โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดาวโจนส์” ปิดเด้ง 141 จุด นักลงทุนคลายกังวลเศรษฐกิจถดถอย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 02.26 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดบวกในวันพุธ (30 เม.ย.68) โดยดาวโจนส์ และ S&P500 ฟื้นตัวในช่วงท้ายตลาด หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในระหว่างวัน อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 40,669.36 จุด เพิ่มขึ้น 141.74 จุด หรือ +0.35%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,569.06 จุด เพิ่มขึ้น 8.23 จุด หรือ +0.15% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,446.34 จุด ลดลง 14.98 หรือ -0.09%

ในช่วงแรก ดัชนีดาวโจนส์ร่วงหลุดจากระดับ 40,000 จุด หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยการประมาณการครั้งที่ 1 ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2568 โดยระบุว่า GDP หดตัวลง 0.3% หลังจากที่มีการขยายตัว 2.4% ในไตรมาส 4/2567 โดยการหดตัวลงของ GDP ในไตรมาส 1 ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการที่บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งได้พากันปรับลดคาดการณ์รายได้และบางรายได้ระงับการเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากร

ดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 ลดช่วงลบในเวลาต่อมา และดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่าดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) และดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ทรงตัวในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบเป็นรายเดือน โดยข้อมูลดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะ Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อกลับสูงขึ้น

ทั้งนี้ ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า ตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจนั้น ปรับตัวขึ้น 0.7% ในเดือนมี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5%

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวขึ้น 0.89% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้น 0.74% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 2.61% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยดิ่งลง 1.11%

ตลอดเดือนเม.ย. ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงทั้งสิ้น 3.17% ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเดือนที่สาม ขณะที่ดัชนี S&P500 ปรับตัวลง 0.76% ส่วนดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.85%

นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ โดยเมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms) และไมโครซอฟท์ (Microsoft) จะเปิดเผยผลประกอบการหลังจากตลาดปิดทำการ

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 129,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 228,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% ในเดือนเม.ย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...