โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พี่เขยโหดตึ๊บน้องเมียไม่ยั้งคลานหนีตายไปไหว้พระพุทธรูปในโรงเรียนก่อนสิ้นใจ

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 ก.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

พี่เขยดุดันไม่เกรงใจเมีย เตะน้องเมียต่อหน้าเมียก่อนพบน้องเมียเป็นศพอยู่หน้าพระพุทธรูปในโรงเรียนในตอนเช้า ตำรวจจับพี่เขยสอบสารภาพผิดใจเรื่องที่น้องเขยทวงเงิน ปฏิเสธไม่ได้ฆ่าแค่เตะไปทีเดียว ขณะที่เพื่อนเห็นเหตุการณ์บอกผู้ตายถูกกระหน่ำตีแบบไม่ยั้ง คาดก่อนที่ผู้ตายจะสิ้นใจ ได้คลานออกจากบ้านมากราบพระพุทธรูปขอพรก่อนสิ้นใจ

วันนี้ (23 ก.ค.67) เมื่อเวลา 06.30 น. ร.ต.ท.สุขอินทร์ ราจันทร์แก้ว รองสว.สอบสวน สภ.ห้วยหลวง จ.อุดรธานี รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตที่หน้าพระพุทธรูปภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.เชียงพิณ อ.เมืองอุดรธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับก่อนเดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมประสานกู้ชีพกู้ภัย ตำรวจพิสูจน์หลังฐานอุดรธานี และเจ้าหน้าที่นิติเวชโรงพบาลอุดรธานี ร่วมตรวจที่เกิดเหตุทันที

ในที่เกิดเหตุพบศพชายนอนเสียชีวิตอยู่ตรงหน้าพุทธรูปประจำโรงเรียนทราบชื่อนายพีรพงษ์ หรือน้ำพุ อายุ 38 ปี สอบถามทราบว่าคนเห็นเหตุการณ์คนแรกคือนักการภาโรงประจำโรงเรียน ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นคนแถวโรงเรียนจึงแจ้งให้ญาติทราบและญาติได้เดินทางมายังที่โรงเรียนเพื่อดูศพ เบื้องต้นการชันสูตรพลิกศพพบว่าที่ศีรษะมีแผล แขนซ้ายมีแผล คล้ายถูกของแหลมคมแทงหลายรู

จากการสืบสวนทราบว่าคนที่ก่อเหตุทะเลาะกับผู้ตายคือนายคงฤทธิ์ หรือตู่ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นพี่เขยคนเสียชีวิต จึงเชิญตัวมาสอบสวนเบื้องต้นนายตู่ รับสารภาพว่าทะเลาะกับผู้ตายจริงเตะไป 1 ครั้ง ส่วนการเสียชีวิตนั้นตนไม่รู้เรื่อง ตำรวจจึงพาตัวมายังจุดที่เกิดเหตุที่บ้านพักในหมู่บ้านจามจุรี 1 เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนเพียง 300 เมตรก่อนนำตัวสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฏหมาย ส่วนศพได้นำส่งโรงพยาบาลอุดรธานีเพื่อตรวจพิสูจน์ถึงสาเหตุของการเสียชีวิตให้แน่ชัดอีกครั้ง

นายคงฤทธิ์ หรือตู่ บอกว่า เหตุที่ตนทำร้ายร่างกายก็เพราะเขามาทวงเงินค่าแรงตน ยอมรับว่าเตะเข้าไปครั้งเดียว ที่น้องเมียไปเสียชีวิต ตนก็ไม่รู้ว่าเขาไปเสียชีวิตได้อย่างไร เพราะว่าตนเตะเขาไปครั้งเดียวจริงๆ

น.ส.รัตนา มณีวงษ์ หรือ สโน อายุ 53 ปี พี่สาวผู้เสียชีวิตและภรรยาผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นน้องชายก่อนที่น้องชายจะมาเป็นศพหน้าพระพุทธรูปได้ทะเลาะกับสามีของตนซึ่งเป็นพี่เขย ก่อนหน้าที่เขาจะกลับบ้านมาทะเลาะกับสามีตนก็เห็นเขาทะเลาะกันประจำ โดยก่อนหน้าจะทะเลาะกัน สามีและน้องชายได้ไปทำงานรับจ้างก่อสร้างที่บ้านหลังหนึ่งจากนั้นเจ้าของบ้านก็ทำการเลี้ยงข้าวปลาอาหาร และกลับมาบ้านพร้อมกัน จากนั้นเขาก็มีปากเสียงทะเลาะกัน น้องชายซึ่งอยู่ในอาการเมาก็ถือมีดมาหาสามี ตนก็ได้แต่ห้ามจากนั้นสามีตนเตะน้องไป 1 ครั้ง มาทราบเหตุการณ์ว่าน้องชายมาเสียชีวิตที่หน้าพระแล้วเช้าวันนี้

นายนุกูล เสนาเจริญ ครูประจำโรงเรียน บอกว่า เช้าวันนี้ได้รับแจ้งจากนักการภารโรงว่าเห็นคนนอนอยู่ที่บริเวณพระพุทธรูปตอนแรกเข้าใจว่าเป็นคนเมามานอนจึงเข้าไปปลุกแต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ ปรากฏว่าเสียชีวิตแล้ สำหรับผู้ตายเบื้องต้นได้ข้อมูลไว้ว่าทะเลาะกับพี่เขย จากนั้นเดินมุดรั้วโรงเรียนเข้ามานอนตายที่บริเวณพระพุทธรูป ส่วนตัวคิดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะคิดว่าตัวเองไม่มีชีวิตรอดแล้วจึงนึกถึงคุณพระคุณเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายเดินเข้ามากราบพระพุทธรูปประจำโรงเรียนก่อนสิ้นใจเสียชีวิต

ด้านเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าได้ยินเพื่อนบ้านทะเลาะเสียงดัง ตนจึงลุกขึ้นมาดูก็เห็นคนถูกกระหน่ำตีแบบไม่หยั่ง ตีคนยังกับตีหมาฟาดแบบไม่หยั่ง ฟาดเสร็จคนถูกฟาดก็สลบคนที่ตีก็เข้าไปในบ้าน ไม่นานคนที่สลบก็ลุกเดินออกจากบ้านไป ตอนที่เห็นนั้นก็กลัวมากทำอะไรไม่ถูกพูดแล้วก็ขนลุกไปหมด ตอนเขาเดินออกไปเสียงหมาก็หอนร้องตาม พอเช้าวันนี้มารู้อีกทีก็พบว่าคนที่ถูกตีเสียชีวิตแล้ว - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...