โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'แคทเธอรีน' เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ทรงประกาศการประชวรโรคมะเร็ง

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 มี.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

วันที่ 23 มีนาคม 2567 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหญิงแคทเธอรีนแห่งเวลส์ พระชายาของเจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทแห่งราชวงศ์อังกฤษ ออกมาเผยถึงอาการประชวรของพระองค์ว่าทรงเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดเชิงป้องกัน (คีโม) ภายหลังทรงผ่าตัดใหญ่ในช่องท้องเมื่อเดือนมกราคม และพบว่าพระองค์เป็นโรคมะเร็ง

ในตอนแรกที่เจ้าหญิงเคทเข้ารับการรักษาพระอาการประชวรด้วยการผ่าตัดช่องท้องสำนักพระราชวังเคนซิงตันระบุว่า พระองค์ต้องเข้ารับการผ่าตัดเนื่องจากมีอาการที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด

ล่าสุด เคทออกมาระบุผ่านข้อความในวิดีโอซึ่งพระองค์ดูไม่ผ่องใสนักและเหนื่อยล้าว่า หลังการผ่าตัดและมีการตรวจสอบในเวลาต่อมาจึงพบมะเร็ง ทีมแพทย์แนะนำให้เข้ารับเคมีบำบัดเชิงป้องกัน และตอนนี้พระองค์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการรักษา

"แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก และวิลเลียมกับฉันก็ทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อดำเนินการและจัดการเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว เพื่อครอบครัวเล็กๆ ของเรา” เคทกล่าว

พร้อมกันนี้เจ้าหญิงเคทยังขอความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับอาการประชวรของพระองค์ โดยระบุว่า เธอกำลังใช้เวลาฟื้นตัวจากการผ่าตัดใหญ่เพื่อเริ่มการรักษา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องใช้เวลาในการอธิบายทุกอย่างให้จอร์จ ชาร์ลอตต์ และหลุยส์ เข้าใจด้วยวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพวกเขา เพื่อให้พวกเขามั่นใจว่าเธอจะไม่เป็นอะไร

“อย่างที่บอกไปแล้ว ฉันสบายดีและแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน โดยมุ่งความสนใจไปยังสิ่งที่จะช่วยรักษาตัวเอง ทั้งในด้านจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ ฉันหวังว่าพวกคุณจะเข้าใจว่าในฐานะครอบครัว ตอนนี้เราต้องการเวลา พื้นที่ และความเป็นส่วนตัว ขณะที่ฉันเข้ารับการรักษาจนเสร็จสมบูรณ์” เคทกล่าว

เจ้าหญิงเคทกล่าวด้วยว่า งานทำให้พระองค์มีความสุขอย่างมากมาตลอด และพระองค์หวังว่าจะได้กลับมาอีกครั้งเมื่อสามารถทำได้ แต่ตอนนี้พระองค์ต้องมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่

อ้างอิง : BBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...