โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไทย’ ติด 20 อันดับรายชื่อประเทศน่าอยู่อาศัยระดับโลก ปี 2569

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ประเทศน่าอยู่อาศัยล้วนมีองค์ประกอบเหล่านี้ครบถ้วน ถึงแม้ว่าการสร้างสรรค์ให้เป็นเมืองน่าอยู่อาจไม่เชื่อมโยงโดยตรงกับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือจีดีพี ตลอดจนแสนยานุภาพทางทหารของประเทศนั้นๆ แต่เน้นให้ความสำคัญกับการออกแบบเมืองเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต

นั่นคือเหตุผลที่ได้รวบรวมประเทศน่าอยู่อาศัยที่สุด เพื่อใช้รายงานฉบับล่าสุดของ U.S. News & World เป็นจุดเริ่มต้น และเลือกประเทศที่มีการออกแบบดีที่สุด 20 อันดับแรกจากรายชื่อนั้น

นอกจากนี้เราได้พิจารณาปัจจัยอื่นๆ ด้วยเช่น การจัดอันดับประเทศคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ปี 2569 ของ Astons ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการย้ายถิ่นฐานเพื่อการลงทุน รายงานจัดอันดับ 10 ประเทศที่ดีที่สุดในการอยู่อาศัยของ Global Citizen solutions ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการย้ายถิ่นฐานเพื่อการลงทุนอีกแห่งหนึ่ง และรายงานอันดับประเทศที่ดีที่สุดในการอยู่อาศัยประจำปี 2569 ของ World Population Review ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านข้อมูลประชากรโลก สถิติประชากรศาสตร์ และการวิเคราะห์ต่างๆ

นี่คือ 20 อันดับประเทศน่าอยู่อาศัยที่สุดในโลก ปี 2569

1.สวิตเซอร์แลนด์

ดินแดนแห่งนม และน้ำผึ้งอย่างสวิตเซอร์แลนด์ คว้าตำแหน่งสูงสุดในการจัดอันดับของ U.S. News & World ส่วนหนึ่งมาจากอัตราการว่างงานต่ำ และมีแรงงานที่มีทักษะ รวมถึงสามารถดึงดูดชาวต่างชาติที่มีใจรักการออกแบบจนจำนวนมาก ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์ไม่เพียงแต่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานด้านการออกแบบกราฟฟิก (แม้แต่ระบบรถไฟฟ้าใต้ดินของนิวยอร์กยังใช้ระบบตารางแบบสวิส) โดยประเทศนี้ยังเป็นแหล่งรวมสถาปนิกชั้นเยี่ยมอีกด้วย

2.ญี่ปุ่น

แม้ประชากรของญี่ปุ่นจะมีจำนวนเพียง 1 ใน 3 ของสหรัฐ และจีดีพีน้อยกว่า 1 ใน 6 ของสหรัฐ แต่ญี่ปุ่นมีเมืองที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกว่า เป็นเมืองแห่งการออกแบบถึงสามเท่า ซึ่งโกเบ เมืองดังกล่าวไม่ได้ขึ้นชื่อในเรื่องเนื้อวัว แต่ยังเป็นศูนย์กลางของศิลปะด้วย

ขณะที่ อาซาฮิกาวะ ที่มีชื่อเสียงด้านเฟอร์นิเจอร์ และนาโกโกย่า มีปรัชญาการออกแบบที่อย่างระลึกในมนุษยนิยม ทำให้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีเมืองแห่งการออกแบบถึงสามแห่ง ส่วนโตเกียวแม้ไม่ใช่เมืองแห่งการออกแบบของยูเนสโก แต่ถือว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการออกแบบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหนึ่งแห่งหนึ่งของโลก พบโตเกียวโด่งดังด้านนวัตกรรมสมัยใหม่ และอนุรักษ์ประวัติศาสตร์

3.สหรัฐ

ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ยังได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับสามในด้านอิทธิพลทางวัฒนธรรม เพราะเป็นผู้เล่นหลักในวงการบันเทิง และไม่ด้อยกว่าใครในด้านการออกแบบ ทั้งนี้ในรายงานที่สำรวจจากนักออกแบบแต่ละประเทศที่ได้รับรางวัล A’design Award ได้จัดให้สหรัฐอยู่ในอันดับที่สอง รองจากจีนเท่านั้น

4.ออสเตรเลีย

ออสเตรเลียไม่เพียงแต่ได้รับการจัดอันดับที่ดีโดยรวมเท่านั้น แต่ยังติดอันดับท็อปเท็นต์ ของ U.S. News ในด้านคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะอีกด้วย ตลาดงานที่แข็งแกร่ง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง

รวมถึงการเป็นประเทศที่เป็นมิตรกับครอบครัว ล้วนทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการอยู่อาศัย ในด้านความคิดสร้างสรรค์ ออสเตรเลียเป็นที่ตั้งของเมืองจีลอง รัฐวิกตอเรีย ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งการออกแบบของยูเนสโก้

5.สวีเดน

โลกจะเป็นอย่างไรหากปราศจากชั้นวางหนังสือ Billy ตู้ลิ้นชัก Hemnes และพรมขนแกะราคาถูกเหลือเชื่อ ซึ่ง

แบรนด์ IKEA จากสวีเดนได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไปทั่วโลก อย่างที่คุณอาจสังเกตเห็นขณะชอปปิงที่ IKEA หรือขณะชื่นชมเฟอร์นิเจอร์อันน่าปรารถนาของประเทศแถบสแกนดิเนเวียแห่งนี้ ปรัชญาการออกแบบของสวิตเซอร์แลนด์เน้นความเรียบง่ายและฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก

นอกจากนี้ยังเป็นสุนทรียภาพที่ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากธรรมชาติ รวมถึงความงดงามอันน่าทึ่งของป่าไม้และทะเลสาบ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นไปได้ว่าประเทศนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในอนาคต

6. เยอรมนี

ปัจจุบัน ประเทศนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการออกแบบหลายสิบแห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยเบาเฮาส์ มหาวิทยาลัยศิลปะ และมหาวิทยาลัยศิลปะเบอร์ลิน

นอกจากนี้ ในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งการออกแบบโดยยูเนสโก ประชาชนยังสามารถเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จดหมายเหตุเบาเฮาส์และพิพิธภัณฑ์มูลนิธิโชบันสำหรับการวาดภาพสถาปัตยกรรมได้เป็นประจำ

7. สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักร หนึ่งในเมืองหลวงทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของยุโรป เป็นผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์มาโดยตลอด และประเทศนี้มุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำด้านนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน

8. นิวซีแลนด์

คงไม่น่าแปลกใจที่นิวซีแลนด์ได้รับคะแนนสูงสุดในด้านการผจญภัย แต่สิ่งที่อาจไม่ชัดเจนนักก็คือ นิวซีแลนด์ยังเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในด้านเป้าหมายทางสังคม ซึ่ง U.S. News มองว่า "สามารถสร้างความสามัคคีทางวัฒนธรรมได้ดี"

9. เดนมาร์ก

โคเปนเฮเกน เมืองที่เต็มไปด้วยร้านขายเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่และตัวอย่างการออกแบบตกแต่งภายในสไตล์สแกนดิเนเวียมากมาย เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเมืองที่ดึงดูดใจผู้ที่หลงใหลในการออกแบบ แต่เมืองไฮเทคอย่างโคลดิงต่างหากที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งการออกแบบของยูเนสโกในเดนมาร์ก

10.ฝรั่งเศส

ด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างบริการทางสังคมที่รัฐบาลรับประกัน (รวมถึงการดูแลสุขภาพ การศึกษา และเงินบำนาญ) และความร่ำรวยทางวัฒนธรรมมากมาย (ในด้านวรรณกรรม สถาปัตยกรรม ภาพยนตร์ การเต้นรำ และแฟชั่น) ฝรั่งเศสจึงเป็นประเทศในฝันของคนรักความงาม

11. เนเธอร์แลนด์

การศึกษาที่มีคุณภาพสูง ระบบสาธารณสุขที่ยอดเยี่ยม (ด้วยระบบสาธารณสุขที่แข็งแกร่ง) และวัฒนธรรมการปั่นจักรยานที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศ ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้เนเธอร์แลนด์เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการอยู่อาศัย (Global Citizen Solutions จัดอันดับให้เนเธอร์แลนด์อยู่ในอันดับที่ 6 ของรายการ)

12. สิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นประเทศเดียวที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งการออกแบบของยูเนสโก รัฐเมืองที่มีประชากรหนาแน่นแห่งนี้ได้พึ่งพาโซลูชันการออกแบบที่ชาญฉลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ในปี 2546 กระทรวงวัฒนธรรมของสิงคโปร์ได้ก่อตั้งสภาการออกแบบสิงคโปร์ (DesignSingapore Council) ซึ่งส่งเสริมโครงการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้แก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาคนไร้บ้าน การเข้าถึงการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ และความเท่าเทียมกัน

13. อิตาลี

หากเลือกประเทศที่ดีที่สุดโดยพิจารณาจากเกณฑ์ทางวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว อิตาลีจะคว้าอันดับหนึ่งไปครองทุกครั้ง ประเทศในยุโรปแห่งนี้ครองอันดับหนึ่งด้านอิทธิพลทางวัฒนธรรมหลายปีติดต่อกันในการจัดอันดับของ U.S. News และยังได้อันดับสองด้านมรดกทางวัฒนธรรมอีกด้วย

14. เกาหลีใต้

กรุงโซล เมืองหลวงของประเทศในเอเชียตะวันออกแห่งนี้ ได้คะแนนสูงในด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นที่ตั้งของรางวัล Seoul Design Award ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับนักออกแบบ องค์กร และบริษัทต่างๆ “ที่มีโครงการซึ่งมีส่วนช่วยสร้างชีวิตประจำวันที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นความสัมพันธ์ที่กลมกลืนระหว่างผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม”

15. ฟินแลนด์

การออกแบบที่ดีนำไปสู่ความสุข หรือความสุขนำไปสู่การออกแบบที่ดี ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ทั้งสองสิ่งนี้ก็เกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออกในฟินแลนด์ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกติดต่อกันถึง 8 ปี

16.ไอซ์แลนด์

ฟินแลนด์อาจเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุด และไอซ์แลนด์ยังเป็นประเทศที่มีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด ความชื่นชมในด้านการศึกษา นวัตกรรม และการเล่าเรื่องในระดับชาติได้สร้างประเทศที่ประชากรหนึ่งในสี่ทำงานในสาขาสร้างสรรค์ และหนึ่งในสิบจะตีพิมพ์หนังสือในชีวิตของพวกเขา

17. ลักเซมเบิร์ก

ด้วยกำลังซื้อที่สูงและบริการสาธารณะที่เป็นเลิศ ลักเซมเบิร์กจึงติดอันดับหนึ่งในรายชื่อของแอสตัน (และยังติดอันดับท็อปเท็นต์ ของเวิลด์ ป๊อปปูลาร์ รีวิวด้วย) และในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน (เบลเยียม ฝรั่งเศส และเยอรมนี) มักได้รับความสนใจจากนานาชาติมากกว่า แต่ลักเซมเบิร์กซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล กลับเป็นหนึ่งในประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในยุโรป โดยมี GDP ต่อหัวสูงที่สุดในสหภาพยุโรป

18. ไทย

ด้วยค่าครองชีพที่ต่ำ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศในแถบยุโรปตะวันตกหลายประเทศ ประเทศไทยจึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับกลุ่มคนทำงานอิสระที่ทำงานออนไลน์ (Digital Nomads) ที่นี่

ผู้ที่ชื่นชอบการออกแบบสามารถเดินชมวัดพุทธที่งดงามตระการตา และสำรวจงานออกแบบร่วมสมัยในสถานที่ต่างๆ เช่น ศูนย์สร้างสรรค์และออกแบบแห่งประเทศไทย ในกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศ

กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นเมืองแห่งการออกแบบ เป็นเจ้าภาพจัดงาน ASA Architect Expo ที่มีชื่อเสียง งาน STYLE Bangkok ซึ่งเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของเอเชีย และงาน Bangkok Design Week ซึ่งดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกด้วยเวิร์คช็อป การจัดแสดงเชิงทดลอง และตลาดอาหาร

19. บราซิล

รากฐานความคิดสร้างสรรค์ที่พวกเขาสร้างขึ้นยังคงแข็งแกร่งมาจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะในเมืองฟอร์ตาเลซาและบราซิเลีย ซึ่งเป็นสองเมืองที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นเมืองแห่งการออกแบบของประเทศ ฟอร์ตาเลซา เมืองหลวงของรัฐเซอาราทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล เป็นเจ้าภาพจัดงานสัปดาห์การออกแบบเซอาราประจำปี และบราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศ เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ดึงดูดใจผู้รักการออกแบบมานานหลายทศวรรษ

20. เม็กซิโก

น่าจะเช่นเดียวกับญี่ปุ่น จีน และบราซิล ทำให้เม็กซิโกมีเมืองที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกให้เป็นเมืองแห่งการออกแบบสองแห่ง ได้แก่ เกเรตาโรและเม็กซิโกซิตี้ เกเรตาโรเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในภาคกลางตอนเหนือของเม็กซิโก จัดงานสร้างสรรค์ต่างๆ มากมายตลอดทั้งปี ซึ่งดึงดูดความสนใจไปที่อุตสาหกรรมการออกแบบของเมือง รวมถึงแอนิเมชั่น สถาปัตยกรรม และศิลปะดิจิทัล ส่วนเม็กซิโกซิตี้มีชื่อเสียงด้านการออกแบบระดับโลกและเป็นสวรรค์ทางวัฒนธรรมสำหรับพิพิธภัณฑ์ อาหาร แฟชั่น และดนตรี

อ้างอิง Architecturaldigest

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...