โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อินเดียสู้ชีวิต! แรงงานปรับตารางงานใหม่ รับมือความร้อนทะลุ 48 องศาฯ

Thai PBS

อัพเดต 41 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (2 มิ.ย.2569) BBC รายงานว่า อ.บันดา ในรัฐอุตตรประเทศ ได้กลายเป็นพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดในประเทศอินเดียอย่างเป็นทางการ หลังจากต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่อุณหภูมิพุ่งทะยานสูงถึง 47-48 องศาเซลเซียส หรือ 116-118 องศาฟาเรนไฮต์ ติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความยากลำบากให้แก่ประชากรในพื้นที่ที่มีมากกว่า 2,000,000 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม งานก่อสร้าง และแรงงานกลางแจ้ง จนทำให้วิถีชีวิตประจำวันต้องถูกปรับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาชี้ว่า ความผิดปกติของปีนี้ไม่ใช่เพียงแค่ระดับความร้อนที่สูงลิ่ว แต่คือความต่อเนื่องยาวนานของสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิในช่วงกลางคืนยังคงค้างอยู่ที่ประมาณ 30 องศาเซลเซียส จนทำให้เกิดสภาวะที่ชาวบ้านเปรียบเทียบว่า "ช่วงเวลารุ่งเช้าและค่ำคืนไม่มีอยู่จริงอีกต่อไป" เนื่องจากร่างกายของมนุษย์ไม่มีโอกาสได้พักผ่อนหรือฟื้นฟูจากความเย็นเลยตลอดทั้งวัน

จากการสำรวจบรรยากาศในพื้นที่พบว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกอย่างถูกบีบอัดให้เสร็จสิ้นก่อนที่ดวงอาทิตย์จะแผดเผาอย่างรุนแรง ตลาดค้าส่งผักในเมืองอะทาร์รา (Atarra) ที่ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางอำเภอราว 30 กิโลเมตร ต้องเปิดทำการตั้งแต่รุ่งสางและปิดตัวลงภายในเวลา 08.00 น. จากเดิมที่เคยเปิดขายจนถึงสาย เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าจำเป็นต้องรีบระบายสินค้าประเภทมะเขือเทศ มะนาว และแตงโม ไม่ให้เน่าเสียจากความร้อนจัด

เช่นเดียวกับกลุ่มแรงงานก่อสร้างและช่างฝีมือที่ต้องปรับเปลี่ยนเวลาทำงาน โดยแบ่งเป็นช่วงเช้าตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 12.00 น. และหยุดพักยาว 4 ชั่วโมงก่อนจะกลับมาทำงานอีกครั้งในช่วงเย็นจนถึงเวลา 19.00 น.

การปรับตารางเวลาเช่นนี้แม้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นลมแดด แต่ส่งผลให้วันทำงานของพวกเขาถูกลากยาวออกไปถึงวันละ 12-13 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ค่าแรงเท่าเดิม

อินเดียสู้ชีวิต! แรงงานปรับตารางงานใหม่ รับมือความร้อนทะลุ 48 องศาฯ

ขณะที่กลุ่มแรงงานหญิงที่ทำหน้าที่ซ่อมแซมถนนบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเคน ต้องอาศัยหลบภัยแดดและรับประทานอาหารกลางวันใต้ท้องรถบรรทุกน้ำ โดยอาหารหลักมีเพียงขนมปัง หัวหอม และน้ำพริก เนื่องจากอาหารประเภทผักสดจะบูดเสียทันทีเมื่อเจอสภาพอากาศในระดับ 46 องศาเซลเซียสช่วงบ่าย

ทางด้านระบบสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลท้องถิ่นหลายแห่ง โดยเฉพาะโรงพยาบาลแม่และเด็กประจำอำเภอ ต้องรองรับผู้ป่วยจากคลื่นความร้อนเฉลี่ยวันละ 15-20 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้สูงอายุที่มีอาการไข้สูง อาเจียน และท้องร่วงอย่างรุนแรง

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยสภาพภูมิอากาศเตือนว่า บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคาซึ่งครอบคลุมรัฐอุตตรประเทศ กำลังกลายเป็นจุดเสี่ยงภัยระดับโลกเนื่องจากเผชิญกับสภาวะความร้อนร่วมกับความชื้น (Humid Heat) ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบกลไกการระบายความร้อนของร่างกายมนุษย์ ปัจจัยดังกล่าวยังถูกซ้ำเติมด้วยการทำลายสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น

ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งบันดา พบว่าพื้นที่ป่าไม้หนาทึบของอำเภอได้สูญหายไปถึง 1 ใน 6 ในช่วงระหว่างปี 2534 - 2565 จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เหมืองทราย และเกษตรกรรมเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้แม่น้ำเคนสูญเสียขีดความสามารถในการสร้างความชุ่มชื้นและลดอุณหภูมิแก่พื้นที่โดยรอบ จนเกิดเป็นวงจรเลวร้ายที่ความแห้งแล้งและความร้อนจัดส่งเสริมซึ่งกันและกัน

ในพื้นที่ชนบทอันห่างไกล เช่น หมู่บ้านอัจชารอนด์ (Achharaund) ชาวบ้านต้องเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคอย่างหนัก โดยมีบ่อน้ำเพียงแห่งเดียวที่ยังคงมีน้ำให้ใช้สัปดาห์ละไม่กี่ครั้ง หญิงสาวในหมู่บ้านต้องใช้เวลา วันละ 4-5 ชั่วโมง ในการเข้าคิวตักน้ำท่ามกลางแสงแดดระอุ และเนื่องจากประชากรในพื้นที่ยากจนไม่มีรายได้เพียงพอจะซื้อเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมไอเย็น พวกเขาจึงต้องอาศัยร่มเงาจากต้นสะเดาในการประทังชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น สัตว์เลี้ยงในฟาร์ม เช่น กระบือ ต้องถูกต้อนลงไปแช่ในสระน้ำตลอดทั้งวันเพื่อป้องกันการล้มตาย

อินเดียสู้ชีวิต! แรงงานปรับตารางงานใหม่ รับมือความร้อนทะลุ 48 องศาฯ

แม้ว่าในช่วงปลายสัปดาห์จะมีกระแสความกดอากาศต่ำจากตะวันตกที่พัดพาพายุฝุ่นและฝนมาช่วยลดอุณหภูมิลงราว 8-9 องศาเซลเซียส จนทำให้ชาวเมืองได้หายใจได้คล่องขึ้นชั่วคราว แต่นักวิเคราะห์ระบุว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการบรรเทาภัยระยะสั้น และในอนาคตอันใกล้ มาตรการหลบแดดและวิถีชีวิตที่ต้องซ่อนตัวจากสภาพภูมิอากาศจะกลายเป็นความจำเป็นถาวรของประชากรในแถบนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลการศึกษาจากสถาบันการศึกษาในสหรัฐฯ ระบุว่า หากเกิดคลื่นความร้อนรุนแรงต่อเนื่องเพียง 5 วัน รัฐอุตตรประเทศอาจมีผู้เสียชีวิตส่วนเกินสูงถึงกว่า 8,000 คน โดยกลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือแรงงานยากจนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบทำความเย็นได้นั่นเอง

อ่านข่าวอื่น :

เปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 4-21 มิ.ย.69 เช็กเงื่อนไข-คุณสมบัติ

กกต.เปิดค่าใช้จ่ายหาเสียงผู้สมัครรับเลือกตั้ง "ผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก.-นายกเมืองพัทยา"

กรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บาท กลุ่มบุคคลนำรถเข้าพื้นที่หวงห้าม "อุทยานฯเขาแหลม"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

นายกฯ ลงนามตั้ง ศบค.ชด.มอบ ผบ.ทสส.เป็น ผอ.ศูนย์ฯ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อิหร่าน" โจมตีเรือสินค้าใกล้ท่าเรืออิรัก ตอบโต้สหรัฐฯ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในญี่ปุ่นเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำทางการทูตกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ขณะที่ประธานาธิบดีกำลังฟังเธอพูด, เธอก็เริ่มเต้นรำอย่างกระทันหันราวกับกำลังยกแก้วแชมเปญขึ้นเหนือศีรษะ

THE STATES TIMES

จีนซัดรัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ “เห็นแก่ตัว” หลังชี้ปักกิ่งเป็นภัยคุกคาม

เดลินิวส์

อังกฤษเผยเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 87% ภายในอีก 16 ปี

เดลินิวส์

มอสโก ‘ซบหยวน’ หนักขึ้น ออกพันธบัตร 1 หมื่นล้านหยวน

กรุงเทพธุรกิจ

แปลกแต่จริง! บาร์พระในญี่ปุ่น เสิร์ฟค็อกเทลธีมสวรรค์-นรก กิจกรรมพุทธร่วมสมัย

Khaosod

กัมพูชานำทีมอาเซียนลงพื้นที่ "ช่องอานม้า" จี้ไทยเคลียร์พื้นที่พิพาท

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...