โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

PRI ปิดบวก 9% นิวไฮรอบ 3 เดือน ลุ้นรายได้ปีนี้ 2.2 พันล้าน ทยอยบุ๊กแบ็กล็อก 939 ล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 10.11 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ก.ย.67) ราคาหุ้น บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI ปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 12 บาท บวก 1 บาท หรือ 9.09% สูงสุดที่ระดับ 12 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 11 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 46.84 ล้านบาท โดยราคาหุ้นทำจุดสูงสุดอีกครั้งในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่ราคาปิดที่ระดับ 12 บาท เมื่อวันที่ 28 พ.ค.67

ด้าน นายสุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PRI เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 67 จะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก ที่มีรายได้รวม 791.70 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นช่วงฤดูการสร้างรายได้ โดยธุรกิจของ PRI เป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ และในช่วงไตรมาส 3-4 นั้น จะเป็นช่วงที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ และเริ่มทยอยส่งมอบในตลาดอสังหาฯ มากขึ้น (เป็นไฮซีซั่นของตลาดอสังหาริมทรัพย์) ดังนั้น ในปี 67 บริษัทมั่นใจรายได้จะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 2,250 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,926.08 ล้านบาท

โดยล่าสุดบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) รวมมูลค่า 939 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มธุรกิจต้นน้ำ หรือบริการก่อนเข้าอยู่อาศัย (Pre-Living Services) ประมาณ 76%, กลุ่มกลางน้ำ หรือบริการการจัดการเพื่อการอยู่อาศัย (Living Services) ประมาณ 21% และกลุ่มปลายน้ำ หรือบริการหลังการขายที่อยู่อาศัย (Living & Earning Services) ประมาณ 3% โดย Backlog ทั้งหมดจะทยอยรับรู้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ประมาณ 40-45% ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปีถัด ๆ ไป

สำหรับในช่วงไตรมาส 3/67 บริษัทเน้นขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ และสร้างโอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ โดยการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มปลายน้ำ หรือบริการหลังการขายที่อยู่อาศัย (Living & Earning Services) ด้วยการขยายไปที่กลุ่ม B2C คือกลุ่มลูกค้า End User (เอ็น ยูสเซอร์) ซึ่งเป็นผู้ใช้จริงให้มากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทมองว่าลูกค้ากลุ่มดังกล่าวจะเป็นกลุ่มที่สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้บริษัท

ขณะที่บริษัทจะรุกขยายตลาดราชการ โดยการรับบริหารงานระบบ ซึ่งปัจจุบันมี 6 สัญญา มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท และบริษัทยังคงเดินหน้าประมูลงานต่อเนื่อง คาดว่าจะได้มาเข้ามาบ้าง อย่างไรก็ตามบริษัทมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังมีการเติบโตสูง จึงถือเป็นโอกาสและเป็นตลาดที่บริษัทจะมุ่งขยายเข้าไปเพิ่ม

ส่วนทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 67 ไม่ค่อยจะโดดเด่น และไม่ค่อยจะหวือหวามากนัก แต่บริษัทได้มีการปรับตัวและปรับแผนการดำเนินงานมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีที่ยากลำบากนี้ โดยบริษัทได้ปรับสัดส่วนฐานลูกค้า ด้วยการขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ ในกลุ่ม B2C และสร้างโอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ ด้วย

นายสุรินทร์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประชาชนมีความเข้าใจในเรื่องของประกันภัยมากขึ้น เป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะบริษัทมองเห็นช่องว่างในการเข้าไปในตลาดนี้ ซึ่งด้วยฐานลูกค้าที่ PRI มีอยู่ในมือจำนวน 45,000 ครอบครัว ถือเป็นโอกาสในการจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และผลประโยชน์ให้กับลูกค้าได้ ถือเป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ ๆ

ความได้เปรียบของเรา คือ การที่เราเป็นบริษัทในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ทำให้ Ecosystem เรามีความเข้มแข็ง เรามีคู่ค้า มีพันธมิตร อยู่มาก ซึ่งทุกธุรกิจล้วนจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานประกันภัย เราจะใช้ความได้เปรียบนี้มาสานต่อธุรกิจนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม PRI วางเป้าหมายจะเป็น Service Tech (เทคโนโลยีการบริการ) แบบครบวงจร ดังนั้น เราจึงมุ่งไปทางเทคโนโลยีเป็นหลัก เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า และการเป็นแพลตฟอร์ม (platform) ให้บริษัทสามารถเสนอขายบริการให้ถึงมือลูกค้าได้ง่ายขึ้น” นายสุรินทร์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...