รัฐธรรมนูญ 60 กับดัก ‘กระจายอำนาจ’ ? หวังรัฐบาลหลังเลือกตั้ง เพิ่มอำนาจท้องถิ่น-ลดอำนาจรัฐ
ย้ำ ทิศทางประเทศถูกกำหนดจากส่วนกลาง ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่มองว่าไร้การมีส่วนร่วมของผู้คน เชื่อ การเลือกตั้ง – ออกเสียงประชามติสู่การมีรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นโอกาสของประชาชน สู่ความหวังกระจายอำนาจ-โครงสร้างการเมืองใหม่ ที่ไปได้ไกลกว่าที่ผ่านมา
วันนี้ (13 ม.ค.69) ในงาน Policy Watch Connect 2026 ที่รัฐสภา นอกเหนือจาก Policy Communication : Exhibition ที่บริเวณสระมรกต ที่ให้ผู้ที่สนใจเข้าชมนิทรรศการ“หน้าตาคนจนเมือง” และแปลงปัญหาไปสู่นโยบายสาธารณะ และวิธีแก้ไขที่ทำได้จริง ยังมีเวที Policy Forum หัวข้อ “โครงสร้างการเมืองและการกระจายอำนาจ” โดยมีผู้ร่วมถกแถลง แลกเปลี่ยนมุมมองจากทั้งฝ่ายวิชาการ และภาคประชาสังคม
ร่มใหญ่รัฐธรรมนูญมีปัญหา ประชาชนเบื่อการเมือง
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องนี้ โดยมองว่า ประชาชนไม่ได้เบื่อการเมืองทุกคน แต่คนรู้สึกเหนื่อยหน่าย และอ่อนล้ากับการมีส่วนร่วมทางการเมือง ที่ไม่นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่นการเลือกตั้ง แล้วพรรคที่เลือกไม่ได้เป็นรัฐบาลทั้งที่คะแนนเสียงมากพอที่จะเป็นรัฐบาลได้แล้ว โดยก่อนเลือกตั้งก็มีความหวังว่าพรรคที่เลือกจะได้เป็นรัฐบาล จะได้ทำตามนโยบายต่าง ๆ
พร้อมทั้งเห็นว่า ประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในกฎหมายก็มาช่วยกันจัดกิจกรรม ใช้สิทธิ์ เข้าชื่อ แต่กว่าจะผ่านแต่ละชั้น สุดท้ายกำลังจะผ่านแล้วก็ยุบสภา นอกจากนี้ยังมีความพยายามจะแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งก็มีขั้นตอนทางเทคนิคมากมาย ก็ไม่แปลกที่คนจะรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไกลเขาออกไปเรื่อย ๆ
ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ก็เห็นสอดคล้องกัน โดยมองว่าความรู้สึกเบื่อการเมืองทั้งหมดทั้งมวล เกิดจากโครงสร้างทางการเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 60 กำหนดไว้ ถ้าไม่อย่างนั้นคนที่เขียนรัฐธรรมนูญ ก็ต้องการทำให้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือในการควบคุมประชาชน หรือออกแบบองค์กรอิสระ ให้เลือก สว. ก็มีกลไกที่ทำให้การออกแบบตรงนี้ถูกควบคุม ทั้งพรรคการเมือง สถาบันทางการเมือง แม้แต่องค์กรที่เรียกว่าอิสระก็ตาม
ขณะที่พรรคการเมือง และองค์กรอิสระถูกควบคุม รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเรื่องพรรคการเมือง ทำให้พรรคการเมืองไม่สามารถเป็นสถาบันที่มีความมั่นคง และยึดโยงกับประชาชนได้
ทำไมรัฐธรรมนูญจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข แม้จะนายกฯ อนุทิน จะประกาศว่าคืนอำนาจให้กับประชาชน แต่ก็เพียงแค่เสี่ยววินาทีเท่านั้นเวลาไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง ฉะนั้น การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ เป็นโอกาสในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราก็สามารถเขียนทุกอย่างไปสู่ประชาชนได้อย่างแท้จริง
“ปัจจุบันอำนาจที่คืนสู่ประชาชนก็แค่เสี้ยววินาที แต่ถ้าเราเขียนใหม่ก็สามารถให้อำนาจประชาชนตรวจสอบองค์อิสระได้โดยตรง แม้แต่การให้อำนาจประชาชนในการเลือกองค์กรอิสระ เพื่อที่จะให้องค์อิสระตรงสอบ และหยุดยั้งปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน”
ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์
การกระจายอำนาจท้องถิ่น ในรัฐธรรมนูญ 60
ขณะที่ สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) พูดถึงการกระจายอำนาจว่า ปัญหาโครงสร้างอำนาจที่สำคัญนั้นอยู่ในรัฐธรรมนูญ ที่เพิ่มอำนาจรัฐและลดอำนาจประชาชน อำนาจในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังอยู่ภายใต้ส่วนกลาง จากยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
โดยมองว่า รัฐธรรมนูญ 60 ได้ตัดการกระจายอำนาจอย่างชัดเจน การมองยุทธศาสตร์ชาติโดยคนส่วนกลาง และทิศทางประเทศถูกกำหนดขึ้นจากส่วนกลาง โดยที่คนในพื้นที่ไม่มีส่วนร่วม และยุทธศาสตร์ชาติในรัฐธรรมนูญนี้ เขียนว่า รัฐบาลทุกชุดที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องกำหนดทิศทางต่าง ๆ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติด้วย
“รัฐธรรมนูญ 2560 พยายามรวบอำนาจกาตัดสินใจทุกอย่างไว้กับส่วนกลาง อีกทั้งยังเขียนกำหนดให้คนจากส่วนกลางไปบริหารจังหวัดต่าง ๆ ได้ และไม่ได้พัฒนาตามกฎหมายปกติ แต่พัฒนากฎหมายพิเศษที่เอื้อต่อการการลงทุนและไม่คำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม และสิทธิ์ประชาชนและในพื้นที่”
สุภาภรณ์ มาลัยลอย
ฉะนั้น อำนาจการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งแร่ น้ำ ที่ดิน ที่ประชาชนมีปัญหาการเข้าถึงทรัพยากร กลับถูกรวบอำนาจการตัดสินใจไว้ที่ส่วนกลาง ซึ่งเดิมก็มีปัญหาอยู่แล้ว แต่รัฐธรรมนูญ 60 ที่เขียนผูกว่านโยบายแผนบริการจัดการแร่ น้ำ ที่เอื้อให้กับกลุ่มธุรกิจ และให้ไปขายต่อกลุ่มอุตสาหกรรมก็ชัดมากว่ามุ่งหมายรวบอำนาจการตัดสินใจไว้ นโยบายต่าง ๆ เอื้อต่อโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ และให้อำนาจผ่านกระบวนการทางกฎหมาย
จึงตั้งคำถามว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนทางกฎหมายมีแค่ไหน ? ที่ผ่านมามีส่วนร่วมเพื่อประกอบให้ครบขั้นตอน แต่กลับไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ผศ.ณัฐกร วิทิตานนท์ ที่ปรึกษาเครือข่ายอำนาจท้องถิ่นกำหนดอนาคตตนเอง ก็ย้ำถึงการกระจายอำนาจท้องถิ่น การเลือกตั้งท้องถิ่นเริ่มตั้งปี 2537 เรื่อยมา เมื่อปี 2547 เปลี่ยนเป็นการเลือกตั้งโดยตรง การเมืองท้องถิ่นต่างจากการเลือกตั้งระดับประเทศ เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งมีการเห็นภาพการทำงานอย่างใกล้ชิด
โครงสร้างการเมืองท้องถิ่นในรัฐธรรมนูญ อาจจะเบากว่าเรื่องอื่น ตัวรัฐธรรมนูญไม่ได้มีผลที่จะฉุดรั้งการกระอำนาจโดยตรงทันที แต่ต่างจากรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 ทำให้กระบวนการกระจายอำนาจเป็นไปอย่างเชื่องช้า ทำให้รายละเอียดมาตรการที่บังคับว่าต้องเร่งรัดในการกระจายอำนาจถดถอย อย่างการทำให้คำว่า กระจายอำนาจ หายไป
รวมถึงที่มาของผู้บริหาร ซึ่งเคยมีมาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทำให้มีเกิดการสร้างภาวะยกเว้น ที่ให้ผู้บริหารไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งจากประชาชน เช่น ผู้อำนวยการเขตเศรษฐกิจบางเขตที่ดูแลพื้นที่ นี่คือสิ่งที่รัฐธรรรมนูญ 60 ทำอยู่
ลัดดาวัลย์ ยังชี้ให้เห็นข้อท้าทายด้วยว่า พรรคการเมืองควรมีแนวคิดสนับสนุนพลเมือง เปิดพื้นที่ให้กับประชาชนได้ทำงาน เป็นอาสาสมัคร อีกส่วนที่อยากเติมให้กับท้องถิ่น คือ ให้พรรคการเมืองคิดนอกกรอบ ว่า 50% ของรายได้ภาษีให้ท้องถิ่นเก็บไว้ดูแลตัวเอง เพื่อกระตุ้นให้ท้องถิ่นแข่งขันกันเติบโต แทนที่จะรอจากส่วนกลางอย่างเดียว
เช่นเดียวกับ ผอ.iLaw ย้ำถึงสิ่งสำคัญ คือต้องเปิดให้การจัดทำรัฐธรรมนูญโดยประชาชนมีส่วนร่วม ให้แต่ละคนออกแบบซึ่งดูแลบ้านแบบไหน และโอกาสที่การกระจายอำนาจจะไปให้ไกลกว่านี้ได้ อยู่ที่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่