โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทนายกุ้ง นำหลักฐานยื่นแจ้งความ คดีพูลวิลล่าภูเก็ต พบเส้นทางเงินป่วน

Amarin TV

อัพเดต 22 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทนายกุ้ง นำหลักฐานยื่นแจ้งความ-ร้องทุกข์ คดีพูลวิลล่าภูเก็ต พบเส้นทางเงิน โอนเข้า-ออกบัญชี

ทนายกุ้ง นำหลักฐานยื่นแจ้งความ-ร้องทุกข์ คดีพูลวิลล่าภูเก็ต พบเส้นทางเงิน โอนเข้า-ออกบัญชี

หลังจากที่ "บุ๋ม ปนัดดา" ได้ออกมาได้ออกมาไลฟ์ชี้แจงปมเงินสร้างมูลนิธิองค์กรทำดี 50 ล้าน พร้อมระบุยืนยันไม่รู้เรื่องเงินทอน ล่าสุด "ช่างเอ๋" ผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งได้เข้ามาร้องเรียนและเปิดเผยเรื่องราวอีกมุมหนึ่งเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ได้มาออกรายการโหนกระแส ชี้แจงถึงประเด็นการก่อสร้าง ซึ่งเริ่มแรก "ก๊อต อธิป" สามี "บุ๋ม ปนัดดา" แจ้งสร้างเป็นบ้านพัก 1 หลัง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นพูลวิลล่า 8 หลัง โดยบุ๋มปนัดดาไม่รู้มาก่อนเพราะโอนเข้าไปตามค่ำสั่งของก๊อต

โดยวันนี้โหนกระแสยังตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องวันนี้จะคุบกับทนายกุ้งซึ่งเป็นทนายโดยตรงของ คุณเอ๋ อภิชาติ ได้มาปรึกษาเรื่องผู้รับเหมาไม่จ่ายเงินค่าก่อสร้างพูลวิลล่าซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่ทราบผู้รับเหมาคือใครปี68ต่อมาก็ทราบว่าคนที่เป็นโฉนด คือ"คุณบุ๋ม ปนัดดา" ก่อนจะมาเค้าได้ปรึกษาทนายความหลายสำนักก็ไม่กล้ารับคือเค้าใหญ่ไม่กล้าทำ คือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงก็มาปรึกษาที่สำนักงานอีกรอบก็มาปรึกษาว่าตอนแรกจะมาทวงค่าแค่งวดงานยังไม่เห็นเอกสารก็ให้เค้าส่งเอกสารมาก่อนและได้ไล่ดูเอกสารพอเห็นสเตทเม้นก็เอะทำไมเงินมาจากองค์กรทำดี โดยบุ๋มปนัดดา

ทนายกุ้ง ระบุว่า ช่างเอ๋ได้เข้ามาขอปรึกษาทางกฎหมายเนื่องจากไม่ได้รับชำระเงินค่าก่อสร้างพูลวิลล่าตามงวดงาน ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารและรายการเดินบัญชี (Statement) พบความผิดปกติที่น่าสงสัย เนื่องจากมี รายการเงินโอนมาจากบัญชีองค์กรทำดี เข้ามายังบัญชีของช่างเอ๋

เมื่อเงินจำนวนดังกล่าวถูกโอนเข้ามา ช่างเอ๋ได้รับคำสั่งจากคุณก๊อตให้ทำการโอนเงินก้อนนั้นต่อไปยังบัญชีส่วนตัวของคุณก๊อตทันที ซึ่งช่างเอ๋มีหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินและข้อความสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ยืนยันการทำรายการอย่างชัดเจน

จากหลักฐาน Statement ที่ไม่ชอบมาพากล ทีมงานทนายความจึงได้รวบรวมเอกสารเข้าแจ้งความและทำหนังสือร้องทุกข์ไว้ที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง

แต่หลังจากนั้นมันมีเรื่องภาษีมาหาเค้าเนื่องจากเวลาจ่ายเงินค่างวดงานออกใบกำกับภาษีเค้าเอาใบกำกับภาษีไปใช้ไม่ได้ก็เลยมีปัญหาคือบริษัทกลับปิดไปแล้วถึงไปตรวจสอบบริษัทอาเธอร์ถูกปิดไปคือเค้าบอกว่าเค้าไม่ได้เซ็นเราก็ทำหนังสือไปให้ไปยื่นที่กรมพัฒนาธุรกิจ เพื่อให้ระงับการปิดบริษัทเนื่องจากบริษัทนี้ยังมีหนี้สินค้าชำระอยู่ ตั้งแต่ตรวจสอบก็ไม่ได้เคยถามไปทางบุ๋มปนัดา เลยเรากำลังทำงานอยู่และรวบรวมหลักฐานเพื่อความชัวร์แต่ก็เห็นว่าไม่ชอบมาพากลคือเราต้องคิดให้รอบคอบและตรวจสอบก่อนซึ่งเรื่องก็ไม่ได้นาน

ทำไมองค์กรทำดีในปี68 ถึงมีเงินโอนออกไปได้เยอะขนาดนั้นทั้งที่ที่มีมูลนิธิอยู่แล้ว ต้องนำเรียนว่าปัจจุปัจ มูลนิธิจดทเบียนที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันได้ย้ายไปที่ปทุมธานีนายทะเบียนลงนามเมื่อวันที่ 17ก.ย.2569 อำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนสามารถเรียกตรวจสอบเอกสารหลักฐานรวมทั้งรายงานการประชุมผลการดำเนินกิจกรรมทุกอย่างให้นายทะเบียนทางจังหวัดปทุมธานีได้ ตอนนี้ทางกรมการปกครองดำนินการแจ้งจังหวัดปทุมธานี

ทนายกุ้ง คือช่วงนั้นมีการถามว่าทำไมมีเงินไหลเข้ามาเยอะคือเงินที่เข้ามาเค้าเอาไปเบิกจ่ายเหตุปะทะเขมรและเหตุที่นำท่วมหาดใหญ่ต้องใช้บางส่วนคือเค้าอ้างมาแบบนี้โดยที่เค้าโอนเงินเข้ามาที่สอบถามเอ๋มาเค้าพูดแบบนั้น

ทางมูลนิธิก็มีการเบิกเงินด้วยถ้ามากกว่า 5 แสน กรณีเร่งด่วนข้อบังคับของมูลนิธิเขียนว่าเป็นดุลพินิจของท่านประธานที่สามารถเบิกจ่ายได้มากกว่า5แสนบาทแต่เบิกจ่ายเสร็จแล้วต้องแจ้งกรรมการในคราวต่อไปในกรณีที่มีการประชุมประธานต้องชี้แจงรายละเอียด

ทนายแก้วถามเรื่องกรณีในการเบิกจ่ายเงินออกจากมูลนิธิมันจะต้องทำเป็นบัญชีใช่หรือไม่หรือผ่านทางโมบายได้หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่รบุว่าทำได้ถ้ามีข้อยกเว้นในข้อบังคับแต่ในกรณีนี้ไม่มีหมายความว่า 1 เรื่องที่ผิดคือการอนุมัติเงินผิดวิธีตามข้อบังคับ คือการโอนเงินไปให้นายอภิชาติหรือเป็นค่าก่อสร้างพูวิลล่าหรือโอนกลับไปแบบนี้ไม่ได้ใช่ไหม โดยเจ้าหน้าที่ตอบกลับว่าไม่ได้

กฎระเบียบมูลนิธิกับสรรพากรมันอยู่คู่กันยังงัย

สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์ ผู้รับเหมาก่อสร้างมูลนิธิฯองค์กรทำดี ที่จ.ปทุมธานี ตัวที่ทำสัญญากับคุณอธิปโดยคุณบุ๋มอยุู่ระหว่างลงพื้นที่ไม่สะดวกและได้จ่ายเงินตามงวดงานโดยมี 4 งวดซึ่งงานโดยรับเหมา3.6ล้าน เป็นอาคาร1เข้าแกงนางงามซึ่งได้รับจุดเดียวและมีงานที่ผู้รับเหมาที่ไปเป็นค่าแรงเล็กน้อยที่เค้าทิ้งไปมีทั้งของมูลนิธิโดยได้โอนทางองค์กรทำดี

สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์ สรปุก คือพูดตรงนะพี่คือหนูเป็นแค่จิตอาสาที่เข้ามาช่วยพี่บุ๋มเฉพาะกิจตรงน้ำท่วมที่คนไม่พอตอนนั้นหนุไม่มีความรุ้เลยว่าจะต้องใช้มุลนิธิองค์กรทำดีเป็นอย่างเดียวถ้าออยศรีไม่ได้มาเปิดโปงคือไม่มีใครรู้คือไม่มีใครทักท้วงคือไม่ทราบจริงๆคือไม่ใช่ทุกครั้งที่หนูเป็นคนโพสต์ที่ลงไปมันนานมาแล้วจำไม่ได้คือไม่รุ้เลยคือปี67 คือในปี 68 คือเราไม่รุ้เลยไม่รู้เรื่องเลยและโอนไปให้คนใกล้ชิดพี่บุ๋มหนูยังไม่ได้โดนหนียังอยู่ข้างพี่บุ๋มหวังว่าพี่บุ่มจะไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เค้าบอกทุกอย่างว่าทำเพื่อมูลนิธิทำทุกอย่างเพื่อประชาชนเพียงแต่ว่ามันก็เกิดข้อสงสัยในบางเรื่องเหมือนกับทุกคนคือการสร้างบ้านมันต้องกมีการเบิกจ่ายแต่ของพี่บุ๋มคือเค้าโอนเร็วมาก คืออยากให้ทั้งคุณเอ๋กับพี่บุ๋มมาคุยกันคือก๊อตอับเอ๋เค้าคุยกันคือสัญญาตัวไหนคือพี่บุ๋มบอกเห็นสัญญาที่ก็อตเอามาให้ดูคือตอนนี้เค้ารื้อดูกับทนายกับฝั่งบัญชีเท่าที่หนูรับรับมาตอนนี้คือยังไม่เห็นคือพูวิวล่าเลยมันขึ้นว่ามูลนิธิกับศาลเจ้าคือพี่ไปคุยกับพี่บุ๋มคือตอนนี้พี่บุ๋มเค้าแต่งตั้งทนายแล้วลองถามทนายฝั่งเค้าดูมันจะได้ตรงจุดที่สุดและพี่บุ๋มฝากว่าว่าเค้ารวมบรวมเอกสารเตรียมเอกสารทั้งหมดวันหนึ่งเค้าจะมาออกโหนกระแสแน่นอนแต่ขอให้เค้ามีข้อมูลที่อย่างที่ชัดเจนเพื่อมาชี้แจงกับประชาชน

คือพี่บุ๋มเค้าเสียใจมากตอนนี้เค้าแหลกสลายมากคือเค้าพูดตลอดว่าจะขายของมาชดใช้คือใครทำผิดคนนั้นต้องชดใช้ทุกบาททุกสตางค์ ซึ่งในเรื่องนี้มี3คนที่อยุ่ในประเด็นคนที่1ผิดหรือเปล่าแต่โอนไปในฐานะประธานมูลนิธิผิดอยุ่แล้วคนที่2 คือช่างเอ๋รับโอนมาอยู่ไปโอนให้คนอื่นมันก็ต้องมีส่วนผิด

อาจจะทำด้วยความไม่รู้แต่คนที่รับเงินไปทั้งหมดผิด100%ทำไม่ไม่ออกมาคนนี้ทำให้หนูร้องไห้มากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...