โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'วันมาฆบูชา' วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 'ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์'

แนวหน้า

เผยแพร่ 09 ก.พ. 2568 เวลา 17.00 น.

"วันมาฆบูชา" ปีนี้ตรงกับวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาโดยเป็นวันที่พระภิกษุ 1,250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมายและมีเหตุอัศจรรย์พร้อมกัน 4 ประการหรือที่เรียกว่า "จาตุรงคสันนิบาต" และในวันนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาฏิโมกข์" ซึ่งเป็นหลักคำสอนที่สำคัญของพุทธศาสนา

"วันมาฆบูชา" เป็นวันที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนา 2 ประการ คือ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมโอวาทปาฏิโมกข์ และพระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขาร โดยตรัสขณะแสดงธรรมว่า "ต่อไปนี้อีก 3 เดือน เราจักเสด็จดับขันธปรินิพพาน" หลังจากทรงสั่งสอนพระธรรมมาเป็นเวลา 45 ปี

ความหมายของคำว่า "มาฆบูชา" ย่อมาจากคำว่า "มาฆปุรณมีบูชา" แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือน 3 เหตุการณ์สำคัญในวันเพ็ญเดือน 3 ปีนั้นเกิดเหตุอัศจรรย์ 4 อย่าง เรียกว่า "จาตุรงคสันนิบาต" มีความหมายดังนี้ "จาตุร แปลว่า 4, องค์ แปลว่า ส่วน, สันนิบาต แปลว่า ประชุม"

ความสำคัญของ "จาตุรงคสันนิบาต" ในวันมาฆบูชา

1. พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป เดินทางมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ เวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ ซึ่งพระสงฆ์เหล่านี้ต่างแยกย้ายไปจาริกเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสถานที่ต่างๆ

2. พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูปเหล่านี้ ล้วนเป็นพระอรหันต์ทุกรูปโดยได้รับการบวชจากพระพุทธเจ้าโดยตรง เรียกว่าวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา

3. พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป ต่างมาประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้มีการนัดหมาย

4. วันที่มาประชุม ตรงกับวันเพ็ญเดือนมาฆะ (วันเพ็ญกลางเดือน 3) เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมเทศนา อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาติโมกข์

พิธีปฏิบัติ หรือพิธีกรรมวันมาฆบูชาในประเทศไทย เริ่มต้นสมัยรัชกาลที่ 4 โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีพิธีพระราชกุศลนิมนต์พระสงฆ์วัดบวรนิเวศ และวัดราชประดิษฐ์ 30 รูป ฉันในพระอุโบสถวันพระศรีรัตนศาสดาราม เวลาค่ำเสด็จออกทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการแล้วพระสงฆ์สวดทำวัตรเย็นเหมือนอย่างที่วัดแล้ว จึงได้สวดมนต์ต่อไปมีสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ด้วย สวดมนต์จบทรงจุดเทียนรายตามราวรอบพระอุโบสถ 1,250 เล่ม มีประโคมด้วยอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงได้มีเทศนาโอวาทปาติโมกข์กัณฑ์ 1 เป็นเทศนาทั้งภาษามคธและภาษาสยาม เครื่องกัณฑ์จีวรเนื้อดีผืนหนึ่ง เงิน 3 ตำลึงและขนมต่างๆ เทศน์จบพระสงฆ์ซึ่งสวดมนต์รับสัพพีทั้ง 30 รูป ถือปฏิบัติตามวิธีปักษคณนาฝ่ายธรรมยุติกนิกาย

หลักธรรมสำคัญในวันมาฆบูชา คือ "โอวาทปาติโมกข์" เป็นหลักธรรมอันเป็นหลักหัวใจสำคัญในพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมให้แก่พระอรหันต์ทั้ง 1,250 รูปในวันนั้น ได้แก่ "การทำความดี, ละเว้นความชั่ว และทำจิตใจให้บริสุทธิ์"

ส่วนกิจกรรมในวันมาฆบูชานั้น แบ่งออกเป็น 3 อย่าง ได้แก่ พิธีหลวง พิธีราษฎร์ และพิธีสงฆ์

พระราชพิธี สำนักพระราชวังจะมีหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันมาฆบูชา ออกประกาศให้ทราบโดยทั่วกันทุกปี โดยปกติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลด้วยพระองค์เอง ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แต่บางปีจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทน

พิธีราษฎร์ สถานศึกษา จะพานักเรียนไปประกอบพิธีในวัด ด้วยการนัดหมายให้แต่งกายสุภาพเรียบร้อย นำเครื่องสักการะไปเวียนเทียนในช่วงบ่ายหรือเย็น ส่วนประชาชนนำดอกไม้ ธูป เทียน ไปเวียนเทียนกันที่วัดในช่วงเย็น หรือช่วงค่ำ หลังจากฟังโอวาทเสร็จแล้วจะร่วมกันเดินเวียนเทียนรอบโบสถ์

พิธีสงฆ์ พระสงค์จะเป็นผู้นำประกอบพิธีต่างๆ ให้โอวาท สวดมนต์ แสดงธรรมและประวัติความเป็นมาของวันมาฆบูชา และเจริญสมาธิภาวนา

ในวันมาฆบูชาช่วงเย็นถึงค่ำจะมีการเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ โดยเริ่มจากพระสงฆ์ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ประชาชนทั่วไป กระทำ 3 รอบ ด้วยการเวียนทางขวาเรียกว่า เวียนแบบทักขิณาวัฏ

รอบที่ 1 ให้รำลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า โดยภาวนาคาถา บทอิติปิโส ภควาฯ ไปจนจบ เพื่อให้จิตใจมีสมาธิ

รอบที่ 2 ให้รำลึกถึงคุณพระธรรม โดยภาวนาคาถา บทสวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโมฯ ไปจนจบ

รอบที่ 3 ให้รำลึกถึงคุณพระสงฆ์ โดยภาวนาคาถา บทสุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆฯ ไปจนจบ

กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา ช่วงเช้าพุทธศาสนิกชนควรเตรียมภัตตาหารทำบุญตักบาตร ช่วงบ่ายเดินทางไปวัดเพื่อฟังเทศน์ เจริญสมาธิภาวนา และช่วงเย็นเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ หรือร่วมทำบุญเวียนเทียนออนไลน์ได้ที่บ้าน เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อตามมาตรการของรัฐ ลดการแพร่ระบาดของโรคด้วย

ที่มา : สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...