ปล่อยตัวชั่วคราว อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หลังสอบเข้ม 11 ชั่วโมง
20 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษจับกุม แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ อดีตเจ้าชายแห่งราชวงศ์อังกฤษ พระอนุชาในพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่พระตำหนักซานดริงแฮม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น ในข้อหาประพฤติมิชอบในตำแหน่งราชการ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อสังคมอังกฤษและทั่วโลกอย่างมาก เนื่องจากถือเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติที่สมาชิกระดับสูงของราชวงศ์ต้องเผชิญกระบวนการทางกฎหมายเช่นนี้
ล่าสุดในช่วงค่ำวันเดียวกัน ปรากฏภาพอดีตเจ้าชายแอนดรูว์เดินทางออกจากสถานีตำรวจ หลังถูกสอบสวนนานกว่า 11 ชั่วโมง โดยได้รับการปล่อยตัวในสถานะผู้ต้องสงสัย และยังอยู่ภายใต้การสืบสวนอย่างใกล้ชิด ตำรวจสามารถเรียกตัวกลับมาสอบสวนเพิ่มเติมหรือตั้งข้อหาได้ทันที หากพบหลักฐานใหม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นพระตำหนักเพื่อรวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานที่อาจเชื่อมโยงกับการส่งต่อข้อมูลลับในอดีต
ก่อนหน้านี้ ตำรวจอังกฤษออกแถลงการณ์ว่ามีการจับกุมชายวัยประมาณ 60 ปี ในข้อหาประพฤติมิชอบในตำแหน่งราชการ โดยไม่ได้ระบุชื่ออย่างเป็นทางการ พร้อมเดินหน้าตรวจค้นพื้นที่ในเบิร์กเชียร์และนอร์ฟอล์ก และระบุว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากคดีนี้อยู่ในความสนใจของสาธารณชนอย่างยิ่ง
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 66 ปีของแอนดรูว์ โดยมีข้อกล่าวหาว่าเขาเคยส่งข้อมูลลับทางราชการให้กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินชาวอเมริกันผู้ต้องคดีอาชญากรรมทางเพศ ซึ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังทางการสหรัฐฯ เปิดเผยเอกสารจำนวนมากเกี่ยวกับคดีเอปสตีน รวมถึงอีเมลที่มีการสื่อสารระหว่างทั้งสองฝ่าย
เอกสารที่ถูกเปิดเผยระบุว่า ในปี 2553 แอนดรูว์ได้ส่งรายงานสรุปการเยือนประเทศต่างๆ ในเอเชีย ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนพิเศษด้านการค้าและการลงทุนของรัฐบาลอังกฤษให้แก่เอปสตีน ซึ่งสอดคล้องกับแรงกดดันที่ทำให้เขาลาออกจากตำแหน่งทูตการค้าในปี 2554 แม้เจ้าตัวยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่เคยกระทำความผิด
ขณะที่กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว และย้ำว่ากระบวนการยุติธรรมต้องดำเนินไปอย่างครบถ้วน เป็นธรรม และโปร่งใส ภายใต้หลักความเสมอภาคทางกฎหมายของทุกคน