โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พระสิ้นคิด-ทนาย’ แจงปม ‘พยัคฆ์ไพร’ บุกวัด ยัน ‘ไม่ท้อใจ-ไม่ถอย’ แน่นอน

เดลินิวส์

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
พระสิ้นคิด - ทนายความ วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ อุบลราชธานี เปิดกุฏิ แถลงโต้ ชุดพยัคฆ์ไพร ลั่นปฏิเสธข้อหาบุกรุกป่า ชี้สิ่งปลูกสร้างมีมาก่อนได้รับอนุมัติ เชื่อถูกกลั่นแกล้งหลังโดนโจมตีต่อเนื่อง ด้านหลวงตา ลั่น ไม่ท้อใจ ถอยแน่นอน

กรณีนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) พร้อมด้วย นายปรัตถกร คางคำ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อบ.11 (ห้วยยอดมน-ช่องเม็ก) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ CIB, สวนป่าช่องเม็ก, สวนป่าพิบูลมังสาหาร, เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯ อำเภอสิรินธร และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี นำกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบ พุทธอุทยานที่พักสงฆ์ “วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์” หรือ วัดของ “พระสิ้นคิด” (หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม) ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมน ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า รุกล้ำเข้าไปในป่า เกินจากเนื้อที่ที่กรมป่าไม้ ได้อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

‘พยัคฆ์ไพร-กรมป่าไม้’ บุกตรวจสอบ ‘วัดพระสิ้นคิด’ หลังถูกร้องรุกป่าสงวนแห่งชาติ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ศาลากุฏิหลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือ "พระสิ้นคิด" ประธานพุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี นายอัศวิน เรือนำเงิน ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ได้แถลงชี้แจง โดยอ้างว่ามีการบุกรุกพื้นที่นอกเขตพุทธอุทยานที่ได้รับอนุญาต

นายอัศวิน ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่า เดิมที่ดินของที่พักสงฆ์มีเนื้อที่ดูแลกว่า 1,000 ไร่ ต่อมาทางวัดมีเจตนาจัดตั้งเป็นพุทธอุทยานจึงได้ทำประชาคมรับฟังความเห็นจากชาวบ้าน แต่ในช่วงแรกชาวบ้านคัดค้านเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อการเข้าป่าหาของป่าหากมีการล้อมรั้ว เจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงแนะนำให้ปรับลดพื้นที่ลงเหลือ 592 ไร่

ต่อมาในปี 2552 ได้ยื่นเรื่องต่อจังหวัดฯเพื่อขอตั้งพุทธอุทยานอย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ปรับลดพื้นที่อีกครั้งเพื่อให้เข้าเงื่อนไขไม่เกิน 500 ไร่ โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ปรับแก้พิกัดแผนที่ใหม่ โดยนำพื้นที่ขออนุญาต 500 ไร่ ลบออกจากพื้นที่ตั้งวัดเดิม 15 ไร่ ทำให้เหลือพื้นที่พุทธอุทยานสุทธิ 484 ไร่ 1 งาน 78 ตารางวา ซึ่งได้รับหนังสืออนุญาตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา

"ข้อเท็จจริงคือ กุฏิและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ มีอยู่ก่อนที่จะได้รับอนุมัติเป็นพุทธอุทยานแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ร่วมตรวจสอบในพื้นที่ต่างทราบเรื่องนี้ดี แต่กลับมีการระดมกำลังชุดพยัคฆ์ไพรเข้ามาบุกตรวจสอบ โดยอ้างว่ามีผู้ร้องเรียน ผมมองว่าเรื่องนี้อาจมีวาระซ่อนเร้น เพราะที่ผ่านมาวัดถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวตามความจริง" นายอัศวิน กล่าว

ด้านหลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือ พระสิ้นคิด กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่ได้ยึดติดกับตัวพุทธอุทยาน เพราะที่นี่ไม่ใช่ของอาตมา แต่เป็นของแผ่นดิน ที่ผ่านมาวัดมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่ามาโดยตลอด ทั้งการปลูกป่าเพิ่มเติม และการขอคืนพื้นที่ที่ชาวบ้านเคยบุกรุกโดยการจ่ายเงินชดเชยให้ เพื่อนำที่ดินกลับมาเป็นผืนป่าดังเดิม

"การที่มีคนไปร้องเรียนบ่อยครั้ง คงเป็นเรื่องของคนไม่มีงานทำที่ออกมาหาเรื่อง ทุกปีเราช่วยรักษาป่า ปัจจุบันบ้านเมืองมีปัญหามากพอแล้ว อยากให้ทุกคนหันมาให้กำลังใจกันมากกว่าจะมาจับผิดกัน อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ทำให้หลวงตาท้อใจหรือถอยแน่นอน เรายังคงเดินหน้าทำหน้าที่ของสงฆ์และดูแลป่าไม้ต่อไป" หลวงตาสินทรัพย์ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...