โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ห้ามอปท.จ่ายเงินหลวงผิดกม. ตรวจเข้มใช้งบหนุนทีมฟุตบอล

แนวหน้า

เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2563 เวลา 19.00 น.

ปัญหาใหญ่ประการหนึ่งของประเทศของเราคือปัญหาการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงภายในส่วนราชการทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ถึงแม้เราจะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและป้องกันการทุจริต ถึง 4-5 หน่วยงานเช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.),สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักผู้ตรวจการแผ่นดินฯ

เรื่องหนึ่งที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่อยู่ในหลายๆ จังหวัด ก็คือ การที่อปท. ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล, องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาลได้ใช้งบประมาณประจำปีของอปท.ไปสนับสนุนการแข่งขันกีฬาที่เป็นกีฬาอาชีพ ซึ่งอาจจะเข้าข่ายเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนระหว่างผู้บริหารของอปท.กับนักการเมืองท้องถิ่นหรือว่าครอบครัวโดยมีตัวอย่างปรากฏข้อมูลอยู่ 3 จังหวัด คือ บุรีรัมย์, ชัยนาท และพิจิตร

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา มีข่าวว่า นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เป็นข่าวกรณีการจ่ายเงินอุดหนุนไปให้สมาคมกีฬา ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเคยถูกสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบพบปัญหาเรื่องการฝ่าฝืนระเบียบ การมีส่วนได้ส่วนเสียหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน กับทีมสโมสรฟุตบอลในจังหวัดที่ได้รับเงินสนับสนุนจากสมาคมกีฬาอีกต่อหนึ่ง ในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดชัยนาท

พิจิตรนั้น สตง.ตรวจสอบพบว่า ในช่วงปี 2553-2554 อบจ.พิจิตร ได้จ่ายเงินอุดหนุนให้แก่สมาคมกีฬาจังหวัดพิจิตรตามโครงการส่งเสริมและพัฒนากีฬาจังหวัดพิจิตรในวงเงิน 15,654,115.12 บาท และเมื่อสมาคมกีฬาจังหวัดพิจิตรได้รับเงินดังกล่าวแล้ว ก็มีการนำเงินไปจ่ายให้กับทีมสโมสรฟุตบอล ทีทีเอ็ม เอฟซี พิจิตร และทีมสโมสรฟุตบอล พิจิตร เอฟซี

ในขณะที่การสนับสนุนเงินดังกล่าว นายก อบจ.พิจิตร ดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมกีฬาจังหวัด และยังเป็นกรรมการบริหารและที่ปรึกษาของสโมสรฟุตบอลดังกล่าวอีกด้วย เบื้องต้นกรณีนี้ สตง. ได้รายงานผลการสอบสวนไปยังจังหวัดพิจิตร ซึ่งทางจังหวัดพิจิตร ได้คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน นายก อบจ.พิจิตร ในช่วงต้นปี 2561 ซึ่งพบว่า นายก อบจ.พิจิตร มีพฤติการณ์เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกรณีนี้จริง พร้อมรายงานผลการสอบสวนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้พิจารณาสั่งการให้ นายก อบจ.พิจิตร พ้นจากตำแหน่งในช่วงเดือนก.ย. 2561

แต่จนถึงปัจจุบัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังไม่ได้แจ้งผลตอบกลับมาที่จังหวัดพิจิตรแต่อย่างใด ล่าสุดได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในจังหวัดพิจิตร ว่า ในช่วงเดือนธ.ค. 2562 ที่ผ่านมานายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อสอบถามผลการดำเนินการกรณีนี้เป็นทางการอีกครั้ง

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังนายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องนี้นายสิริรัฐให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า เรื่องนี้มีการสอบสวนกันมาแล้ว ตั้งแต่สมัยผู้ว่าราชการ คนเก่า ก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง ในช่วงเดือนธ.ค. 2562 ทางจังหวัดได้ทำหนังสือไปติดตามความคืบหน้าจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น นายสิริรัฐตอบว่าทางจังหวัดได้ทำหนังสือแจ้งติดตามผลการดำเนินการไปจริง ปัจจุบันยังไม่ได้รับแจ้งผลการดำเนินการตอบกลับมาจากกรมและคงไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้

ด้านนายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายก อบจ.พิจิตร ให้สัมภาษณ์ชี้แจงว่าขอยืนยันว่าไม่เคยมีประวัติเป็นกรรมการบริหารสโมสรฟุตบอลทั้ง 2 แห่งมาก่อนส่วนที่เป็นที่ปรึกษาให้กับสโมสรฟุตบอลทั้ง 2 แห่งนั้น ก็เป็นเพราะว่า ที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่ดูแลและปรับปรุงสนามฟุตบอลในจังหวัดพิจิตรเพื่อฟื้นฟูการกีฬาของจังหวัดมาโดยตลอด จึงเป็นเหตุทำให้ได้เป็นที่ปรึกษาของสโมสรทั้ง 2 แห่งด้วยแต่ก็ต้องขอเรียนว่าส่วนตัวแล้วไม่เคยรับผลประโยชน์จากทั้ง 2 สโมสร แต่อย่างใด ในส่วนผลการสอบสวนของทางจังหวัดพิจิตรนั้น ขอเรียนว่า ยังดำเนินการสอบสวนอยู่ และยังไม่ได้ข้อสรุป เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง เขาโดนกลั่นแกล้งทางการเมือง

ทีมข่าวการเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...