี”ร่ายมนต์ดำ “สุดคลั่งชาติ” ใส่ฝูงผีจากป่าช้าชายแดนขอม ให้ลุกขึ้นมาอาละวาดใน 3 ปราสาทในดินแดนสารขัณฑ์
โดยมี “ผีนางโมนิกามหาภัย”ทำหน้าที่เป็น “หัวหน้าผี”นางได้ระดม “ปีศาจร้ายเปรตปากจู๋”จำนวนมากมากรีดร้องเสียงสุดอเนจอนาถเข้าใส่ทหารสารขัณฑ์ ที่รักษาความสงบในปราสาททั้ง 3 อย่างสุดดังทั้งแลบลิ้น ปลิ้นตา แหกอก สาวไส้จากท้องมากองพื้นอย่างข่มขวัญทั้งที่เป็นกลางวัน แสก แสก แดดยังแรงจ้า
“ดีนะครับ ที่ทหารสารขัณฑ์ไหวทันรีบเชิญอาจารย์คงมนต์ขลังจากสุรินทร์และเชิญเณรจิ๋ว เณรชื่อดังผู้สร้างตำนานจับแม่นาคใส่หม้อถ่วงน้ำมาแล้ว มาช่วยกันบริกรรมคาถา จน ผีนางโมนิกาแพ้ทางรีบพาปีศาจขอมทั้งโขยงกลับสู่ป่าช้า แดนขอมทันที”
“เหตุการณ์สอง”เกิดจากสภาสารขัณฑ์ได้พิจารณา“พ.ร.บ.นิรโทษกรรม” 5 ร่าง ปรากฏว่ามติที่ประชุม “รับ 3 ร่างไว้พิจารณา” แต่อีก2 ร่างที่เป็นของพรรคเสื้อส้มและร่างของไอลอว์นั้น “ถูกตีตกไป”จนพรรคส้ม “ตาค้างอ้าปากหวอ”
“เท่านั้นละครับท่านผู้ชม ก็เกิดรายการ ป่าช้าแตกตามมาในทันทีทันใด โดยผีจากกลุ่มที่ต้องการให้ สภาชุบชีวิตปวงผีทั้งหลายที่ถูกมัดตราสังด้วยสายสิญจน์อาบน้ำมนต์ 112ให้ฟื้นชีพกลับมามีชีวิตใหม่ ต่างรับไม่ได้ที่จะต้องกลายเป็นผีอยู่ในหลุมตลอดกาลหมดสิทธิ์คืนชีพดั่งฝัน”
ดังนั้น ตลอดระยะเวลาสอง-สามวันที่ผ่านมา นครสารขัณฑ์ จึงระงมไปด้วยเสียงร้องโหยหวนยะเยือกเย็นจนขนหัวลุก จากผีในป่าช้าทั่วสารขัณฑ์ทั้งวันทั้งคืน
“ป่าช้าแตก”ทั้งสองเหตุการณ์ จะจบลงอย่างสงบเร็วช้าเพียงไร? เสียงโหยหวนของปีศาจร้ายยังจะยะเยือกสะท้านหนาวไปอีกยาวไกลแค่ไหน? คงไม่มีใครตอบได้
“คงจะต้องรออาจารย์คงหมอผีคนดัง และเณรจิ๋วจอมปราบผี เสร็จภารกิจกำจัด “ผีนางโมนิกา” แห่งขอมดำดินให้เรียบร้อยก่อน จึงจะมีเวลามาสยบผีในนครสารขัณฑ์เป็นลำดับถัดไปจร้า”
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม