โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร่งปลด “ปลอกคอช้างป่า” ล่าสุดถอดแล้ว 40 ตัว เหลืออีก 8 ตัว

Thai PBS

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 00.05 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 11.12 น. • Thai PBS

วันนี้ (11 ก.พ.2569) นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการอุปกรณ์ติดตามตัวสัตว์ป่า ตามข้อสั่งการของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ โดยเน้นย้ำว่า ขณะนี้อธิบดีฯ ได้มีคำสั่งชัดเจนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการปลดปลอกคอวิทยุติดตามตัวช้างป่า หรือ GPS Collar ที่สิ้นสุดระยะเวลาการเก็บข้อมูล หรือบรรลุวัตถุประสงค์ในการเฝ้าระวังแล้ว เพื่อให้ช้างป่าสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามพฤติกรรมธรรมชาติได้อย่างอิสระตามหลักสวัสดิภาพสัตว์อย่างเคร่งครัด

สำหรับข้อมูลเชิงวิชาการของการติดปลอกคอวิทยุติดตามตัว ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน กรมอุทยานฯ ได้จำแนกการดำเนินงานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้

  • ปี 2562 สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ติดปลอกคอช้างป่า 6 ตัว เพื่อศึกษาเส้นทางการเคลื่อนที่และพฤติกรรมการหากิน สถานะปัจจุบันดำเนินการนำออกครบทั้งหมดแล้ว

  • ตั้งแต่ปี 2563 ดำเนินการติดปลอกคอช้างป่า เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและเฝ้าระวังป้องกันช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพิกัดได้ก่อนช้างเข้าสู่ชุมชน รวมทั้งสิ้น 37 ตัว สถานะปัจจุบันถอดออกแล้ว 33 ตัว ยังคงติดอยู่ 2 ตัว และอยู่ระหว่างติดตามเพื่อดำเนินการอีก 2 ตัว

  • ปี 2567 โครงการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ติดปลอกคอช้างป่า 5 ตัว สถานะปัจจุบันถอดออกแล้ว 1 ตัว คือ พลายมะม่วง และคงเหลืออีก 4 ตัว ได้แจ้งให้ทีมวิจัยดำเนินการถอดแล้วหลังจากเสร็จงานวิจัย และทราบว่ากำลังอยู่ระหว่างการเข้าไปถอด

ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า อธิบายเพิ่มเติมว่า ข้อมูลจากปลอกคอจะถูกส่งผ่านสัญญาณดาวเทียมมายังเจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์ในทุกชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิสภาพแวดล้อม พฤติกรรมการใช้พื้นที่ ความลาดชันของภูมิประเทศ ทิศทางความเร็วในการเคลื่อนที่ ไปจนถึงการประเมินปริมาณอาหารที่ช้างกินในแต่ละวัน

นายสุขี ระบุว่า ข้อมูลเส้นทางของโขลงช้างจะถูกส่งต่อให้ชุดเฝ้าระวังทันที ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดที่ช้างหากินได้อย่างแม่นยำ เพื่อสกัดกั้นก่อนเข้าพื้นที่เกษตรกรรม ช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า การติดปลอกคอในพื้นที่ป่าตะวันออก ขณะนี้แม้จะเป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อการเฝ้าระวัง แต่ข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาวิเคราะห์ว่าช้างต้องการอะไร เส้นทางไหนที่คุ้นเคย เพื่อวางแผนจัดการพื้นที่ป่าให้เหมาะสม มีแหล่งน้ำแหล่งอาหารที่เพียงพอในป่า ดึงดูดให้ช้างกลับคืนสู่บ้านที่ปลอดภัยและไม่ต้องออกมาหากินในพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นทางออกที่ยั่งยืนที่สุด

กรมอุทยานฯ มีความห่วงใยในสวัสดิภาพของช้างทุกตัว แต่เราก็มีหน้าที่รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของประชาชนเช่นกัน ปลอกคอวิทยุติดตามตัวช้างจึงเป็นเครื่องมือประสานประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย และเมื่อได้ข้อมูลครบตามเป้าหมายแล้ว จะปลดปลอกคอออกทันที

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ขอให้ทุกภาคส่วนมั่นใจว่า การปฏิบัติงานในปัจจุบันคือการแสวงหาจุดสมดุลที่ดีที่สุดระหว่างการอนุรักษ์ให้ช้างมีความสุขตามวิถีธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยกรมฯ จะยึดถือหลักการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ มีเหตุผล และเคารพในจิตวิญญาณความเป็นสัตว์ป่าเสมอ

อ่านข่าว :

“ช้างป่าอีสาน” บนพื้นที่ทับซ้อนของ "แหล่งอาหาร-เกษตรกรรม" ที่ต้องจัดการเชิงระบบ

"กลุ่มคนรักช้าง" ร้องสอบปม "สีดอหูพับ" ตายขณะเคลื่อนย้าย จี้อธิบดีฯ ลาออก

รมว.ทส.สั่งทบทวนมาตรการจัดการช้างป่า หลังสูญเสีย “สีดอหูพับ” ระหว่างเคลื่อนย้าย

ไทม์ไลน์คำสั่งเคลื่อนย้าย 4 ช้างป่า ก่อนสูญเสีย "สีดอหูพับ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

กราฟิกราคาน้ำมันปรับขึ้น 3 บาท วันที่ 2 เม.ย. 69 สร้างจาก AI – บิดเบือนข้อมูล

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ถอดรหัส Lightning Talk “ทบทวนเรื่องเล่าเคล้าอคติสู่การแสวงหาความจริงร่วม”

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ชะลอจ่ายเงิน P4P สะท้อนวิกฤตการเงิน รพ.รัฐ ปมงบฯ บัตรทอง ไม่สะท้อนต้นทุนจริง

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โพสต์อ้าง “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 แจก 200 บาท/เดือน 10 เดือน ตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...