โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในพระราชสำนัก

"ในหลวง-พระราชินี" ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนฯ และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์

Thai PBS

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2569 เวลา 18.39 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งเท่ากับเวลาในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินจากโรงแรมที่ประทับแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย ถึงยังพระราชวังทงคิน กรุงฮานอย ซึ่งเคยเป็นที่พำนักและสถานที่ปฏิบัติงานของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ด้วยมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ของชาติ เมื่อปี 2528

ในการนี้ ทรงแลกเปลี่ยนของขวัญกับนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยนางโง เฟือง ลี ภริยา ณ ห้องจัดแสดงของขวัญ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานกล่องเครื่องเงินทรงกลม สลักดุนฉลุโปร่ง ลายต้นไม้ใบหญ้าและป่าไผ่ ประดับอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และอักษรพระนามาภิไธย ส.ท., ชาเขียวกลิ่นกุหลาบ และชาอู่หลงกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง จากโครงการหลวงแก่ประธานาธิบดี

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานกระเป๋าย่านลิเภา ชุดประจำชาติเวียดนาม (อ่าวหญ่าย) ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทย โดยช่างฝีมือชาวไทยได้ใช้เทคนิคการ “ปักไหมน้อย“ หนึ่งในงานหัตถศิลป์ชั้นสูง ที่อยู่ภายใต้การส่งเสริมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาปักลายดอกลิลลี่ ตามชื่อของภริยาประธานาธิบดี สื่อถึงการผสมผสานศิลปะและวัฒนธรรมของทั้งสองชาติที่กลมกลืนและงดงาม, ตุ๊กตาช้างจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และชาจากโครงการหลวง แก่ภริยาประธานาธิบดี

โดยประธานาธิบดีและภริยา ได้ทูลถวายภาพวาดลงรักรูปวัดเสาเดียว และชาดอกบัว แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลถวายชุดประจำชาติเวียดนาม (อ่าวหญ่าย) แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

จากนั้น ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ซึ่งนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จัดถวาย ณ อาคารเรือนกระจก โดยมีผู้บริหารระดับสูงของฝ่ายไทย-ฝ่ายเวียดนาม และคณะทูตประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมงาน เมื่อวงดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จบแล้ว

ประธานาธิบดี กล่าวสุนทรพจน์ถวายการต้อนรับและกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์บนพื้นฐานของมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความผูกพันระหว่างประชาชนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งยังรู้สึกความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนรัฐบาลและประชาชนไทย ที่ให้การสนับสนุนและดูแลชุมชนชาวเวียดนามในประเทศไทยมาโดยตลอด พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นรูปธรรม และก่อประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

จากนั้น ประธานาธิบดีและภริยา ดื่มถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบ โดยทรงขอบใจประธานาธิบดีและภริยา รวมถึงรัฐบาล และประชาชนชาวเวียดนาม สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น

นับตั้งแต่ข้าพเจ้าได้มาเยือนเวียดนามครั้งล่าสุด เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ก็รู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมากที่ได้เห็นความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันเป็นผลจากความมุ่งมั่น และร่วมแรงร่วมใจ ของรัฐบาล และประชาชนชาวเวียดนาม เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้แก่อนุชนรุ่นหลัง เป็นที่น่ายินดีที่ประชาชนของเราทั้งสองประเทศ ต่างมีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน และไปมาหาสู่กัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งนับได้ว่าเป็นรากฐานสำคัญอย่างยิ่ง ของความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับเวียดนาม และเป็นปัจจัยเกื้อกูล การสืบสานมิตรภาพระหว่างประเทศทั้งสอง ให้เจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้น

ข้าพเจ้าหวังว่า การมาเยือนเวียดนามครั้งนี้ ในโอกาสครบ 50 ปี ที่ประเทศของเราได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน จะเป็นการยืนยันถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้น และความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ทั้งเป็นการเสริมสร้างสัมพันธไมตรี ในฐานะมิตรประเทศ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน และสมาชิกของประชาคมโลก ให้มั่นคงยืนยาวสืบไป ขออำนวยพรให้ท่านประธานาธิบดี และท่านโง เฟือง ลี ตลอดถึงประชาชนชาวเวียดนาม มีความสุขและความสำเร็จ ทั้งขอให้ประเทศของเราทั้งสอง มีมิตรภาพที่รุ่งเรืองไพบูลย์สืบไปชั่วกาลนาน

จบแล้ว ทรงดื่มอำนวยพรแก่ประธานาธิบดีและภริยา แล้วเสวยพระกระยาหารค่ำ พร้อมทอดพระเนตรการแสดงทางวัฒนธรรมของเวียดนาม

เมื่อจบการแสดง ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับ ประธานาธิบดีและภริยา พร้อมด้วยนักแสดง เป็นอันเสร็จสิ้นงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ

เนื่องจากปัญหาด้านสภาพอากาศฝ่ายเวียดนามได้ยกเลิกการแสดงทางวัฒนธรรม ณ วัดหง็อกเซิน จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมที่ประทับ โดยประธานาธิบดีและภริยา เฝ้าส่งเสด็จที่รถยนต์พระที่นั่ง

วันที่ 16 ก.ย.2569 เวลา 10.36 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงฮานอย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินจากโรงแรมที่ประทับแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย ถึงยังอนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน บริเวณจตุรัสบาดิ่ญห์ โดยมี นายเล แค้ง หาย รัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม และ พ.อ. (พิเศษ) ฝั่ม วัน เหี่ยน รองผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน ซึ่งเลื่อนการจัดพิธีเป็นวันนี้เนื่องจากปัญหาด้านสภาพอากาศ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน เป็นสถานที่สำหรับสักการะและรำลึกถึงวีรชนที่เสียสละชีพเพื่อเอกราชและเสรีภาพของเวียดนาม มีความสูง 12.6 เมตร มีรูปร่างคล้ายเทียนเล่มใหญ่ที่ส่องประกายขึ้นสู่ท้องฟ้า ตรงกลางอนุสาวรีย์เป็นพื้นที่โล่ง สำหรับตั้งแท่นบูชารำลึกถึงวีรชนและทหารกล้าผู้ล่วงลับ เปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2537 เพื่อร่วมรำลึกในโอกาสครบ 40 ปี ชัยชนะสมรภูมิเดียนเบียนฟู

ในการนี้ ประทับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่วีรชนและผู้เสียสละ วงดุริยางค์บรรเลง “เพลงดวงวิญญาณของวีรบุรุษ”

เวลา 10.47 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา ณ สุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ โดยมี รัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม และ พล.ต.ฝั่ม หาย จุง ผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

ระหว่างทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศไปยังลานหน้าสุสานฯ วงดุริยางค์บรรเลงเพลง "กา เหง่ย โฮ จิ มินห์" หรือ "เพลงสรรเสริญโฮจิมินห์"

สุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ สร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาร่างของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ตั้งอยู่ที่จัตุรัสบาดิ่ญห์ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ที่สะท้อนความเคารพของชาวเวียดนามต่ออดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ผู้เคลื่อนไหวและต่อสู้เพื่อเอกราชของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีความสูง 21.6 เมตร ฐานกว้าง 31 เมตร เปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2518

ในการนี้ ประทับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ วงดุริยางค์บรรเลง "เพลงแหลง ตุ กา" ซึ่งเป็นเพลงสรรเสริญ แล้วเสด็จเข้าด้านในสุสาน วงดุริยางค์บรรเลง "เพลงผู้ซึ่งเป็นความศรัทธาแห่งชัยชนะอันแน่นอน"

ด้านบนของสุสานฯ สลักคำว่า "ประธานาธิบดีโฮจิมินห์" เป็นภาษาเวียดนามว่า "จู๊ ติก โฮจิมินห์" (Chu Tich Ho Chi Minh) ภายในสุสานฯ มีคำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณความรักชาติและความรักอิสรเสรีของชาวเวียดนาม ทั้งยังเป็นเครื่องเตือนใจแก่ชนรุ่นหลัง จารึกบนผนังหินอ่อนเป็นภาษาเวียดนามว่า "คง ก่อ กี้เอิน ดอก หลับ ซอ แฮ่ง ฟุก (Khong co gi guy hon doc lap tu do hanh phuc)" มีความหมายว่า "ไม่มีสิ่งใดที่สูงค่ากว่าเอกราชและอิสรภาพ"

เวลา 11.6 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดกว๋านสือ กรุงฮานอย โดยมี พระมหาคณาจารย์ทิธ ทาญ เหญียว รองประธานถาวรสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนามและเจ้าอาวาสวัดกว๋านสือ, พระมหาคณาจารย์ทิธ ดึ๊ก เถี่ยน รองประธานและเลขาธิการสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม, พระมหาคณาจารย์ทิธ ทัญ ต๊วน รองเลขาธิการและหัวหน้าสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม, พระมหาคณาจารย์ทิธ ทัญ ฮเวิน กรรมการเลขาธิการและรองหัวหน้าสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม พร้อมด้วยพระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนชาวเวียดนาม เฝ้ารับเสด็จ และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

วัดกว๋านสือ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เล ในพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นวัดโบราณที่มีอายุกว่า 600 ปี เดิมเป็นวัดขนาดเล็ก ใช้เป็นสถานที่รับรองพระธรรมทูตจากต่างประเทศ ต่อมาได้มีการต่อเติมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและได้รับการบูรณะตามหลักสถาปัตยกรรมวัดทางภาคเหนือของเวียดนาม ในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปสำคัญ อาทิ พระอมิตาภพุทธเจ้า พระศากยมุนีพุทธเจ้า และพระเมตไตรยพุทธเจ้า

เมื่อเสด็จเข้าพระอุโบสถ พระมหาคณาจารย์ทิธ เถียน เญิน ประธานสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม ทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปยังแท่นบูชาเบื้องหน้าพระประธาน

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน และดอกไม้ธูปเทียนแพ ที่โต๊ะหน้าแท่นบูชา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง ทรงกราบ คณะสงฆ์เวียดนาม จำนวน 30 รูป เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล

วัดกว๋านสือ เป็นที่ตั้งของสำนักงานกลางพุทธศาสนาเวียดนาม ซึ่งเทียบเท่าสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม และยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านพุทธศาสนาในเวียดนาม ด้านหลังวัดเป็นที่ตั้งโรงเรียนสอนพระธรรมวินัย มีหอวิจัย หอแสดงธรรม และหอสมุดรวบรวมพระไตรปิฎกและเอกสารทางพุทธศาสนา

ในการนี้ ประธานสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนามถวาย “พระพุทธรูปพระอมิตาภพุทธเจ้า” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เป็นพระอมิตาภพุทธเจ้าจำลอง จากวัดเฝิดติ๊ก จังหวัดบั๊กนิญ วัดเก่าแก่ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเวียดนาม เสร็จแล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับยังโรงแรมที่ประทับ

อ่านข่าว :

"ในหลวง-พระราชินี" ทรงพบเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา

"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ เยือนเวียดนาม อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ย.2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ถ้าคนมีครอบครัวหายตัวไป เราจะตามหาเขาได้ยังไงบ้าง ?

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข่าวบิดเบือน: คลิปอ้าง “ทูตสหรัฐฯ สั่งห้ามแตะชุมชนยิว” แท้จริงคือผู้แทนพิเศษฯ แสดงความกังวลด้านความปลอดภัย

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ส่องปมกระบวนการคัดเลือกผู้บริหาร รพ. ตั้งคำถาม ตัวชี้วัด-เกณฑ์กลั่นกรอง สธ.

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไขข้อสงสัย ฝนถล่มกรุง สวนทาง ‘เอลนีโญ’ เตือนปลายปีรับมือ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ซ้ำเติมฝุ่นเหนือ

7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ในพระราชสำนัก อื่น ๆ

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานปริญญาบัตร ม.ทักษิณ พระราชทานพระราโชวาท เตือนะวังการใช้ AI ไม่พึ่งพาจนลดทอนคุณค่าตนเอง

สยามรัฐ

"องคมนตรี" ติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี

สยามรัฐ

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ 9 ราย อดีตตุลาการ โดนไล่ออก

มุมข่าว

โปรดเกล้าฯ เจ้าจอมพลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ เปิดศูนย์กีฬา ต.อุ่มเม้า จ.ร้อยเอ็ด

มุมข่าว

“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยฮานอย

PPTV HD 36

โปรดเกล้าฯ ให้ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัว พ้นจากตำแหน่ง 3 ราย

มุมข่าว
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...