รู้แล้ว! กรมการปกครอง ตอบเอง มูลนิธิทำผิดแบบไหน เสี่ยงถูกถอดถอนกรรมการ-สั่งเลิกมูลนิธิ
วันที่ 30 ตุลาคม 2569 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่คำชี้แจงกรณีมูลนิธิองค์กรทำดี หลังเกิดกระแสตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาคและการก่อสร้างอาคารของมูลนิธิ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากสังคม โดยระบุถึงหลักเกณฑ์และแนวทางดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน
กรมการปกครองชี้แจงว่า การดำเนินการตามกฎหมายในกรณีที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ สามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณีสำคัญ ดังนี้
1. กรณีกรรมการมูลนิธิกระทำผิดต่อมูลนิธิ
หากพบว่ากรรมการหรือคณะกรรมการมูลนิธิรายใดบริหารงานผิดพลาดจนเกิดความเสียหายต่อมูลนิธิ ดำเนินกิจการโดยฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับของมูลนิธิ รวมถึงมีสถานะหรือความประพฤติที่ไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสีย สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งถอดถอนกรรมการหรือคณะกรรมการรายดังกล่าวได้ ตามมาตรา 129 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
2. กรณีมูลนิธิกระทำการขัดต่อกฎหมาย
หากตรวจพบว่ามูลนิธิมีวัตถุประสงค์ที่ขัดต่อกฎหมาย หรือดำเนินกิจการอันขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชน ตลอดจนมีการกระทำที่อาจเป็นอันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ นอกจากนี้ ยังรวมถึงกรณีที่มูลนิธิไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด หรือหยุดดำเนินกิจการติดต่อกันตั้งแต่สองปีขึ้นไป นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสีย สามารถร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเลิกมูลนิธิได้ ตามมาตรา 131 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ขณะเดียวกัน กรมการปกครองยืนยันว่า การพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับมูลนิธิใด ๆ จำเป็นต้องอาศัยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากการตรวจสอบอย่างรอบด้าน โดยต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากการปรากฏเป็นข่าวหรือมีข้อกล่าวหาเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้อสรุปว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการดำเนินกิจการเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย หน่วยงานที่มีอำนาจจะพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กฎหมายกำหนดต่อไป
ทั้งนี้ กรมการปกครองเน้นย้ำว่า การดำเนินกิจการของมูลนิธิจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สินของมูลนิธิ ซึ่งต้องเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและผู้บริจาค รวมถึงป้องกันไม่ให้มีการนำมูลนิธิไปใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
อ่านข่าวเพิ่มเติม