โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รวมมิตรปัญหา “รถเมล์ไทย” ทุกข์ของคนกรุงฯ ที่ไม่หลุดพ้นเสียที

นิตยสารคิด

อัพเดต 11 ม.ค. 2567 เวลา 02.17 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2567 เวลา 02.17 น.
thai-bus-problems-cover

‘กรุงเทพมหานคร’ ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว (?) และเต็มไปด้วยระบบขนส่งสาธารณะหลากหลายประเภทที่พร้อมพาประชาชนไปในทุกพื้นที่ทั่วทุกสารทิศ ถึงกระนั้นประเด็นเรื่องความท้าทายบนท้องถนนและความไม่สะดวกสบายของบริการรถโดยสารสาธารณะ ก็ยังคงถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘รถเมล์ไทย’

รถเมล์ คือ ระบบขนส่งสาธารณะที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน ด้วยราคาที่เป็นมิตรและขับผ่านเส้นทางหลายสาย เลยเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนเลือกใช้เพื่อเดินทางไปจุดหมายต่าง ๆ ของตัวเอง แต่เมื่อพูดถึงรถเมล์เรามักจะนึกถึงสิ่งในเชิงลบอย่างปัญหาของสภาพรถเมล์และอุปสรรคระหว่างการใช้บริการอยู่เสมอ ที่ทำให้เราได้เห็นถึงความสำคัญของรถเมล์ไทยที่ยังไม่ได้มาตรฐาน และไม่ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน ดั่งวลีที่สะท้อนความจริงอันโหดร้ายที่ว่า "การขึ้นรถเมล์ในไทยคือความเสี่ยง"

และนี่คือหลากปัญหารถเมล์ไทย ที่ประชาชนพบเจอมาโดยตลอด เพื่อตอกย้ำถึงความหวังต่อการพัฒนาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อจะทำให้เรื่องราวการเดินทางของประชาชนทั่วทุกสารทิศแฮปปี้ขึ้นและน่าจดจำกว่าที่เป็นอยู่เดิม

Markus Winkler / Unsplash

ทุกข์คนกรุงฯ สารพัดปัญหาซ้ำซากของรถเมล์ไทย
ด้วยความที่รถเมล์ไทยเป็นวิธีการเดินทางที่มีราคาเป็นมิตรและขับผ่านเส้นทางหลายสาย จึงเป็นรูปแบบการเดินทางที่อำนวยความสะดวกให้กับคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนรายได้น้อยที่เลือกใช้เวลาเดินทางไปยังจุดหมายต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อพูดถึงรถเมล์ เราก็มักจะได้ยินถึงปัญหาและอุปสรรคจากผู้ใช้บริการรถเมล์อยู่เสมอ การเดินทางด้วยรถเมล์ในแต่ละครั้งจึงต้องเตรียมทั้งกายและใจให้พร้อม เสมือนการผจญภัยอย่างหนึ่งที่เราไม่รู้เลยว่าจะเจอกับอะไรบ้าง

ซึ่งภาพจำของ ‘รถเมล์’ ที่เหล่าประชาชนชาวไทยเห็นกันจนชินตา คงหนีไม่พ้นภาพของรถเมล์เก่า ๆ ร้อน ๆ ปล่อยควันดำโขมงที่บางคันอยู่มายาวนานตั้งแต่รุ่นตายาย อันสะท้อนออกมาได้อย่างชัดเจนผ่านคำว่า ‘ปัญหา’ จากการใช้บริการที่เปรียบเสมือนหลุมดำในแวดวงของรถเมล์ไทย ที่ต่อขยายกลายเป็นแผลที่คนใช้บริการต้องเผชิญ จนเกิดการร้องเรียนและโพสต์ในโซเชียลฯ กลายเป็นประเด็นร้อนมาถึงทุกวันนี้ เพราะปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขเสียทีนั่นเอง

ThaimaaOpas / Unsplash

จากการใช้บริการรถเมล์ของประชาชนในปัจจุบัน ปัญหาที่เจอหลัก ๆ มักจะเป็นในเรื่องของ “เวลา” ที่ต้องเสียไปโดยใช่เหตุ อย่าง ปัญหารถเมล์ขาดระยะและมีปริมาณไม่เพียงพอ ซึ่งนับเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดปริมาณผู้รอรถเมล์โดยสารสะสมอยู่เป็นปริมาณมากและเป็นระยะเวลานานถึงขั้นที่ไม่สามารถคาดเดาเวลาได้ จนเกิดเป็นความล่าช้าในการเดินทาง บางครั้งรอนานเป็นชั่วโมงถึงสองชั่งโมงเลยทีเดียว เมื่อรถเมล์มาถึง หลายคนก็ต้องจำใจต้องยอมเบียดเสียดขึ้นไปบนรถที่รอมาเนิ่นนาน เพื่อจะไปให้ทันทำงานหรือกลับบ้านหลังเลิกงาน แล้วยิ่งเส้นทางการเดินรถมีความซับซ้อนและยาวเกินไป ก็อาจทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าจะสามารถวนรถกลับมาวิ่งรับผู้โดยสารใหม่ได้อีกรอบและยิ่งทำให้การวิ่งรถล่าช้าลงตามไปด้วย

ประกอบกับ ปัญหารถเมล์เสื่อมสภาพ โดยรถเมล์หลายคันถูกใช้งานมายาวนานกว่า 30 ปี ส่งผลให้มีสภาพชำรุดทรุดโทรม และมีหลายคันที่หมดสภาพการใช้งานต้องโละทิ้งเพราะซ่อมต่อไปไม่ไหว ทำให้รถเมล์เหลือจำนวนน้อยลงไปอีก หรือในกรณีที่โชคร้าย รถเมล์อาจเสื่อมสภาพและประสบปัญหาขณะออกวิ่งรับส่งผู้โดยสารอย่างกะทันหัน ทำให้ผู้โดยสารต้องรอโดยสารรถคันต่อไปที่ขับตามหลังมา ส่งผลให้ความหนาแน่นของผู้โดยสารในรถแต่ละคันยิ่งเพิ่มสูงมากขึ้น และยิ่งแล้วใหญ่หากวันใดเกิด ปัญหาการจราจร เช่น การเกิดเหตุฉุกเฉินไม่คาดฝันบนท้องถนน การก่อสร้างทางหรือการซ่อมแซมพื้นผิวถนน เวลาไฟแดงนานเกินไป ฯลฯ ยิ่งทำให้การจราจรติดขัด ซึ่งส่งผลการต่อการเดินทางที่ไม่สามารถประเมินเวลาที่แน่นอนได้ กลายเป็นผลกระทบต่อผู้โดยสารที่อยู่บนรถเมล์ที่ไม่สามารถเดินทางได้ตามกำหนดที่ต้องการ และผู้รอโดยสารรถเมล์ก็ต้องเผชิญปัญหาและความยากลำบากจากการรอรถอย่างไร้จุดหมาย

Peter Kellfur / Unsplash

ปัญหาลดเที่ยววิ่งและยกเลิกสายรถเมล์บางเส้นทาง ก็เป็นอีกปัญหาที่สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้โดยสารที่จำเป็นต้องใช้บริการขนส่งสาธารณะทางอื่นหรือต้องต่อรถเมล์หลายสาย แทนที่จะสามารถนั่งรถสายเดียวถึงจุดหมายปลายทางได้ ซึ่งการยกเลิกการเดินรถเมล์นั้น หลายครั้งที่ไม่มีการสื่อสารหรือประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจน ทำให้ประชาชนไม่อาจรู้ได้ว่า รถเมล์สายไหนบ้างที่ยกเลิก ไม่เพียงเท่านั้น ปัญหาการเปลี่ยนชื่อสายรถเมล์ ก็เป็นอีกปัญหาที่สร้างความสับสนให้กับผู้โดยสาร กลายเป็นปัญหาที่ผู้โดยสารต้องพยายามจดจำชื่อสายใหม่ด้วยตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ ปัญหาการให้บริการของพนักงาน ก็เป็นปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง ซึ่งปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนบ่อย ๆ ก็ได้แก่ การขับรถเร็ว หวาดเสียว คร่อมเลน การไม่จอดรถที่ป้ายรถเมล์ การใช้คำพูดไม่สุภาพหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยมักใช้อารมณ์ในการให้บริการเป็นส่วนใหญ่ การขับรถแช่เลนขวาแล้วเบียดเข้าเลนซ้ายทันทีเพื่อที่จะเข้าป้าย รวมถึงการจอดรับส่งผู้โดยสารกลางถนน ซึ่งทำให้ประชาชนต้องรีบขึ้นลงรถ เสี่ยงต่อการโดนรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ชนอีกด้วย

จากปัญหาทั้งหมดนี้ สอดรับกับผลการสำรวจของกรุงเทพโพลล์ โดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในหัวข้อ “ความเดือดร้อนของประชาชนต่อการใช้บริการรถเมล์ไทย” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ใช้บริการรถเมล์ จํานวน 1,151 คน เมื่อวันที่ 17-21 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา

ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยที่สุดจากการใช้บริการรถเมล์ในปัจจุบัน อันดับ 1 คือรถขาดระยะต้องใช้เวลารอรถนาน อันดับ 2 รถแน่นเกินไปและขึ้นไม่ทันโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน อันดับ 3 รถเก่า มีภาพชํารุด และสกปรก อันดับ 4 ช่วงเช้ามืดหรือตอนคํ่า มีรถเมล์วิ่งจำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ที่จะโดยสาร อันดับ 5 ขับรถคร่อมเลน เร็ว และไม่ทำตามกฎจราจร และอื่น ๆ อาทิ จอดไม่ตรงตามป้ายหรือจอดเลยป้าย พนักงานไม่สุภาพ มีปัญหาสายรถเมล์ที่ใช้ประจํายกเลิกบริการ ค่าโดยสารแพงขึ้น ปล่อยควันดํา เครื่องสแกนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ไม่ค่อยได้ ฯลฯ

ทั้งนี้ ผลกระทบที่ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับจากปัญหาดังกล่าว อันดับ 1 คือไปเรียนไปทํางานสายหรือถึงที่หมายล่าช้า อันดับ 2 ต้องใช้บริการขนส่งทางอื่น เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย อันดับ 3 ต้องต่อรถเมล์หลายสายจากเดิมที่นั่งสายเดียวถึง อันดับ 4 ได้รับอันตรายจากการสูดดมมลภาวะริมถนนนานขึ้น อันดับ 5 เสี่ยงอันตรายในด้านต่าง ๆ และอื่น ๆ อาทิ ต้องเผื่อเวลาในการเดินทางและดำเนินชีวิต ไม่รู้ว่าสายไหนยกเลิกบ้าง ฯลฯ

Fred Moon / Unsplash

อย่างไรก็ดี รถเมล์ก็ยังคงนับเป็นวิธีการเดินทางที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงได้ทั้งสิ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า เรื่องราวของรถเมล์และการเดินทางในกรุงเทพฯ ยังเป็นปัญหาเรื้อรังและซ้ำซากมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมมากนัก ทำให้ประชาชนต้องเผชิญหน้ากับปัญหาดังกล่าวตลอดมา

ตอกย้ำปัญหารถเมล์ไทยผ่านรถเมล์ต่างประเทศ
สำรวจ ‘รถเมล์’ จากประเทศตัวอย่างที่ขึ้นชื่อว่ามีระบบการขนส่งสาธารณะ ‘ที่ดี’ มาดูกันว่าในประเทศนั้น ๆ มีลักษณะการบริการแบบไหนกัน

  • รถเมล์สีแดงสดใสเอกลักษณ์ของลอนดอน ‘ประเทศอังกฤษ’
    เชื่อเลยว่าใครหลายคนน่าจะต้องเคยเห็นรถเมล์สองชั้นสีแดงผ่านตามากันบ้างแล้วอย่างแน่นอน ซึ่งรถเมล์สองชั้นสีแดงนี้ ถือเป็นหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยรถเมล์ถือเป็นการเดินทางที่แสนสะดวกสบายไม่แพ้รถไฟฟ้าใต้ดิน เพราะรถเมล์สีแดงจะขับผ่านแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในลอนดอนทั้งหมด
    ซึ่งหนึ่งในเครือข่ายรถเมล์ที่ดีที่สุดในโลก คงต้องยกให้รถเมล์ของลอนดอน ที่ทุกคันจะเชื่อมต่อกับ GPS เพื่อระบุตำแหน่งของรถได้ ผู้โดยสารจึงสามารถตรวจสอบได้ว่า รถเมล์จะมาถึงป้ายในเวลากี่นาที ซึ่งจะเช็กได้ทั้งทางแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนและบริเวณป้ายรถเมล์ ทำให้ไม่ต้องรออย่างไร้จุดหมาย และในการเดินทางไปยังป้ายรถเมล์ต่าง ๆ จะมีกำหนดเวลาบอกอย่างชัดเจน ทำให้สามารถคำนวณระยะเวลาในการเดินทางหรือวางแพลนการเดินทางได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องกลัวหลงหรือลงผิดป้าย เพราะบนรถจะมีประกาศตลอดว่าต่อไปคือป้ายไหนด้วยนั่นเอง และไม่ใช่แค่ตัวรถเมล์ แต่ที่ป้ายรถเมล์ที่ลอนดอนก็ใส่ใจ เพราะนอกจากที่แสดงสายรถเมล์อย่างชัดเจนแล้ว ก็ยังแสดงแผนที่เส้นทางการเดินรถให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแต่ละสายวิ่งผ่านป้ายหรือสถานที่ไหนบ้างอีกด้วย
    ในการขึ้นรถเมล์สีแดงนี้ ผู้โดยสารจะสามารถชำระค่าโดยสารได้ด้วยบัตรโดยสารอัจฉริยะ Oyster Card ที่เป็นบัตรเติมเงิน ซึ่งสามารถนำไปใช้จ่ายค่าโดยสารได้ทั้งรถไฟฟ้าและรถเมล์ทั่วมหานครลอนดอน ถือเป็นวิธีการจ่ายเงินที่เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางมากยิ่งขึ้น

Josh Mills / Unsplash

  • รถเมล์ใน ‘ประเทศญี่ปุ่น’ ก็มีความจำเป็นเทียบเท่ารถไฟฟ้า
    หากพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายคนน่าจะคุ้นชินกับรถไฟฟ้า แต่ทว่าที่ญี่ปุ่นนั้นยังมีรถเมล์ให้บริการอยู่เหมือนประเทศอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกของการเดินทางในญี่ปุ่นที่ยังมีความจำเป็นและมีความสะดวกสบายไม่แพ้กัน
    การขึ้นลงรถเมล์ที่นี่จะต้องขึ้นลงที่ป้ายรถเมล์เท่านั้น ไม่มีการขึ้นลงนอกป้ายอย่างเด็ดขาด และโดยปกติ รถเมล์ที่ญี่ปุ่นจะมีตารางเวลาในการเดินรถที่ตรงต่อเวลา โดยจะมีการระบุเวลาการเดินทางแต่ละคันไว้ในตารางเวลาที่ป้ายรถเมล์อย่างชัดเจน หากใครมาท่องเที่ยวและต้องการเดินทางด้วยรถเมล์นั้น ก็สามารถมั่นใจได้ว่า หากมาตรงเวลาที่ระบุไว้ที่ป้าย จะได้ขึ้นรถเมล์อย่างแน่นอน
    รถเมล์ญี่ปุ่น ไม่มีกระเป๋ารถเมล์ ผู้โดยสารจะต้องจ่ายเงินด้วยตัวเอง ซึ่งการจ่ายเงินก็จะแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือการขึ้นรถเมล์ในเมืองโตเกียว มักจะเก็บในอัตราเดียวกันตลอด จะไปลงป้ายไหนก็จ่ายราคาเท่ากัน เวลาขึ้น ผู้โดยสารจะต้องขึ้นจากประตูหน้ารถเท่านั้น และต้องจ่ายเงินให้เรียบร้อยเสียก่อน และอีกแบบหนึ่ง คือการขึ้นรถเมล์ในเมืองอื่น ๆ โดยผู้โดยสารจะขึ้นจากประตูด้านหลังเท่านั้น และต้องดึงตั๋วจากเครื่องดึงตั๋วที่ติดตั้งอยู่ใกล้ประตูเพื่อนำมาจ่ายค่าโดยสารทีหลัง เพราะการดึงตั๋วจะเป็นการนับการเริ่มสถานีที่ขึ้น เพื่อคำนวณราคาตามระยะสถานีตอนจะลงจากรถ โดยตอนจะลง จะต้องลงประตูหน้าที่มีคนขับและทำการชำระเงินค่าโดยสารนั่นเอง
    การเดินรถเมล์ของญี่ปุ่นนั้น เมื่อใกล้จะถึงป้ายไหนก็จะมีการประกาศชื่อป้ายต่อไป หากจะลงให้กดกริ่งพร้อมกับไฟแดงที่จะแสดงขึ้นทั่วรถเพื่อแสดงให้เห็นว่ารถเมล์จะทำการจอดให้ป้ายถัดไป แต่ทั้งนี้ รถเมล์ในญี่ปุ่นจะมักจอดป้ายเกือบทุกป้ายอยู่แล้ว มีเพียง 2 กรณีที่รถเมล์จะไม่จอดก็คือ ไม่มีคนลงป้าย และไม่เห็นมีใครอยู่ที่ป้ายรถเมล์ หากรถเห็นว่ามีคนอยู่ที่ป้ายก็มักจะจอดเทียบให้ทันที โดยเวลาที่จะลงแต่ละป้าย ผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องมายืนออที่หน้าประตูทางลงเหมือนที่ประเทศไทย เพราะประเทศญี่ปุ่นรณรงค์ให้นั่งอยู่กับที่ จนกว่ารถเมล์จะจอดป้ายสนิท และด้วยระบบเซ็นเซอร์ในรถ ประตูจะไม่เปิดหากมีใครยืนอยู่ตรงขั้นบันได เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

Abdur Ahmanus / Unsplash

  • ภาพจำของรถเมล์ยอดฮิตต้องไม่พลาดที่ ‘ประเทศเกาหลีใต้’
    รถเมล์เกาหลี นับว่าเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่แสนสะดวกสบายและคนเกาหลีใต้นิยมใช้กัน เพราะถึงที่หมายได้ใกล้กว่าและประหยัดกว่าการเดินทางแบบอื่น ซึ่งมีให้บริการอยู่หลายสาย โดยแต่ละสายจะให้บริการตามเส้นทางที่แตกต่างกันและมีค่าโดยสารไม่เท่ากัน
    การเดินทางด้วยรถเมล์ที่เกาหลีใต้นั้น สามารถค้นหาเส้นทางได้จากแอปพลิเคชัน ซึ่งภายในแอปพลิเคชันจะระบุเส้นทางที่ดีที่สุด เส้นทางที่ใช้เวลาน้อยที่สุด เส้นทางที่เปลี่ยนรถน้อยที่สุด และเส้นทางที่ใช้เวลาเดินน้อยที่สุดมาให้เรียบร้อย ทำให้สามารถคำนวณเวลาการเดินทางคร่าว ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม
    นอกจากนี้ยังล้ำสมัยกว่าใคร เพราะรถเมล์เกาหลีได้มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นรุ่นใหม่แบบไฟฟ้าตั้งแต่ปีค.ศ. 2010 ถือเป็นประเทศแรกในโลกที่มีการใช้รถเมล์ไฟฟ้าด้วยเหตุผลด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มิหนำซ้ำในปัจจุบัน รถเมล์บางสายยังมีช่อง USB สำหรับชาร์จโทรศัพท์ระหว่างเดินทางได้อีกด้วย และเวลาลงรถเมล์ ก็จะมีเสียงประกาศเป็นภาษาอังกฤษ รวมถึงมีตัววิ่งแสดงชื่อป้ายให้ผู้โดยสารสังเกตเห็นได้ชัดเจนอีกเช่นกัน
    นอกจากนี้ ป้ายรถเมล์ส่วนใหญ่ที่นี่ยังเป็นป้ายรถเมล์อัจฉริยะ เพื่อส่งเสริมการเดินทางของผู้คนอย่างรอบด้าน โดยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ได้แก่ เครื่องกดแอลกอฮอล์อัตโนมัติ ปลั๊กชาร์จไฟ ฟรีไวไฟ และหน้าจอดิจิทัลแสดงตารางเวลารถเมล์ เส้นทางการเดินรถ และปริมาณผู้โดยสารบนรถ ที่สำคัญ ยังมีกล้อง CCTV กระดิ่งแจ้งเตือน และเซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง ที่เชื่อมต่อกับสถานีตำรวจและสถานีดับเพลิงสำหรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ส่วนหลังคาป้ายรถเมล์ก็มีแผงโซลาร์เซลล์สำหรับกักเก็บไฟสำรอง
    ในส่วนการจ่ายค่าโดยสารมี 2 วิธี คือ แบบเงินสด และ บัตร T-money โดยต้องทำการแตะบัตรทั้งตอนขึ้นและลงรถ ถ้าใครใช้บัตร T-Money จะได้รับส่วนลดอีก 100 วอน ซึ่งความไฮเทคที่ล้ำหน้าหลายประเทศอย่างหนึ่งคือ สามารถเติมเงินใส่โทรศัพท์แตะจ่ายค่าโดยสารแทนบัตรได้นั่นเอง

Markus Winkler / Unsplash

ขอแบบนี้บ้างได้ไหม? “รถเมล์ไทย” ควรจะมีสิ่งเหล่านี้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
หากการยกเลิกรถเมล์ร้อนแบบเดิมทั้งหมดเป็นไปได้ยาก และอาจตัดสิทธิ์การใช้บริการของกลุ่มคนรายได้น้อยอย่างคนตัวเล็กตัวน้อยในเมืองใหญ่ที่จะได้ลดรายจ่ายจากสายรถเมล์ดั้งเดิมอย่างรถเมล์ร้อนไป อย่างน้อยที่สุด การพัฒนาการบริการบางส่วนของรถเมล์ น่าจะช่วยเอื้ออำนวยให้ประชาชนใช้บริการรถเมล์กันอย่างสะดวกสบายขึ้นไม่มากก็น้อยกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็น…

  • การระบุตำแหน่งของรถเมล์ได้ทุกคันและทุกสาย: แม้ในปัจจุบันจะสามารถติดตามตำแหน่งรถเมล์ผ่านการติดตั้ง GPS ได้แล้ว นั่นคือ การดูผ่านแอปพลิเคชัน ViaBus แอปพลิเคชันนำทางและติดตามรถโดยสารสาธารณะประจำทางแบบเรียลไทม์ที่จะมาช่วยร่นเวลา คำนวณ และวางแผนชีวิตการเดินทางให้สะดวกมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ผู้จะโดยสารสามารถดูเส้นทาง ป้ายที่ต้องขึ้นลงรถ รวมทั้งคำนวณเวลาที่ต้องใช้ในการเดินทางได้ แต่ทว่า การใช้งานนี้ยังไม่ครอบคลุมรถเมล์ทุกคันและทุกเส้นทาง กลายเป็นหลุมดำปัญหาที่ประชาชนหลายต่อหลายคนยังต้องเผชิญหน้าอยู่ต่อไป โดยทาง ViaBus เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับ “คิด” Creative Thailand ในบทความ เลิกลุ้น ไม่รอเคว้ง กับการเดินทางที่กำหนดได้ด้วย ViaBus (อ่านได้ทาง https://www.creativethailand.org/article-read?article_id=31740)

  • การบอกชื่อสถานีก่อนจะลงจอด: คงไม่มีอะไรแย่ไปเสียกว่าการนั่งรถเมล์ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่ารถเมล์สายนี้จะไปที่ไหนบ้าง ผ่านที่ใดบ้าง และไม่รู้ว่าป้ายที่จะลงควรกดกริ่งลงตอนไหน หากรถเมล์มีการบอกชื่อสถานีก่อนจะลงจอดเฉกเช่นรถไฟฟ้าที่มีเสียงตามสายประกาศให้ผู้โดยสารทุกคนทราบ ก็คงจะหมดปัญหาผู้โดยสารลงผิดป้ายหรือผู้โดยสารต้องคอยมองข้างทางอยู่ตลอดเพื่อไม่ให้เลยป้ายนั่นเอง

  • ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ: ปฏิเสธไม่ได้ว่าในทุกวันนี้ ป้ายรถเมล์อาจเป็นหนึ่งอุปสรรคของการเดินทางในแต่ละวัน เพราะจุดรอรถเมล์หลายแห่งในประเทศไทยยังไม่ตอบโจทย์ประชาชนเท่าที่ควร เช่น ป้ายรถเมล์ไม่มีหน้าจอแสดงข้อมูลและระยะเวลารอรถ ไม่มีไฟส่องสว่าง ที่แย่ไปกว่านั้น บางแห่งยังไม่มีหลังคากันแดดกันฝน ยิ่งทำให้คนเดินทางต้องรอรถเมล์อย่างเหน็ดเหนื่อยและยากลำบาก
    ซึ่งในปัจุจบันมีป้ายรถเมล์หลายแห่งได้รับการพัฒนาให้กลายเป็น ‘ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ’ หรือ Smart Bus Shelter ที่มีฟังก์ชันหรือความสามารถในการใช้งานที่หลากหลายและล้ำสมัยไปจากป้ายรถเมล์แบบเก่า ได้แก่ ที่ชาร์จแบตสำหรับสมาร์ตโฟน ฟรีไวไฟ สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้วยมือถือหรือสื่อสารทางออนไลน์กับบุคคลอื่น กล้อง CCTV คอยตรวจสอบความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการและผู้ที่อยู่ใกล้เคียงกับป้ายรถเมล์ และมีหน้าจอ LED สำหรับแสดงรายละเอียดสายรถเมล์ที่กำลังจะมาถึง รวมถึงบอกระยะเวลาที่จะมาถึงแก่ผู้ที่รอโดยสารรถเมล์ ซึ่งจะมีการประมวลผลทุก ๆ 20 วินาที
    โดยการพัฒนาป้ายรถเมล์อัจฉริยะนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนป้ายรถเมล์แบบดั้งเดิม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารให้สามารถใช้ประโยชน์ในการวางแผนการเดินทางได้มากขึ้นและให้ไปถึงที่หมายตามกำหนด สอดรับกับวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ แต่ทว่าก็ยังมีป้ายรถเมล์อีกจำนวนมากที่ยังคงไม่ได้รับการพัฒนา จึงไม่ครอบคลุมเป็นมาตรฐานเดียวกันที่ประชาชนจะได้รับอย่างเท่าเทียมทุกคน ซึ่งหากมีการพัฒนาเป็นป้ายรถเมล์อัจฉริยะในทุกแห่ง ก็อาจทำให้ระยะเวลาในการรอรถเมล์ของคนไทยน่ารื่นรมย์กว่าเดิมก็เป็นได้

  • การติดตั้ง CCTV: การติดตั้งกล้อง CCTV จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยของผู้โดยสาร กรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือมีเหตุร้ายใด ๆ ต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้บริการ และยังสามารถใช้เป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำผิดได้อีกทางด้วย

  • ทางเลือกการจ่ายค่าโดยสารหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เงินสด บัตรเติมเงิน หรือการโอนจ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ครอบคลุมทุกความต้องการและการเข้าถึงรูปแบบการจ่ายค่าโดยสารที่ผู้โดยสารแต่ละคนรับได้และสามารถปฏิบัติตามได้อย่างไม่ติดขัด

Markus Winkler / Unsplash

อย่างไรก็ตาม แม้ทุกคนจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาในการโดยสารรถเมล์ไทยจนเกิดเป็นความเดือดร้อนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เชื่อว่าทุกคนต่างก็ยังมีความหวังที่ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากเหล่านี้จะได้รับการแก้ไข แน่นอนว่า ทุกปัญหามีต้นสายปลายเหตุอันต้องใช้ความร่วมมือของหลายฝ่ายที่จะนำพามาซึ่งแนวทาง รวมถึงวิธีการแก้ไขอย่างเหมาะสม ที่อาจทำให้เห็นความแตกต่างจากการปฏิรูปรถเมล์ไทยครั้งต่อไป เพื่อเป็นเป็นนิมิตหมายใหม่ที่จะได้เห็นรถเมล์ไทยที่มีมาตรฐานและมีความปลอดภัยในทุก ๆ ด้าน ไปพร้อมกับการใส่ใจและไม่มองข้ามประชาชนผู้ใช้บริการทุกคน

ที่มา : บทความ “ผลสำรวจเรื่อง “ความเดือดร้อนของประชาชน ต่อการใช้บริการรถเมล์ไทย” โดย กรุงเทพโพลล์
บทความ “8 เหตุผล ทำไมรถเมล์บ้านเรา ถึงมาไม่ตรงเวลา” โดย Trafficthai
บทความ “จับตาแก้ปัญหา'รถเมล์ไทย' ทุกข์คนกรุง” โดย Thaipost
บทความ “รถเมล์ไทยแฟนคลับ ชวนคุย ปฏิรูปรถเมล์ ต้องไม่ลืมปฏิรูปบริการ ฟังเสียง ปชช.” โดย CHANJIRA_YEE
บทความ “เช็กความแม่นยำ เจาะลึกเบื้องหลังฟังก์ชันสุดปัง “ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ” | TNN Tech Reports” โดย TNN Thailand
บทความ “London buses” โดย Visitlondon
บทความ “รถเมล์ที่ดีควรเป็นอย่างไร? ส่องรถเมล์ชาวบ้าน เขาไปกันไกลถึงไหนต่อไหน ทำไมเรายังย่ำอยู่ที่เดิม” โดย Urban Creature
บทความ “รถเมล์ญี่ปุ่น” โดย JEDUCATION
บทความ “รีวิวรถเมล์เกาหลี วางระบบ-ใช้งานกันอย่างไรให้สนองวิถีชีวิต/นโยบายเน้น ‘ความรวดเร็ว’?” โดย อรกูล หาญกิจรุ่ง

เรื่อง : ณัฐธิดา คำทำนอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

CELINE MEN’S FALL/WINTER 2026 คอลเล็กชันผู้ชายเต็มรูปแบบครั้งแรกของ Michael Rider

THE STANDARD

“ไอ้ฝรั่ง (Ai Farang)” อาหารไทยไร้กรอบแห่งใหม่ใจกลางทองหล่อ

Manager Online

Meden Bangkok แบรนด์ของเด็กผู้หญิงเรียบร้อยแต่ดื้อเงียบ ดีไซน์น่ารักซ่อนความขบถที่มีชุดเดียวในโลก

ONCE

ประกันสังคมมีไว้ทำไม จำเป็นแค่ไหน ไม่มีเสียสิทธิอะไรบ้าง และวิธีร้องเรียนเมื่อถูกละเมิดสิทธิ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ชวนค้นพบแรงบันดาลใจในงาน “Bangkok Design Week 2026”

a day magazine

BVLGARI เปิดตัวคอลเล็กชัน Icons Minaudières ที่ได้ Kim Ji- won มาขึ้นแคมเปญ

THE STANDARD
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...