โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กระบะซุก41แรงงานเถื่อน แหกด่านหนีจับกุม รถติดหล่มโดนรวบยกชุด

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

หนุ่มบางสะพานซิ่งกระบะทึบซุก 41 แรงงานเถื่อน หนีการจับกุม สุดท้ายรถติดหล่ม โดนรวบยกชุด กลุ่มแรงงานสารภาพต้องการมุ่งหน้าไปทำงานที่ กทม.-มาเลเซีย จ่ายค่าหัวคนละ 5.5 หมื่นบาท

23 มิถุนายน 2568 คืนวันที่ 22 มิถุนายน นายชาคริต ตันพิรุฬห์ นายอำเภอทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นายกฤษฎา มูลสวัสดิ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายยงยุทธ แสวงสุข ปลัดอำเภอทองผาภูมิ ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายด้วยการใช้รถยนต์กระบะตู้ทึบยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร เข้ามาในเขตพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ ด้วยการใช้ถนนทางหลวงแผ่นดินสาย 323

หลังรับแจ้ง จึงรายงานให้นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีทราบ จากนั้นจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่สมาชิก อส.อ.ทองผาภูมิ ที่ 9 ออกลาดตระเวนไปตามเส้นทางต่างๆในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่อีก 1 ชุดเฝ้าระวังที่บริเวณวัดอู่ล่อง หมู่ 4 ต.ท่าขนุน เพื่อสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยตามนโยบาย SEAL STOP SAVE ผนึกกำลังอำเภอชายแดนของรัฐบาล

จนกระทั่งเวลา 03.40 น. วันนี้ 23 มิ.ย.เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งขับมาจากทางด้านอำเภอสังขละบุรี เมื่อมาถึงหน้าวัดอู่ล่อง เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังจึงส่งสัญญาณพร้อมแสดงตัวเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับไม่ยอมพร้อมกับเร่งเครื่องหลบหนีผ่านสามแยกทองผาภูมิเลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางวงเวียนตลาดทองผาภูมิแล้วเลี้ยวซ้ายหลบหนีไปทางด้านบ้านเสาหงส์ หมู่ 2 ต.ท่าขนุน ด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่นำโดยนายชาคริต ตันพิรุฬห์ นายอำเภอทองผาภูมิ ได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด ซึ่งคนขับรถยนต์คันดังกล่าวได้ขับไปตามเส้นทางที่เป็นทางดินเหนียวมุ่งลงสู่แม่น้ำแควน้อย ผลประกฎเป็นทางตันและรถยนต์ได้ติดหล่มไม่สามารถไปต่อได้ เจ้าหน้าที่ที่ติดตามไปจึงกระจายกำลังเข้าปิดล้อมและสามารถจับกุมตัวคนขับเอาไว้ได้ทราบชื่อต่อมาคือนายกัมพล (ขอสงวนนามสกุล)อายุ 40 ปี ชาว หมู่ 5 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

จากการตรวจค้นพบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมานั่งและยืนแออัดมาเต็มคันรถ นับรวมกันได้ จำนวน 41 คน เป็นชาย 33 คน หญิง 8 คน จากการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระของกลุ่มแรงงานทั้งหมดไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จากการขอตรวจเอกสารปรากฏว่าแรงงานทั้งหมดไม่สามารถนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ อีกทั้งแรงงานทั้งหมดสื่อสารภาษาไทยไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงสอบปากคำผ่านล่าม

ทราบว่าแรงงานจำนวนดังกล่าวมาจากหลายเมืองของประเทศเมียนมา เช่น เมืองย่างกุ้ง เมาะละแม่ง ขะฉิ่ง และพระโค โดยเดินทางมารวมตัวกันที่อำเภอพญาตองซู ประเทศเมียนมา จากนั้นมีชาวพม่าด้วยกันนำพาเดินลดเลาะไปตามชายป่าแล้วข้ามชายแดนเข้ามาฝั่งไทย จากนั้นแรงงานจำนวนดังกล่าวไปลงเรือที่บริเวณท่าน้ำหินสามกอง แม่น้ำซองกาเลีย หมู่ 8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ล่องไปตามอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ มาขึ้นฝั่งที่บริเวณน้ำตกไดช่องถ่อง หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี เมื่อมาถึงฝั่งทุกคนจึงขึ้นไปหลบซ่อนตัวบนรถยนต์ที่นายกัมพล ขับมารับ

โดยกลุ่มแรงงานให้การอีกว่า แรงงานจำนวน 41 ราย ต้องการเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 8 ราย เสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าคนละ 15,000 บาท ส่วนแรงงานจำนวน 33 ราย มีจุดมุ่งหมายเดินทางไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยต้องจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้าสูงถึงคนละ 55,000 บาท

ขณะที่นายกัมพล ผู้ต้องหาที่เป็นชาวไทย ให้การในเบื้องต้นว่า ตนขับรถไปรับแรงงานจำนวนดังกล่าวที่บริเวณศาลาแดง น้ำตกไดช่องถ่อง หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี และกำลังจะนำไปส่งยังจุดนัดหมายภายในซอยพื้นที่ ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดพักคอย เมื่อไปถึงจะมีคนนำรถมารับอีกทอดหนึ่งเพื่อกระจายแรงงานไปทำงานที่กรุงเทพฯและเดินทางข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย ระหว่างเดินทางก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้เสียก่อน

หลังจากผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนที่จะดำเนินคดีต่อนายกัมพล ในข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน“ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น ด้วยประการใดๆ เพื่อให้บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายพ้นจากการจับกุม” ส่วนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาทั้ง ถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

.012

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...