จ่อนำร่องแซนด์บ็อกซ์ "ถนนข้าวสาร" ปรับกฎระเบียบสถานบริการ
วันนี้ (30 ต.ค.2569) นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กรมการปกครอง กรมสรรพสามิตและตำรวจนครบาล เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนมาตรการแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) สำหรับสถานประกอบการในย่านถนนข้าวสารและถนนรามบุตรี
ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับกระบวนการอนุญาตประกอบกิจการ ปรับปรุงกฎระเบียบ และเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสถานบริการ ควบคู่กับการป้องกันและแก้ปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ
เนื่องจากที่ผ่านมา พบสถานบริการทั้งสถานบันเทิงและร้านอาหารหลายแห่งในกรุงเทพฯ รวมถึง จ.ระยอง เปิดดำเนินกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบกับการสุ่มตรวจของเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย ภายในสถานประกอบการแห่งหนึ่งบนถนนข้าวสาร พบการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย รวมถึงพฤติการณ์จ่ายส่วย หรือติดสินบนให้เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน เพื่อแลกกับการละเลยบังคับใช้กฎหมาย
นายภราดร เปิดเผยว่า จะใช้พื้นที่ถนนข้าวสารเป็นแซนด์บ็อกซ์ หรือนำร่องหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางและปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะการจัดโซนนิ่งพื้นที่สถานบริการ เพื่อให้สามารถประกอบกิจการสถานบันเทิง และเปิดให้บริการเกินเวลาเที่ยงคืนได้ ภายใต้หลักเกณฑ์และมาตรการควบคุมที่เหมาะสม
ปัจจุบัน ถนนข้าวสารอยู่นอกพื้นที่โซนนิ่งสถานบริการ แม้จะเป็นแหล่งเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมาก แต่ผู้ประกอบการยังต้องดำเนินกิจการในรูปแบบร้านอาหารและอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องเวลาเปิด-ปิด ไม่สอดคล้องกับลักษณะการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งข้อจำกัดนี้อาจเป็นช่องทางให้เกิดการจ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานร้านอาหาร นักดนตรีและแรงงานในธุรกิจบริการ
นายภราดร กล่าวต่อว่า สำหรับกรอบแนวทางมาตรการระยะแรกที่หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีทั้งการปรับปรุงระบบกำกับดูแลสถานบริการในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันที โดยจะเร่งจัดทำฐานข้อมูลสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ และร้านอาหารให้ครบถ้วน รวมถึงปรับข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกหน่วยงาน
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.สถานบริการ เพื่อปรับปรุงนิยามและข้อกำหนดให้ทันสมัย สอดคล้องกับสภาพสังคม พร้อมจัดทำพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ ซึ่งห้ามตั้งสถานบริการ รวมถึงจัดระดับความเสี่ยงของสถานประกอบการด้วยระบบสี เพื่อให้หน่วยงานสามารถกำกับดูแลและตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกส่วนหนึ่งจะพัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลและช่องทางส่งต่อเรื่องร้องเรียนด้านเสียงไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้สามารถเข้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเคร่งครัด
ขณะเดียวกันจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการและประชาชนในชุมชน ด้วยการลงพื้นที่สำรวจสถานบริการ ตรวจสอบใบอนุญาต มาตรการด้านความปลอดภัย และรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้การปรับปรุงกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด
อ่านข่าว :
ปภ.โอนเงิน "เยียวยาน้ำท่วม" วันนี้ 38,194 ครัวเรือน รวม 284 ล้าน
กรมการขนส่งทางบก ยันยังไม่ยกเลิก "ใบขับขี่ตลอดชีพ"
ธปท. จ่อคุมเข้มสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ปรับเกณฑ์ใหม่จำกัดวงเงิน 2 หมื่นบาท