โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

ผิวแห้งเกิ๊น โลชั่นเอาไม่อยู่! 8 อาหาร 'เนื้อนุ่ม หอมมัน' เพื่อสาวผิวแห้ง ให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ลูบแล้วฟิน ♡

SistaCafe

อัพเดต 05 ส.ค. 2562 เวลา 03.38 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2562 เวลา 03.38 น. • Mollacake

Hi!!! ค่า สาวซิสที่น่ารักก น่าเลิฟฟฟ ของเราทุกคน
' ปัญหาผิว ' นี่เรื่องอันดับต้นๆ ที่ทำผู้หญิงอย่างเรานอยด์เหมือนกันนะ ถึงไม่ได้เป็นสายบิวตี้ สายแฟชั่นจ๋าๆ ก็คงไม่มีใครอยากผิวแห้ง หยาบกร้าน จับทีนึกว่ากระดาษทรายหรอกใช่ไหมล่ะ? นึกถึงหน้าหนาวที่ทำผิวแห้ง เป็นขุยจนเลือดออกสิ แค่แตะเบาๆ ยังร้องซี๊ดเพราะแสบมาก! ยิ่งใครเป็น ' สาวผิวแห้ง ' บางทีซัมเมอร์แดดร้อนๆ ผิวแห้งหน้าตาเฉย ทาโลชั่นบางทีก็เอาไม่อยู่ จะทำยังไงดีเนี่ย ไม่กล้าใส่เปิดไหล่ ขาสั้นแล้วจ้า Y^Y
ต้องบอกก่อนว่า แสงแดดนี่แหละ ทำให้ผิวแห้งง่าย! เพราะรังสียูวีจากแสงแดด จะดูดความชุ่มชื้นจากผิวเราไปจนหมด ยิ่งไลฟ์สไตล์ทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อย กินอาหารแย่ๆ ผิวก็ยิ่งเสียไวขึ้น ถ้าอยากผิวดีขึ้น ควรแก้ที่ต้นตออย่าง ' อาหารการกิน ' นี่แหละ ถ้ากินถูกชนิด ผิวก็อิ่มน้ำได้โดยไม่ต้องประโคมทาโลชั่นเยอะเลย อะ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. น้ำเปล่า

ข้อแรกไม่ต้องนึกถึงสิ่งอื่นไกลเลย ' น้ำเปล่า ' ที่ดื่มอยู่ทุกวันเนี่ยแหละ ดื่มเข้าไปเยอะๆ เลยค่ะซิส ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำได้ดีและไวที่สุดแล้ว ทั้งฟื้นฟูเซลล์ผิวที่แห้งกร้าน รักษาสภาวะสมดุลในร่างกาย ชะลอริ้วรอยก่อนวัย ทำให้เซลล์ทั้งหมดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเธอดื่มน้ำไม่พอ ปัญหาผิวต่างๆ จะตามมาเป็นขบวน แน่นอนว่ารวมผิวแห้งกร้านด้วย!
ดังนั้น เราแนะนำให้สาวๆ ดื่มน้ำอย่างน้อย 3 ลิตร หรือ 8 แก้วต่อวัน ( ถ้าออกกำลังกายเยอะ ก็ควรดื่มเยอะกว่านั้นอีก ) เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของเซลล์บนร่างกายนะคะ =w= 

2. อะโวคาโด

แม้จะราคาแพง และรสจืดๆ มันๆ ไปหน่อย แต่ ' อะโวคาโด ' เขามีคุณสมบัติสุดเริ่ดที่คุ้มค่ากับการจ่ายเงิน! เพราะอะโวคาโดบด 1 ถ้วย มีวิตามิน C E A K ในปริมาณที่สูงมาก ไม่นับโฟเลตและกรดไขมันโอเมก้า 3  ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื้อในชั้นใต้ผิว ให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำ ลดความหยาบกร้านของผิว ลดริ้วรอย จับแล้วนุ่มนิ่มฟินๆ เหมือนผิวเด็กเลยค่ะ
แบบกิน >> กินเปล่าๆ ใช้ช้อนควักจากผลเลยก็ได้ หรือบดเป็นซอสข้นๆ ใส่สลัด สมูทตี้ กัวคาโมเล่ ( ซอสจิ้ม ) 
แบบมาส์ก >> บดอะโวคาโด 1/4 ผล เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติกับน้ำผึ้งลงไป คนให้เข้ากัน แล้วกิน! อ๊ะไม่ใช่ ให้พอกบนผิวที่แห้งกร้าน ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น ก็เตรียมผิวนุ่มได้เลยจ้า

3. กล้วย

กล้วยผลสีเหลืองๆ รสชาติหวานหอมเนื้อนุ่มที่กินอยู่ทุกวันเนี่ย ประโยชน์เขาไม่กล้วยสมชื่อนะจ๊ะ วิตามินเยอะมาก! ทั้ง A B C D คอปเปอร์ ซิงค์ เหล็ก วิตามิน B Complex และกากใยอาหารต่างๆ อีกมากมาย ช่วยลดริ้วรอย ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำ กากใยในกล้วยยังช่วยดีท็อกซ์สารพิษ เสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ แค่กินกล้วยเป็นประจำ ผิวก็เนียนนุ่ม โกลว์ได้ง่ายๆ เลยล่ะค่ะ
แบบกิน >> กินกล้วย 1-2 ผลต่อวัน จะปอกกล้วยกินเปล่าๆ เลยก็ได้ หรือนำไปผสมขนม เครื่องดื่มต่างๆ เช่น สมูทตี้ แพนเค้ก มัฟฟิน เค้ก หรือบิใส่ในซีเรียล กราโนล่าก็ได้เช่นกันค่ะ
แบบมาส์ก >> บดกล้วย 1/2 ผลให้เละ เติมน้ำผึ้งและโยเกิร์ตรสธรรมชาติอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ พอกให้ทั่วถึงกันทั้งผิวหน้า ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ผิวนุ่มเนียนใสแน่นอน

4. อะโลเวร่า ( ว่านหางจระเข้ )

เจ้าพืชที่คล้ายหนวดปลาหมึก ตัดออกมาเป็นเจลใสๆ นี่แหละ มีประโยชน์กับสุขภาพ ยิ่งนำไปพอกผิวแห้ง ผิวยิ่งนุ่มชุ่มชื้น โดยอะโลเวร่าจะประกอบไปด้วยไลปิด น้ำ วิตามิน A C E B12 และแร่ธาตุต่างๆ เช่น ซิงค์ ทองแดง โพแตสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และกรดอะมิโนอีกมากมาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เชื้อแบคทีเรีย สังเคราะห์คอลลาเจน ลดการอักเสบ ชะลอริ้วรอยตามวัย เยียวยาแผลสด และป้องกันผิวจากรังสียูวีด้วยนะ
แบบกิน >> คั้นเป็นน้ำว่านหางจระเข้ สามารถดื่มได้ แต่เลือกที่มียี่ห้อรับรองได้จะดีกว่า หากทำเองอาจเสี่ยงมีพิษได้ค่ะแบบทา ( คนนิยมกว่าเยอะ ) >> บดเจลใสให้ละเอียด แล้วพอกบนผิวหนัง 20 นาทีแล้วเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น ผิวจะใสขึ้นจนรู้สึกได้เลยค่ะ

5. น้ำมันมะพร้าว

' น้ำมันมะพร้าว ' ชื่อนี้ได้ยินกันมาช้านานเป็นพันๆ ปีแล้ว โดดเด่นสุดๆ ในการบำรุงผิวและเส้นผม แถมราคาก็เอื้อมถึง ซื้อใช้ได้ไม่ต้องกลัวเปลือง มีกรดไขมันจำเป็นที่ไม่มีในน้ำมันชนิดอื่น เมื่อกินในปริมาณที่เหมาะสม จึงช่วยลดน้ำหนักและโรคเบาหวานประเภท 2 ได้ แถมเป็นแหล่งของวิตามิน E และ K, กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน กรดไขมันอิ่มตัว และโปรตีน ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบต่างๆ ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น เปล่งประกาย หรือที่เรียกว่า ' ผิวเด้ง ' นั่นเองค่ะ
แบบกิน >> กิน 2-3 ช้อนโต๊ะแบบเพียวๆ หรือถ้ากินไม่ไหวก็ผสมน้ำสลัดแทนน้ำมันมะกอก, ผสมในกาแฟก็ยิ่งได้คุณค่ากับร่างกายมากขึ้น
แบบทา >> ทาน้ำมันมะพร้าวบนผิวที่แห้ง ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจะทาก่อนนอนข้ามคืนไปเลยก็ได้ ตื่นเช้ามาก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น และเจลอาบน้ำสูตรอ่อนโยน เท่านี้ผิวก็นุ่มใสกิ๊งแล้วว

6. ปลาชนิดต่างๆ

ปลาน้ำเย็นทั้งหลาย อย่างปลาค็อด ปลาแซลมอน ปลาทูน่าและปลาเฮอร์ริ่ง มีประโยชน์ต่อสุขภาพสุดๆ เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 เท่าๆ กัน แค่กินก็ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ดีท็อกซ์สารพิษ และกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ผิวได้ชะงัด ทำให้ผิวนุ่มเนียน โกลว์แบบไม่ต้องปัดไฮไลท์ซะอีก ยังไม่นับว่ามีโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุอีกร้อยแปด ทำให้เซลล์เต่งตึง ร่างกายทำงานดีขึ้น ที่สำคัญ ช่วยชะลอความแก่ ถ้ากินปลาตั้งแต่เด็กๆ เมื่ออายุมาก เธอจะหน้าเด็กกว่าคนวัยเดียวกันค่ะ //วางเงินค่าโบท็อกซ์แล้วไปกินปลาซะ!!
แบบกิน >> เลือกปลาสดๆ จากตลาดแล้วนำไปปรุง ไม่ต้องลอกหนังปลาออก นั่นแหละกรดไขมันชั้นเลิศ! จะนำไปย่าง ต้ม อบ หรือทำแกงก็ได้หมด แต่ถ้าใครเหม็นกลิ่นปลา ทนไม่ไหวจริงๆ จะกินเป็นอาหารเสริมน้ำมันปลา ( fish oil ) แบบแคปซูลก็ได้ค่ะ ^^

7. แตงกวา

ใครชอบกินแตงกวาสดๆ เตรียมบอกลาผิวแห้งๆ เกรอะๆ ได้เลย! เพราะในแตงกวา 1 ผล มีทั้งน้ำ, วิตามิน A C และ K, โฟเลต, แคลเซียม, แมกนีเซียม, โพแตสเซียม, ซิงค์, เซเลเนียม, ฟอสฟอรัส, กรดไขมันโอเมก้า 3 และกากใยอาหาร แตงกวามีปริมาณน้ำสูงมาก จึงทำให้ผิวเต่งตึง อิ่มน้ำได้สุดๆ และยังเป็นแหล่งของซิลิกา ที่เป็นส่วนประกอบของกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ผิวยิ่งเฮลตี้กว่าเดิมค่ะ 
แบบกิน >> สไลซ์แตงกวาเป็นแว่นๆ โรยเกลือ แล้วกินเป็นของว่างได้เลย! หรือจะผสมในสลัด แซนด์วิช ซุป น้ำผัก หรือแค่แช่ในน้ำเปล่าเป็น infused water ก็ยังได้แบบมาส์ก >> ลอกเปลือกแตงกวา ขูดเป็นฝอยๆ ใส่น้ำผึ้งและเจลอะโลเวร่า อย่างละ 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน ทาลงบนผิวหน้า ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วเช็ดออกด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น

8. ชาคาโมไมล์

บางคนน่าจะรู้จักดอก ' คาโมมายล์ ' เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ด้วยหน้าตาน่ารักกุ๊กกิ๊ก เหมาะกับการปลูกในสวนดอกไม้ หรือตกแต่งในงานปาร์ตี้ แต่สาวๆ รู้ไหมว่า มันยังมีประโยชน์กับสุขภาพด้วยนะ! เพราะมีทั้งวิตามิน A, โฟเลต และแร่ธาตุอื่นๆ อีกมากมาย และยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ กู้ผิวแห้งๆ คันยิบๆ ให้ชุ่มชื้น แค่ดื่มชาคาโมมายล์ ก็ช่วยดีท็อกซ์สารพิษได้ง่ายๆ ทำให้เซลล์ในร่างกายทำงานได้ดี
แบบกิน >> ดื่มชาคาโมมายล์ 1 แก้วแทนกาแฟได้เลย จะดื่มแบบร้อน หรือแบบเย็นๆ ใส่น้ำแข็งก็ได้ ถ้าไม่ชอบรสขมๆ ก็เติมมะนาว ขิง หรือน้ำผึ้งเพิ่มรสชาติได้
แบบอื่นๆ >> นำถุงชาคาโมมายล์แช่ในน้ำอุ่น วางบนผิวหนัง ก็ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้ หรือถ้าบ้านใครมีอ่างอาบน้ำ ก็โยนถุงชาลงไปเลย แล้วผสมน้ำผึ้ง กับน้ำมันมะพร้าว ลงไปแช่ในอ่างได้ฟินๆ อาบเสร็จผิวนุ่มฟินเวอร์ชัวร์ๆ

9. น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอก ถูกใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณโดยคนอียิปต์ โดยใส่เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เพราะเป็นแหล่งของกรดไขมัน ช่วยรักษาความเต่งตึงของผิวชั้นนอก เยียวยาบาดแผล ต้านการอักเสบและต่อต้านอนุมูลอิสระ ไม่ให้ผิวเสีย หยาบกร้าน รอยแผลดูจางลง ผิวชุ่มชื้นขึ้น ข้อดีคือน้ำมันชนิดนี้มีเนื้อเบา ไม่หนืดข้นเท่าน้ำมันมะพร้าว กลิ่นก็ไม่ฉุน ทำให้กิน / ทาง่าย  ใครไม่ชอบกลิ่นน้ำมัน เริ่มจากมะกอกก็ดีค่ะ ><
แบบกิน >> ผสมในน้ำสลัด ( ควรเป็นแบบบริสุทธิ์พิเศษ หรือ extra virgin เพื่อประโยชน์สูงสุด แต่จะแพงหน่อย ) หรือไปผัด ทอดอาหารชนิดอื่นๆ ก็ได้นะคะแบบทา >> ผสมน้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ, นม 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้งอีก 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน แล้วทาลงบนผิวหนังที่แห้งกร้าน ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ผิวโกลว์สวยดั่งใจแน่นอน

10. ถั่วชนิดต่างๆ ( อัลมอนด์, แมคคาเดเมีย, มะม่วงหิมพานต์ )

ถั่วชนิดใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นอัลมอนด์ วอลนัท แมคคาเดเมีย พิสตาชิโอ มะม่วงหิมพานต์ เฮเซลนัท etc. ทุกชนิดเป็นแหล่งของกรดไขมันจำเป็นอย่างโอเมก้า 3 และ 6, โปรตีน, วิตามิน E และ B, แมกนีเซียม, เซเลเนียม, ทองแดง, เหล็ก, ซิงค์, แคลเซียม, โพแตสเซียมและกากใยอาหาร ช่วยรักษาความสมบูรณ์ของเซลล์ผิว รักษาระบบหมุนเวียนในเลือด ทำให้เซลล์เต่งตึง อิ่มน้ำอยู่เสมอ สังเกตได้ว่าคนกินถั่วบ่อยๆ จะผิวเนียนๆ โกลว์ๆ อยากผิวสวยต้องลอง แต่อย่ากินเยอะเกินวันละ 1 กำมือล่ะ เดี๋ยวจะแถมความอ้วนไปด้วยจ้า
แบบกิน >> แช่ถั่วในน้ำทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วเอามากินเป็นมื้อเช้า จะใส่ในชามสลัด สมูทตี้ ของทอดอื่นๆ หรือปั่นรวมกับนมก็ได้
แบบทา >> แช่ถั่ว 4-6 เมล็ดทิ้งไว้ข้ามคืน ลอกเปลือกถั่วออก ปั่นจนได้เป็นครีมข้นๆ เติมนมลงไป 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วผิวหน้า มาส์กทิ้งไว้ 20 นาที แล้วเช็ดออกด้วยผ้าขนหนูหรือทิชชู่ชุบน้ำอุ่น ผิวจะเอิบอิ่มขึ้นสุดๆ เลยล่ะค่ะ

12. มันหวาน / มันเทศ

ซื้อมันเทศปิ้งรถเข็น เนื้อเหลืองๆ นิ่มๆ มาเลยค่ะ! เพราะมันอุดมไปด้วยวิตามิน A, B6, B3, B2, และ B1, ไบโอติน, ทองแดง, โพแตสเซียม, ฟอสฟอรัส, กากใยอาหาร โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระ ' Carotenoids ' ที่ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระให้ทำงานได้ดี และยังมีสาร ' Anthocyanin ' ที่ช่วยต้านการอักเสบตามธรรมชาติ 

แบบกิน : มันเทศลูกเดียว ก็ช่วยทั้งผิวชุ่มชื้น ดีท็อกซ์สารพิษ เยียวยาผิวแห้งแตกให้ชุ่มชื้นได้ง่ายๆ แถมอร่อย จะปิ้ง ย่าง บด ต้มก็ได้หมด ราคาถูก วัยใสซื้อได้ไม่ต้องคิดเยอะด่วยค่ะ
แบบทา :ขูดมันเทศเป็นฝอยๆ ใส่ชาม บีบเอาน้ำออก ใส่น้ำผึ้งลงไป 1 ช้อนชา แปะลงบนผิวที่แห้ง ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำ รับรองผิวนุ่มชุ่มชื้นได้อีก

13. ไข่

' ไข่ ' นี่แหละ กินแล้วผิวดี ไม่แห้งแตก! เพราะเป็นแหล่งของวิตามินหลายชนิดมากเวอร์ ทั้ง A,D และ E มีโฟเลต โปรตีน กรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6, แคลเซียม โปแตสเซียม ฟอสฟอรัส เซเลเนียมและโซเดียม โดยเฉพาะส่วน ' ไข่แดง ' เยิ้มๆ นี่แหละ ช่วยสมานเซลล์ผิวแห้งๆ ให้เรียบเนียน ดังนั้นให้กินทั้งฟอง อย่าแคะทิ้งนะคะ ^^
แบบกิน : กินไข่ต้ม ไข่คน หรือไข่น้ำ 1-2 ฟองในมื้อเช้าทุกวัน หรือจะต้มไข่แล้วเอาไปผสมกับสลัด หรือแซนด์วิชในมื้อกลางวันก็ดี
แบบทา : ตอกไข่ลงชาม ตักแค่ส่วนไข่แดงแล้วทาลงบนผิวที่แห้งแตก รอให้แห้ง 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำ ผิวสวยชัวร์ค่ะซิส

-----------------------
จะผิวแห้งกรอบ เป็นเจ้าแม่ทะเลทรายซาฮาร่ายังไง ถ้าดูแลตัวเองทั้งเรื่องอาหาร หลบแดด ดื่มน้ำ หมั่นทาครีมบำรุงผิว ก็ผิวนุ่มเด้งได้ อาหารที่เรามาแนะนำ ไม่จำเป็นต้องกินทั้งหมดก็ได้นะคะ ขอแค่ให้กินสารอาหารครบที่เซลล์ผิวต้องการก็พอ เพราะผิวหนังก็เป็นของรักของหวงของสาวๆ อย่างเราเนอะ ต้องดูแลให้ดีที่สุดค่ะ ___ ส่วนวันนี้เราขอออกไปซูเปอร์ ช้อปอาหารผิวสวยมาตุนบ้าละ เจอกันใหม่คราวหน้าน้าา บายค่าซิสส
-----------------------

ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...