โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ส่องเศรษฐกิจไทย ปี 2566

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2565 เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เส้นทางนักลงทุน

ปี 2566 น่าจะเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความท้าทายของเศรษฐกิจไทย ทำให้มีการพูดกันว่า ในปีหน้าเศรษฐกิจอาจจะเข้าสู่ภาวะ“เผาจริง” จากปีนี้ที่อยู่ในภาวะ“เผาหลอก”

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากมุมมองของกระทรวงการคลังที่คาดว่าเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะขยายตัวเร่งขึ้นที่ 3.8% ต่อปี มีช่วงคาดการณ์ที่ 2.8-4.8% โดยได้แรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยว ทั้งนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และอเมริกา โดยคาดว่าในปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 21.5 ล้านคน และถือว่ายังอยู่ในวิสัยที่รับได้อยู่

มีการประเมินว่าประเทศไทยจะเป็นเพียง 1 ใน 2 ของประเทศในเอเชียที่เศรษฐกิจจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในปี 2566 โดยธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) มีมุมมองดีต่อเศรษฐกิจไทยว่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวต่อเนื่องตลอดทั้งปีหน้าและปีถัดไป คาดจีดีพีจะเติบโตได้ 4.5% ต่อปี จากปี 2565 นี้ที่ 3.3%

การฟื้นตัวต่อเนื่องในภาคท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ และมีสัดส่วน 15% ของจีดีพีประเทศ คาดว่าปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 15-20 ล้านคน และอาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากนักท่องเที่ยวจีนหากจีนผ่อนปรนมาตรการควบคุมโควิด

รวมทั้งคาดว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้งในปีหน้ามาขับเคลื่อนภายในประเทศ ทำให้ไทยเติบโตเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านและเศรษฐกิจโลก จากทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่น่าจะชัดเจนขึ้น ตลอดจนมีมุมมองบวกต่อดุลบัญชีเดินสะพัดในปีหน้า ถึงแม้ว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ไทยเคยทำได้ก็ตาม

ส่วนอัตราดอกเบี้ยนั้นคาดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้ง ส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายไปอยู่ที่อย่างน้อย 1.75% ในสิ้นปีหน้า ขณะที่คาดค่าเงินบาทยังคงอ่อนตัวอยู่ที่ราว 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในครึ่งปีแรก เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง เงินบาทน่าจะแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ราว 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

แต่สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย มองว่าน่าจะเติบโตได้ต่ำกว่านั้น โดยเติบโตเพียง 3.4% ดีขึ้นเล็กน้อยจากปีนี้ที่ 3.2% แม้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวดีเกินคาดในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ซึ่งจีดีพีเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนถึง 4.5% แต่การฟื้นตัวหลักมาจากการเปิดเมืองและการเปิดรับการท่องเที่ยวจากต่างชาติที่มากขึ้น

ธุรกิจที่ได้ประโยชน์จึงกระจุกตัวในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่ง ขณะที่การใช้จ่ายในกลุ่มอื่น ๆ ยังขยายตัวไม่โดดเด่น รายได้คนทั่วไปไม่ได้ปรับขึ้น ราคาสินค้าสูงขึ้นจนคนระมัดระวังการใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาคเอกชนยังเป็นตัวสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งการสั่งซื้อเครื่องจักรและวัตถุดิบ รวมทั้งภาคการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ แต่การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐยังเป็นปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจต่อเนื่อง

การฟื้นตัวยังไม่ได้ส่งสัญญาณว่ามาจากอุปสงค์ที่อัดอั้นมานานและพร้อมกระโจนใช้จ่าย หรือ Pent-Up Demand ซึ่งมองต่อไปก็มีโอกาสที่เศรษฐกิจจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงได้ โดยส่งออกน่าจะเริ่มชะลอลงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เติบโตช้าลง โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯ และยุโรปที่จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย

รวมทั้งการส่งออกของจีนมีแนวโน้มติดลบในปีหน้า ทั้งจากอุปสงค์ตลาดโลกที่อ่อนแอลง ปัญหาห่วงโซ่อุปทานชะงักงัน และจากความขัดแย้งทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และจีน จึงกระทบการส่งออกของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์-ชิ้นส่วน และอิเล็กทรอนิกส์

ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบีหรือ ttb analytics ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะขยายตัวที่ 3.7% เร่งขึ้นจาก 3.2% ในปี 2565 จากกิจกรรมท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย รวมทั้งการบริโภคภาคเอกชนที่อยู่ในช่วงฟื้นตัวต่อเนื่อง

และมองการเติบโตของมูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยจะอยู่ที่ราว 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัวเพียง 3.4% ชะลอตัวลงจากปีนี้ตามทิศทางเศรษฐกิจคู่ค้าที่อ่อนแรงลง ขณะที่บางภูมิภาคกำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยชัดเจน

การส่งออกสินค้าของไทยยังมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มเติมด้วยปัจจัยเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังทั่วโลกเข้าสู่ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นในระดับแรงและรวดเร็ว ระดับราคาสินค้าทั่วโลกอาจทรงตัวในระดับสูงนาน

ความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤตขาดแคลนพลังงานในสหภาพยุโรปและภัยธรรมชาติ รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการชะงักงันหรือสะดุดของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Disruption) และการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกรุนแรงเกินคาด

ขณะที่ การนำเข้าสินค้าจะขยายตัวเพียง 1.0% ชะลอตัวลงจากปี 2565 ตามราคาพลังงานในตลาดโลกที่เริ่มลดลง ทำให้ดุลการค้าระหว่างประเทศปี 2566 จะขาดดุลน้อยกว่าปีนี้

ttb analytics มองว่านักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2566 จะอยู่ที่ราว 18.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 9.5 ล้านคน ในปี 2565 กลุ่มที่จะเข้ามาเที่ยวมากที่สุดยังเป็นนักท่องเที่ยวแถบอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย สิงค์โปร์ และกลุ่มเอเชียตะวันออก คือ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

และคาดเงินเฟ้อปีหน้าจะอยู่ที่ 2.6% ชะลอลงจากปีนี้ที่ราว 6.1% อย่างไรก็ตามระดับราคาสินค้าในประเทศจะยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อไปจนถึงกลางปี 2566 ก่อนจะทยอยลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในครึ่งหลังของปี 2566 ดังนั้นค่าครองชีพที่แพงและหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จึงยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อในประเทศอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการบริโภคภาคเอกชน จะสามารถขยายตัวได้ที่ 3.5% เป็นการเติบโตใกล้เคียงค่าเฉลี่ยก่อนโควิดระหว่างปี 2559-2562 ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐอาจลดลง แม้งบประมาณจะเพิ่มขึ้นจากปีนี้ ประกอบกับการชะลอตัวลงของการส่งออกสินค้า จึงประเมินว่าการลงทุนภาคเอกชนในปี 2566 จะขยายตัวที่ 2.6% ชะลอลงจากปี 2565 ที่ 3.0%

เศรษฐกิจไทยในปี 2566 ยังต้องเผชิญกับความท้าทายที่หลากหลาย โดยรายงานของ Bloomberg ล่าสุดชี้ว่ามีความเป็นไปได้ 100% ที่สหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในอีก 12 เดือนข้างหน้า หรือในเดือนตุลาคมปี 2566 และโอกาสที่เศรษฐกิจจะถดถอยเร็วกว่า 12 เดือนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ด้านองค์การการค้าโลก (WTO) ปรับลดคาดการณ์การค้าโลกในปีหน้าไปอยู่ที่ระดับ 2.3% จาก 3.2% เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อ และผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น เงินเฟ้อ และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก

ในปี 2566 เศรษฐกิจไทย จะสามารถฟันฝ่าหลากหลายอุปสรรค ปัญหา เดินหน้าไปถึงฝั่งฝันได้หรือไม่ …ต้องติดตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...