กรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บาท กลุ่มบุคคลนำรถเข้าพื้นที่หวงห้าม "อุทยานฯเขาแหลม"
วันนี้ (2 มิ.ย.2569) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับกลุ่มบุคคลนำยานพาหนะเข้าไปในพื้นที่สถานีนิเถะ เขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เปราะบางและหวงห้ามว่า สั่งการให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและไม่มีข้อยกเว้น
ผมสั่งการให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยให้ปรับเป็นพินัยสูงถึง 10,000 บาท และดำเนินการตามฐานความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และสั่งการเด็ดขาดห้ามกระทำพฤติกรรมในลักษณะนี้อีก หากพบต้องระวางโทษทั้งจำและปรับสูงสุด พร้อมกำชับอุทยานแห่งชาติทุกแห่งให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก
อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า พื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ การนำยานพาหนะเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิดกฎหมายและระเบียบของกรมอุทยานฯ อย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ
เหตุการณ์นี้กรมอุทยานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากที่ตรวจสอบพบความผิดปกติ ประกาศผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของอุทยานฯ ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามารายงานตัว ซึ่งขณะนี้ได้รับทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้แสดงความรับผิดชอบเบื้องต้น และประสานขอเข้าพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในวันนี้ (2 มิ.ย.2569)
"ผมกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อเป็นมาตรฐานในการปกป้องพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ และขอฝากเตือนไปยังประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนว่า ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืน เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที" นายอรรถพล กล่าว
กลุ่มบุคคลเข้าชี้แจง "อุทยานฯเขาแหลม"
ล่าสุด เวลา 10.30 น. บุคคลที่เกี่ยวข้องเดินทางเข้าพบ นายพชร ลำดวล ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสรุปว่า บุคคลดังกล่าวชื่อน.ส.กฤติยา (สงวนนามสกุล) ชาวกรุงเทพมหานคร เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.สังขละบุรี บริเวณสถานีรถไฟนิเถะ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
และชักชวนกลุ่มเพื่อนนำรถยนต์ส่วนบุคคล ขับลงไปในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นหลุมขนาดใหญ่ พร้อมทั้งบันทึกภาพนิ่ง คลิปวิดีโอ และภาพมุมสูงโดยใช้โดรน เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ
น.ส.กฤติยา กล่าวยอมรับว่า กระทำการดังกล่าวด้วยความคึกคะนอง และขาดความตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม พิจารณาแล้วเห็นว่า พื้นที่บริเวณสถานีนิเถะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ดำเนินการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ ข้อปฏิบัติในการท่องเที่ยว และป้ายห้ามเข้าพื้นที่ในบริเวณที่ยังคงสภาพร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างชัดเจนแล้ว
การกระทำดังกล่าวรวมทั้งการบินโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 จึงดำเนินการปรับเป็นพินัย ในอัตรา 10,000 บาท ซึ่ง น.ส.กฤติยาชำระค่าปรับเป็นพินัยเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ว่ากล่าวตักเตือนและกำชับมิให้กระทำการในลักษณะดังกล่าวอีก ในการนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก อุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้ดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้
1. ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์และป้ายประกาศ เพื่อสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
2. ดำเนินการปรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
3. กำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล และควบคุมกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างเคร่งครัด
อ่านข่าว
พบ นทท.ขับรถลงหลุมระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างความเสียหายแหล่งท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ชี้แจง 2 ประเด็น กรณีภาพนักท่องเที่ยว-ช้างป่า
ปิดเส้นทางฯ น้ำตกกรุงชิงชั่วคราว หลังช้างป่าทำร้าย 2 นักท่องเที่ยวเจ็บ