โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 หุ้น โรงแรม-สายการบินบวกคึก จ่อรับ “เที่ยวคนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 05 มี.ค. 2568 เวลา 08.44 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (5 ก.พ.68) ราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว-โรงแรม ปรับตัวขึ้น ณ เวลา 14:43 น. ตอบรับข่าว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอโครงการ "เที่ยวคนละครึ่ง" เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่นระหว่างเดือน พ.ค. ถึง ก.ย. 68 นำโดย บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC อยู่ที่ระดับ 3.00 บาท บวก 0.14 บาท หรือ เพิ่มขึ้น 4.90% สูงสุดที่ระดับ 3.02 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.86 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 178.12 ล้านบาท

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT อยู่ที่ระดับ 41.50 บาท บวก 1.75 บาท หรือ เพิ่มขึ้น 4.40% สูงสุดที่ระดับ 42.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 40.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,210.18 ล้านบาท

บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV อยู่ที่ระดับ 2.00 บาท บวก 0.08 บาท หรือ เพิ่มขึ้น 4.17% สูงสุดที่ระดับ 2.02 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.93 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 69.87ล้านบาท

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL อยู่ที่ระดับ 34.00 บาท บวก 1.25 บาท หรือ เพิ่มขึ้น 3.82% สูงสุดที่ระดับ 34.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 32.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 144.59 ล้านบาท

บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW อยู่ที่ระดับ 3.30 บาท บวก 0.08 บาท หรือ เพิ่มขึ้น 2.48% สูงสุดที่ระดับ 3.32 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 3.16 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 114.11 ล้านบาท

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT อยู่ที่ระดับ 29.00 บาท บวก 0.50 บาท หรือ เพิ่มขึ้น 1.75% สูงสุดที่ระดับ 29.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 28.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 323.33 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุผ่านบทวิเคราะห์ว่าหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ล่าสุด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอโครงการ "เที่ยวคนละครึ่ง" เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่นระหว่างเดือน พฤษภาคม ถึง กันยายน ปี 2568 โดยมีรูปแบบคล้ายโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" แต่ภาครัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็น 50% และนักท่องเที่ยวจ่ายเองอีก 50% โดยจะขออนุมัติงบประมาณ 3,500 ล้านบาท จากรัฐบาลผ่านงบกลางเพื่อดำเนินโครงการนี้

ในระยะแรกจะเปิดให้จอง 1 ล้านสิทธิ์ เพื่อใช้ประโยชน์ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งสามารถใช้สิทธิ์ในการจ่ายค่าโรงแรมที่พักและร้านอาหาร ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าสามารถใช้สิทธิ์จองตั๋วเครื่องบินได้หรือไม่ และอาจมีการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางร่วมกับบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) เพื่อรองรับการจองสินค้าและบริการท่องเที่ยว รวมถึงการจองห้องพักโดยตรงจากโรงแรม

โดยฝ่ายนักวิเคราะห์มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวจากโครงการ "เที่ยวคนละครึ่ง" แม้จะมีสิทธิ์เพียง 1 ล้านสิทธิ์ แต่รัฐจะสนับสนุน 50% ซึ่งมากกว่าการสนับสนุน 40% ในโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าโครงการจะเริ่มใช้งานได้ปลายไตรมาส 2/68 ถึงไตรมาส 3/68 ซึ่งหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้มากที่สุด ได้แก่ ERW คิดเป็น 88% รายได้จากไทย, CENTEL คิดเป็น 80%, และ MINT คิดเป็น 15% โดย ERW และ CENTEL คาดการณ์ว่าจะได้ประโยชน์สูงสุดจากทั้งโครงการและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ฝ่ายนักวิเคราะห์ให้น้ำหนักการลงทุนเป็น มากกว่าตลาด” โดย Top pick ของกลุ่มท่องเที่ยวยังชอบ คือ CENTEL แนะนำ ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 44.00 บาท และ MINT ให้ราคาเป้าหมาย 34.00 บาท

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุผ่านบทวิเคราะห์ว่า AWC จะมีกำไรปกติเติบโตขึ้น 20% แตะระดับ 2,235 ล้านบาท ในปี 68 นอกจากนี้ มูลค่าสินทรัพย์รวมของบริษัทมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 210,000 ล้านบาท ในปี 68 เทียบกับ 199,000 ล้านบาท ในปี 2024 และ 96,000 ล้านบาท ในปี 62ขณะเดียวกัน EBITDA Yield คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยหลังหักกำไรจากมูลค่ายุติธรรมอยู่ที่ 5% และหากรวมกำไรดังกล่าวจะอยู่ที่ 8% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวที่ระดับ 10-15% โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติงบกลางปี 68 วงเงิน 153.03 ล้านบาท ตามข้อเสนอของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงาน "Maha Songkran World Water Festival 2025" ณ ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 11-15 เม.ย. 68

การใช้งบประมาณแบ่งเป็น การจัดกิจกรรมที่สนามหลวง 93.26 ล้านบาท การจัดขบวนแห่ 48 ล้านบาท และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ 11.77 ล้านบาท โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไม่ต่ำกว่า 800,000 คน และสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 3.2 พันล้านบาท

นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังเตรียมจัดกิจกรรม "เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 5 ภูมิภาค" ตลอดเดือนพฤษภาคม เพื่อกระจายความคึกคักของเทศกาลไปยังทั่วประเทศ โดยมีอีเวนต์สำคัญ เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร, โนราโรงครู จังหวัดพัทลุง, เทศกาลอาหาร Amazing Thailand Grand Taste จังหวัดชลบุรี, เทศกาลผลไม้และของดี จังหวัดระยอง, เทศกาลดนตรี Music & Mutelu Festival จังหวัดนครพนม

ขณะเดียวกัน ยังมีอีเวนต์กีฬาระดับนานาชาติ อาทิ Bangsaen 10 จังหวัดชลบุรี, Amazean Jungle Thailand by UTMB 2025 จังหวัดยะลา, Samui Regatta จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ Thailand Super Series 2025 จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...