โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มอง-มุม-แมว ผ่าน “เบตง” แมวสลิดนักผจญภัย กับภารกิจการไลฟ์เพื่อถ่ายทอดมุมมองแมว

นิตยสารคิด

อัพเดต 09 ก.ย 2568 เวลา 21.42 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2568 เวลา 21.42 น.
betong722-cover

คุณเคยฝันอยากมองโลกในมุมอื่น ๆ บ้างไหม…

โลกในมุมมองที่ต่ำจนแทบราบไปกับพื้น หรือในมุมมองที่สูงเฉียดฟ้า จะต่างกับโลกในระดับสายตาของเรามากน้อยแค่ไหน? แล้วเคยสงสัยหรือเปล่าว่า แต่ละวันของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่ไม่ต้องมีกิจวัตรแบบเรา ๆ เขาทำอะไรกันบ้าง?

เชื่อเลยว่าคำถามเหล่านี้ คงจะเป็นสิ่งที่หลายคนเคยตั้งข้อสงสัย ด้วยจินตนาการที่โลดแล่น ความอยากรู้อยากเห็นที่เต็มเปี่ยม หรือไม่ก็อาจเกิดขึ้นในวันที่เรากำลังเดินเตะฝุ่นพลางคิดว่า ชีวิตของเรามันบัดซบสิ้นดี แล้วทันใดนั้น หางตาก็เหลือบไปเห็น “เหมียวเจ้าถิ่น” ที่เดินอาดมานอนอวดพุงกลม ๆ ด้วยท่วงท่าน่าหมั่นไส้ราวกับจะเยาะเย้ยชะตาชีวิตกัน

ไม่ว่าคำถามข้างต้นจะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลใด สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้เลยก็คือ “คำถามเหล่านี้เคยเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ” จากข้อจำกัดทั้งด้านกายภาพ เทคโนโลยี และการสื่อสารที่ต่างสายพันธุ์ต่างไม่เข้าใจ ทว่า! ในช่วงที่ผ่านมานี้ ชาวเน็ตไทยนับล้านคนอาจกำลังได้รับคำตอบของปัญหาที่คาใจเหล่านั้นผ่านสายตาของ “เบตง” แมวสลิดเจนเบต้า ที่ขึ้นแท่นเป็นเน็ตไอดอลสายสี่ขาตัวตึง การันตีด้วยยอดการติดตามที่มากถึงสามแสนแปดหมื่นคน!

ทั้งนี้ ด้วยข้อจำกัดที่ Creative Thailand ยังไม่มีล่ามผู้เชี่ยวชาญด้าน “ภาษาเมี้ยว” ให้พึ่งพา ในโอกาสนี้จึงได้รับเกียรติจากคุณ “ต้นกล้า” วิทยา คงปราการ คุณพ่อของเจ้าสลิดสี่ขา ผู้ร่วมก่อตั้งช่อง “เบตง สลิดจอมป่วน” มาร่วมพูดคุยในประเด็นเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการทำช่อง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยของลูกชาย รวมถึงได้แบ่งปันข้อคิดเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการปั้นสตรีมเมอร์สี่ขาจากประสบการณ์ที่ได้ลองผิดลองถูกมาจริง ๆ

“เบตง” แมวสลิดเจนเบต้า

จากผู้บ่าวยะลา สู่การเป็นซุป’ตาร์เมืองอีสาน
ชีวิตของ “เบตง” แมวน้อยลายสลิดวัยขวบกว่าคือการเดินทาง “เบตงเป็นแมวจรอยู่ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ลูกชายคนโตเขาไปทำงานที่ไซต์ก่อสร้าง แล้วเขาก็เจอน้องเบตงมาร้องอยู่ที่หน้าที่พักของเขา พอถามผู้ใหญ่บ้าน ก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร เขาก็เลยเก็บมาเลี้ยง แต่พองานจบ เขาก็มาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิกับพ่อแม่ แล้วก็เอาน้องมาฝากไว้ เพราะเขาต้องเดินทางไปทำงานที่อื่น เลยไม่สะดวกจะพาแมวไปด้วย” คุณต้นกล้ากล่าว ด้วยเหตุนี้ เจ้าเบตงจึงกลายมาเป็นน้องน้อยของบ้าน อาศัยร่วมกับพ่อต้นกล้า กับแม่กุ้ง (คุณกุ้ง - กัลชนา มาลัยกุล) และพี่ ๆ แมวที่อาศัยมาก่อน 2-3 ตัว

จุดเริ่มต้นของการทำช่อง “เบตง สลิดจอมป่วน” เกิดขึ้นจากความสงสัยและความห่วงใยของคุณต้นกล้าที่มีต่อเบตงในช่วงระหว่างวัน “เบตงไม่เหมือนแมวตัวอื่นของผม เขาอยากรู้อยากเห็น” โดยเจ้าสลิดจอมซน มักจะหายไปจากสายตาของพ่อแม่ราว 1-2 ชั่วโมงต่อวัน แล้วก็กลับมา เป็นแมวที่ชอบเดินทางไกล แตกต่างจากเหล่าพี่ ๆ ที่จะเล่นอยู่แถวร้านชำของพ่อและแม่เท่านั้น “ทีแรกเราเริ่มติด GPS ก่อน เผื่อเวลาน้องไปที่ไหนแล้วหลงทาง จะได้หาน้องเจอ แต่ว่าจริง ๆ แล้วน้องก็กลับมาบ้านได้ตลอดนะ บางทีก็หายไป 1-2 ชั่วโมง แล้วก็กลับมา แล้วสักพักก็จะหายไปอีก แล้วก็กลับมา” กิจวัตรเช่นนี้ของเบตงจุดประกายความสงสัยให้กับคุณต้นกล้า จนนำไปสู่การเริ่มต้นภารกิจติดกล้องเพื่อแอบส่องความประพฤติของเจ้าแสนซนดูเสียหน่อยว่า เบตงหายไปไหนและไปทำอะไรกันแน่

“พอติดกล้องไว้ก็เลยรู้ว่าน้องเข้าป่ามัน ไปคุ้ย ไปเดินตามป่า” จากนั้นคุณต้นกล้าก็ได้เห็นไอเดียการถ่ายทอดมุมมองของสัตว์ต่าง ๆ จากทางต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นสิ่งใหม่ในประเทศไทย จึงได้เริ่มทำช่องในแพลตฟอร์ม TikTok เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และกลายเป็นกระแสไวรัลทันทีหลังจากเปิดช่องเพียงแค่ 1-2 เดือน

“เบตงไม่รำคาญกล้อง เพราะผมใส่ปลอกคอให้ตั้งแต่เด็ก แล้วตัวกล้องก็น้ำหนักเบาแค่ 35 กรัม” คุณต้นกล้ากล่าว พร้อมเสริมว่า เดิมทีคุณต้นกล้าใช้กล้องราคาถูกราว ๆ หลักร้อยบาท แต่พอมาติดแล้วเห็นว่าคุณภาพมันไม่ดีเท่าไร ไม่มีระบบกันสั่นและภาพก็ไม่ชัด ทำให้ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะลงทุนกับกล้องในราคาหลักหมื่นเพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพ รวมทั้งน้ำหนักเบา ให้เจ้าเบตงใส่เดินเที่ยวได้แบบปลอดภัย ทั้งนี้ ไลฟ์ที่แชร์อยู่ในช่องของเบตง จะเป็นคลิปที่คุณต้นกล้าหยิบเอาฟุตเทจที่เบตงถ่ายไว้มากรองดูก่อนรอบหนึ่ง เพื่อคัดเลือกมานำเสนอเฉพาะส่วนที่น่าสนใจและเผยแพร่ได้ เนื่องด้วยการเดินทางของเบตงนั้นคาดเดาไม่ได้ อาจจะไปปีนห้องน้ำหรือผ่านไปเจอภาพที่ไม่น่าดู ในแง่นี้จึงเหมือนกับคลิปบนช่องทุกคลิป คือผลงานชิ้นโบว์แดงจากครอบครัว ที่ต่างคน(ต่างแมว)ต่างก็มีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสรรค์

“ต้นกล้า” วิทยา คงปราการ คุณพ่อของเจ้าสลิดสี่ขา ผู้ร่วมก่อตั้งช่อง “เบตง สลิดจอมป่วน”

กิจวัตรแบบแมว ๆ ผ่านสายตาของเบตง
คุณต้นกล้าเล่าว่า “วัน ๆ ของเบตง ส่วนมากเขาก็จะชอบปีนต้นไม้ ปีนหลังคา พาลุยเข้าป่า หาวิ่งจับไดโนเสาร์ (กิ้งก่า จิ้งเหลน) ประมาณนี้ครับ” โดยจะเป็นมุมมองที่ดูเพลิน ๆ สร้างความรู้สึกตื่นเต้น เพราะไม่รู้ว่าในแต่ละวัน เบตงจะพาเดินไปตรงไหน ทั้งหลายครั้งก็ยังพาไปเปิดมุมมองใหม่ ๆ ที่มนุษย์อาจไม่มีโอกาสได้สัมผัส เช่น พาปีนต้นไม้ พาเดินลัดเลาะผ่านกำแพง และบ้างก็ไปในพื้นที่ที่คนเข้าไม่ถึง สะท้อนกับคอมเมนต์ของเหล่าแฟนคลับที่บอกว่า การดูเบตงเหมือนกับได้เปิดโลกอีกใบหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้คอนเทนต์ของเบตงไม่ซ้ำกับอินฟลูฯ คนไหน ๆ

ตอนนั้นเขาไปเจองูเห่าที่ทุ่งนา โชคดีที่ไม่โดนกัด มันพ่นพิษมาแล้วด้วยนะ ผมเห็นในกล้อง โชคดีไม่เข้าตา แต่วันต่อมาเขาก็ไปอีกเหมือนเดิม ไม่ได้กลัวอะไร

คลิปที่ทำให้เบตงเป็นที่รู้จัก เริ่มมาจากคลิปวีรกรรมการคาบงูมาฝากพ่อกับแม่ ที่พาคนเข้ามาดูกว่า 6-7 แสนวิว จากนั้นก็มีคลิปคาบหนอนวิ่งเข้าบ้านต่อยอดความปัง สร้างยอดวิวให้กับช่องเป็นล้านเลย “ส่วนมากคนเขาก็จะกลัวหนอน เห็นแล้วตกใจ แต่ก็อยากดูกัน เพราะคนทั่วไปเขาก็ไม่เคยเห็นหนอนใกล้ ๆ แบบนี้” โดยการคาบเพื่อนมาเล่น (?) ที่บ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งกิจวัตรหลักของเบตง ทั้งกิ้งก่า จิ้งเหลน หนอน งู หนูนา ถ้าอยู่ในวิถีสายตา ก็ไม่รอดจะโดนเจ้าเบตงคาบมาฝากพ่อแม่เสียหมด จนพ่อต้นกล้าต้องคอยเตือนอยู่บ่อย ๆ

“ก็บอกเขาว่าอย่าจับมานะ หลายรอบมาก แต่เขาก็ไม่สนใจครับ เขาอยากเล่น” เหมือนกับเด็กดื้อเงียบที่พอตื่นเช้ามาอีกวัน ก็ออกไปหาอะไรเล่นใหม่ ซึ่งหลายครั้งการเล่นของเบตงก็กลายเป็น “เส้นทางอันตรายของลูกผู้ชาย” ที่พาเอาพ่อและแม่ใจหายใจคว่ำไปตาม ๆ กัน

เบตงเคยเผชิญหน้ากับงูที่มีพิษระดับต้น ๆ ของไทยถึง 2 ชนิด นั่นคือ งูเห่า และงูสาบคอแดง แต่โชคดีที่รอดมาได้ตลอด “ตอนนั้นเขาไปเจองูเห่าที่ทุ่งนา โชคดีที่ไม่โดนกัด มันพ่นพิษมาแล้วด้วยนะ ผมเห็นในกล้อง โชคดีไม่เข้าตา แต่วันต่อมาเขาก็ไปอีกเหมือนเดิม ไม่ได้กลัวอะไร” คุณต้นกล้ากล่าว ส่วนงูสาบคอแดง เบตงก็เคยจับมาฝากพ่อแม่บ่อย ๆ กระนั้นก็ยังโชคดีที่งูชนิดนี้เป็นงูที่ไม่ดุ เน้นเลื้อยหนี และจะใช้เขี้ยวหลังที่มีพิษกับอาหารที่จะกินเท่านั้น จึงนับเป็นโชคดีของเจ้าสลิดแสบไป และถึงแม้ว่าโลกนอกที่นอนของเบตงจะเต็มไปด้วยอันตราย แต่คุณต้นกล้าก็ไม่เคยคิดที่จะขังน้องไว้ ด้วยมั่นใจในประสบการณ์ และมองเห็นความสุขผ่านมุมมองของเบตง

“เบตงถูกเลี้ยงแบบระบบเปิด เขาทำหมันแล้ว มีประสบการณ์ มีภูมิคุ้มกัน น้องเอาตัวรอดได้ แล้วพอเราทำกล้องไลฟ์ เราก็ได้เห็นว่า เบตงเขาชอบอะไร เขาสนุกกับการไปนู่นไปนี่ ก็ทำให้เรามีความสุขที่ได้เห็นเขาใช้ชีวิตของเขา ได้ไปเจอกับเพื่อน ๆ ดีกว่าที่จะขังเขาไว้ไม่ให้ไปไหน”

บทบาทที่หลากหลายของเด็กชายเบตง
ไม่ต่างจากเด็กชายซน ๆ คนหนึ่ง เบตงเองก็มีบุคลิกที่หลากหลาย เมื่ออยู่กับกลุ่มที่แตกต่าง “ปกติเบตงเป็นแมวเรียบร้อย ไม่ดื้อ เวลาอยู่กับเรา เขาก็เป็นแมวเงียบ ๆ อ้อนบ้าง เป็นเด็กอ่อนโยน แต่เมื่อไรที่ได้อยู่กับเพื่อนนี่เล่นสนุก ฟัดไปฟัดมาเลยครับ เขาจะค่อนข้างเป็นเด็กซน เป็นตัวดื้อที่เล่นกับเพื่อนแรงหน่อย” คุณต้นกล้ากล่าว พร้อมเสริมว่าเบตงเป็นเด็กที่เอาตัวรอดได้ รู้ว่าตอนไหนที่ควรจะสู้และควรที่จะถอย ซึ่งเหล่านี้ก็เป็นนิสัยที่คุณต้นกล้าได้เรียนรู้หลังจากเห็นเบตงออกไปเล่นนอกบ้านผ่านกล้องนั่นเอง ดังนี้ บุคลิกโดยรวมของเบตงในโหมดแมวผจญภัย จึงเป็นแมวที่มีความกล้าหาญ อยากรู้อยากเห็น มีสังคม และเอาตัวรอดได้ดี

แต่นอกจากการเป็นนักผจญภัยมืออาชีพแล้ว เบตงก็ยังมีอีก 2 บทบาทที่น่าภูมิใจ หนึ่งคือการเป็น “ฮีโร่” ประจำบ้านของคุณยายในละแวกที่เคยได้รับการปกป้องจากเจ้าเบตงที่เข้ามาช่วยสอดส่องสัตว์มีพิษที่แอบเข้าบ้านมา “คุณยายเขาอยู่กับหลานสาวตัวเล็ก ๆ แค่ 2 คน เขาก็อยากมีแมวไว้ที่บ้าน แต่ดูแลไม่ไหว เขาอนุญาตให้เบตงเข้าบ้าน ไปคอยช่วยดูว่ามีแมงป่องหรืองูอยู่ในบ้านไหม” ซึ่งวีรกรรมที่เบตงเคยเผชิญหน้ากับแมงป่องในบ้านคุณยายก็เคยถูกกล้องจับไว้ได้ และได้รับการเผยแพร่ให้คนทั่วโลกเห็น จนมียอดวิวกว่า 20 ล้านวิว พร้อมทั้งคอมเมนต์ที่ชื่นชม แสดงความห่วงใย และทำให้พี่ ๆ บ้านอื่นคอยสำรวจ ป้องกันบ้านของตนเองเช่นกัน

ส่วนอีกบทบาทหนึ่งที่พ่อต้นกล้าและแม่กุ้งนำเสนออย่างภูมิใจก็คือ บทบาทของการเป็น “พี่ชาย” เจ้า “ส้มหล่น” (ส้ม) สมาชิกคนใหม่ของบ้านที่ถูกรับมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็ก “ส้มติดพี่มาก แมวตัวอื่นในบ้านไม่เอาส้มเลย มีแต่พี่ตง (เบตง) ที่เลี้ยง เขาดูแลน้อง เวลาพี่ไปไหน ก็จะไปด้วย เวลานอนก็จะนอนด้วยกัน อยู่ด้วยกัน ส้มเขารักพี่ ถ้าพี่ไม่อยู่ใกล้ ๆ เขาก็จะร้องหา” และต่อมา พี่เบตงก็ได้ขยับขยายตัวเองจากการเป็นดาราหน้ากล้องสู่การเป็น “พี่ดัน” ให้กับน้อง เนื่องจากเจ้าส้มเองก็มีแววชอบผจญภัยจากการตามลูกพี่ตงไปแทบทุกที่เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ คุณต้นกล้าจึงตัดสินใจทำเพจ “Manaw Movie” เพิ่มขึ้นมาอีกช่องทาง โดยช่องนี้จะนำเสนอมุมมองของส้มหล่นโดยเฉพาะ

“ส้มเขาก็จะพาผจญภัยเหมือนกัน คล้าย ๆ เบตง ถ้าดูช่องส้มก็จะได้เห็นเบื้องหลังของเบตงด้วย เพราะเขาตามพี่ไป” โดยคุณต้นกล้าแอบกระซิบว่า เจ้าส้มชอบเลียก้นพี่มาก ๆ จึงอาจพูดได้ว่าถ้ามาติดตามช่องนี้ ก็คงจะได้เห็นเบื้องลึกเบื้องหลังของเบตงแบบใกล้ชิดสุด ๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงลักษณะนิสัยของเจ้าส้ม คุณต้นกล้าก็บอกว่า ถึงแม้เขาจะมีความคล้ายกันเพราะเบตงเลี้ยงมากับมือ แต่ส้มหล่นก็ยังเป็นเด็กที่ขี้กลัวกว่า ถ้าหากเบตงไปผจญภัยไกลเกินไป เขาก็จะไม่ตามไปด้วย

มองแมว แล้วมองเรา
“จริง ๆ เบตงก็เหมือนมนุษย์เราเหมือนกัน” คุณต้นกล้ากล่าว “เขาก็รักเพื่อน รักฝูง รักครอบครัว เวลาเขาออกจากบ้านไปไกล ไปตัวเดียว เขาก็จะร้องหาเพื่อน หาครอบครัว เวลาเราพาเขาไปเที่ยว ถ้าเขาไปตัวเดียวเขาจะร้อง เขาไม่อยากไปไหน อยากอยู่บ้าน เพราะเขาโตมากับเพื่อนฝูง เลี้ยงมาในกรง มีเพื่อน 4- 5 ตัวอยู่ในนั้น” คำตอบข้างต้น จากคำถามที่ว่า “แมวมองโลกเหมือนหรือต่างจากเราไหม” ทำให้เห็นว่า แม้เจ้าเบตงจะเป็นแมวที่ชอบผจญภัย แต่น้องก็ยังมีเซฟโซน ที่ไม่ว่าอย่างไรก็จะกลับมาพักพิงเมื่อจบวันเสมอ ไม่ต่างจากมนุษย์ที่ต่างก็แสวงหาพื้นที่ปลอดภัย เพื่อโอบกอดตัวเองไว้เมื่อจบวัน ทั้งน้องยังมีความรัก ความผูกพัน ให้กับคนรอบข้าง ไม่ต่างจากเราเลย

อย่างไรก็ดี การผจญภัยของเจ้าสี่ขาตัวนี้ ก็ทำให้คุณต้นกล้าเห็นมุมมองที่ต่างจากคนเราไปเช่นกัน “เบตงชอบเรียนรู้ ชอบไปผจญภัย แล้วเขาก็ใช้ชีวิตของเขาแบบไม่ต้องมีกังวลอะไรมากมาย แถมยังคาดเดาไม่ได้ว่าจะไปไหน ไปทำอะไร” ซึ่งแม้เราไม่อาจรู้ได้ว่าจริง ๆ แล้วเบตงได้วางแผนการผจญภัยก่อนออกจากบ้านไว้ในสมองบ้างหรือเปล่า แต่พลังของการกระโดดปีนป่าย สำรวจโลกรอบกาย ทักทายสิ่งที่ไม่รู้จักอย่างที่เบตงเสนอให้เห็นตลอดมา ก็อาจจะช่วยจุดประกายมุมมองใหม่ ๆ ในการดำเนินชีวิตของเราได้ เพื่อสร้างพลังในการใช้ชีวิต และคืนความตื่นเต้นให้กลับคืนมาหล่อเลี้ยงหัวใจจากที่เคยทำมันหล่นหายไประหว่างการทำกิจวัตรประจำวัน

ก้าวต่อไปของ “เบตง สลิดจอมป่วน”
เมื่อถามถึงก้าวต่อไปของการทำช่อง “เบตง สลิดจอมป่วน” คุณต้นกล้าก็แอบแง้มให้ฟังว่า ในเบื้องต้นจะมีอะไรใหม่ ๆ แน่นอน แต่ยังไม่ขอลงรายละเอียด ถ้าอยากรู้ก็ขอให้ติดตามช่องเอาไว้ ส่วนมุมมองแมวตัวอื่น ๆ ก็อาจจะเริ่มจากน้องส้มหล่น อย่างที่ได้เริ่มเปิดช่องและลงคลิปไว้บ้างแล้ว

นอกจากนี้ คุณต้นกล้ายังให้คำแนะนำดี ๆ กับผู้ติดตามหรือคนอื่น ๆ ที่เห็นคอนเทนต์ของเบตง แล้วอยากจะทำช่องถ่ายทอดมุมมองของสัตว์เลี้ยงตนเองบ้าง โดยเน้นย้ำให้คำนึงถึง 3 เรื่องหลัก ได้แก่ ขนาดของอุปกรณ์ต่อลักษณะทางกายภาพของน้อง อุปนิสัยเบื้องต้นของสัตว์เลี้ยง และประสบการณ์ของเด็ก ๆ

“ถ้าอยากจะติดกล้อง เราต้องดูด้วยว่าน้องรำคาญไหม ดูน้ำหนักพอจะติดกล้องรึเปล่า ถ้าตัวเล็กก็ไม่สมควร ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหาเรื่องกระดูกคอ ถ้าติดแล้วอยากให้น้องไปผจญภัยข้างนอก ก็ต้องดูด้วยว่าน้องเคยออกไปข้างนอกไหม ถ้าเป็นสัตว์ที่เลี้ยงในระบบปิด ก็ควรอยู่ในระบบปิด เพราะว่าถ้าปล่อยไปข้างนอก น้องอาจไม่มีประสบการณ์ และมันจะเป็นอันตรายต่อตัวเขาเอง รวมถึงถ้าสัตว์เลี้ยงของเราไม่มีภูมิคุ้มกัน ก็อาจจะติดโรคได้”

ซึ่งคุณต้นกล้าก็ให้ความเห็นว่า ควรประเมินปัจจัยเหล่านี้ก่อนตัดสินใจให้น้อง ๆ ได้ออกมาผจญภัย และถ้าน้องโตมาในระบบปิดจริง ๆ ก็อาจจะเป็นการไลฟ์ให้ดูมุมมองอยู่ในบริเวณที่คุ้นเคย ก็จะปลอดภัยกับน้องมากกว่านั่นเอง

ในช่วงท้ายของการสนทนา คุณกุ้ง คุณแม่คนสวยของน้องเบตง ได้พาเจ้าตัวแสบมาทักทาย และแอบฟ้องว่า “วันนี้ไป (ผจญภัย) หลายรอบแล้วค่ะ” กระนั้น เจ้าเบตงที่นั่งเรียบร้อยอยู่บนตักพ่อต้นกล้า ก็ยังไม่วายทอดสายตาสื่อความนัยไปยังเส้นทางหลังกล้องที่มองไม่เห็น “ไม่อยู่แล้วเนี่ย จะไปแล้วล่ะสิ” คุณต้นกล้าเอ่ยหยอกเบตงด้วยความเอ็นดู เพราะผูกพันและรู้ใจกันจริง ซึ่งจากที่ดูสายตาของเบตงที่มองตอบพ่อของเขาแล้ว น้องก็อาจจะคิดในใจว่า

“ใช่น่ะสิพ่อ ก็ผมเป็นหนุ่มน้อยนักผจญภัยนะ!” ก็เป็นได้

ภาพ : วิทยา คงปราการ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...