โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในพระราชสำนัก

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ 9 ราย อดีตตุลาการ โดนไล่ออก

มุมข่าว

เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • neen
วันที่ 17 กันยายน 2569 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อดีตข้าราชการตุลาการ สังกัดศาลยุติธรรม จำนวน 9 ราย

วันที่ 17 กันยายน 2569 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อดีตข้าราชการตุลาการ สังกัดศาลยุติธรรม จำนวน 9 ราย ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออกและให้ออกจากราชการตามคำสั่งอันถึงที่สุด ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.นายเลิศพงษ์ พุ่มนาวิน ตำแหน่งเลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค 2 สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ และการไม่ถือปฏิบัตินั้นเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 77 (1) (3) และ (5) โดยมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 อันเป็นวันที่สั่งพักราชการ จึงให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

2.นายสราวุธ ศิริภาณุรักษ์ ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2543 มาตรา 62 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 1 และข้อ 43 โดยผลการสอบสวนไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่า นายสราวุธ ศิริภาณุรักษ์ กระทำผิดที่จะต้องถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แต่เห็นว่ามีมลทินหรือมัวหมอง ซึ่งหากให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 35 วรรคสอง (1) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 จึงให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา

3.นายปรเมษฐ์หรือนายคมสัน โตวิวัฒน์ ตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่น อันเป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวส่อไปในทางทุจริต และไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 62 และมาตรา 66 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 37 โดยมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 อันเป็นวันที่มีคำสั่งให้พ้นจากราชการและพ้นจากตำแหน่ง จึงให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา

4.นายชยกร ธนาวัชน์ หรือนายวิชญ์ธรรมนาถ สุวรรณโกตา หรือนายชยกร สุวรรณโกตา ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดภูเก็ตแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 77 (5) โดยมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 จึงให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

5.นายอรรถพร เพชรแก้ว ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดสงขลา สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด และเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงดุลยพินิจการสั่งปล่อยชั่วคราวของข้าราชการตุลาการอื่น อันเป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 57 วรรคหนึ่ง มาตรา 62 และมาตรา 66 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 1 ข้อ 11 วรรคสอง และข้อ 37 โดยเห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 76 (3) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2566 จึงให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

6.นายชาญวุฒิ บุญญเขตโภศล ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดน่าน สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 62 ประกอบระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยรถราชการและค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2547 ข้อ 34 โดยเห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 76 (3) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2566 จึงให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา

7.นายอนันต์ ธนาวัฒนากุล ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนอง สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงดุลยพินิจของผู้พิพากษาอื่นในการสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาพิพากษาคดี อันเป็นเหตุให้ข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม และฐานไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 62 และมาตรา 66 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 37 โดยเห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 76 (3) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 จึงให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

8.นายประดิษฐ์ อัครทวีทอง ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการและไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 55 และมาตรา 62 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 35 และกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอื่นใดซึ่งความประพฤติหรือการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ และเป็นการไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการ และจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 62 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 35 โดยมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 จึงให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

9.นายณัฐจักรธร มีมากบาง ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดระนอง สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ กระทำการอื่นใดซึ่งความประพฤติหรือการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่อุตสาหะและอำนวยความสะดวกในหน้าที่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด และไม่ยึดถือจริยธรรมและประเพณีอันดีของตุลาการ ทั้งไม่วางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของคนทั่วไป ตามมาตรา 58 มาตรา 60 วรรคสอง มาตรา 62 และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 35 โดยเห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 76 (3) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 จึงให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย

ทั้งนี้ บุคคลทั้ง 9 ราย เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก มุมข่าว

โอ้โห มือไม้สั่น! ราคาทองวันนี้ 18 ส.ค. 69

22 นาทีที่แล้ว

อุกอาจ! กลุ่มวัยรุ่นนับสิบ บุกรัวกระหน่ำ 21 นัด ทะลุร่างหนุ่มวัย 32 ดับสลดคาร้านซ่อมรถ

37 นาทีที่แล้ว

ด่วน! ชายพลัดตกท่อระบายน้ำ ใต้สถานี BTS ปุณณวิถี จนท.เร่งค้นหา

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มาแน่หนักด้วย! กรมอุตุฯ เปิดพื้นที่สีแดง เตรียมรับมือฝนถล่มหนักมากวันนี้

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความในพระราชสำนักอื่น ๆ

ราชกิจจาฯ ประกาศโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ แก่ข้าราชบริพารในพระองค์ 14 ราย

สยามรัฐ

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานปริญญาบัตร ม.ทักษิณ พระราชทานพระราโชวาท เตือนะวังการใช้ AI ไม่พึ่งพาจนลดทอนคุณค่าตนเอง

สยามรัฐ

"องคมนตรี" ติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี

สยามรัฐ

โปรดเกล้าฯ เจ้าจอมพลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ เปิดศูนย์กีฬา ต.อุ่มเม้า จ.ร้อยเอ็ด

มุมข่าว

“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยฮานอย

PPTV HD 36

โปรดเกล้าฯ ให้ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัว พ้นจากตำแหน่ง 3 ราย

มุมข่าว
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...