โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

China Plus One รับมือ Trade war

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 23.53 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 23.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

กว่าทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศจีน มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิต จากเดิมเน้นการใช้แรงงานเป็นหลัก เพื่อก้าวสู่การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่มูลค่าสูงขึ้น รวมถึงอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า โดรน หุ่นยนต์ เครื่องบิน อันเป็นที่ประจักษ์ในปัจจุบัน

โดยจีนพยายามรักษาสถานะ “โรงงานของโลก” และสร้างสมดุลห่วงโซ่การผลิต ด้วยการกระจายฐานการผลิตออกสู่ประเทศต่าง ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงว่าด้วยเรื่องสงครามทางการค้า (Trade war)โดยเฉพาะประเทศกลุ่มอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ที่มีความน่าสนใจการลงทุนสูง

จนเป็นที่มาของนโยบาย China Plus Oneหรือที่เรียกว่ากลยุทธ์ China+1 นั่นเอง

ข้อมูล ณ สิ้นปี 2562 บริษัทจีน มีการขยายธุรกิจเกือบ 130 ประเทศทั่วโลก โดยงานวิจัยของ Pew Research Center และ The Brunswick Group ระบุว่า ตลาดเกิดใหม่กำลังน่าสนใจ ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก โดยเฉพาะนักลงทุนชาวจีน ให้เข้ามาลงทุนในภูมิภาค และนอกเหนือจากการเข้าลงทุนกลุ่ม “ประเทศตลาดเกิดใหม่” บรรดา “ประเทศพัฒนาแล้ว” พยายามสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการลงทุนเพื่อดึงดูดนักธุรกิจชาวจีนให้เข้าไปลงทุนธุรกิจการเงินและการท่องเที่ยวเช่นกัน

รายงานจาก the Asean+3 Macroeconomic Research Office มีการประเมินว่าภายในปี 2573 เศรษฐกิจอาเซียนจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของตลาดโลก ด้วยเงินลงทุนของจีนในภูมิภาคนี้กว่า 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2578

โดยเฉพาะ “สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ” ภาคอุตสาหกรรมจีน มีการย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียนมากกว่าการเข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ โดยตรง ที่มีอุปสรรคทางการค้าหลายประการ จากข้อพิพาททางการค้าที่เกิดขึ้น

ข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) เป็นนโยบายการค้าที่สร้างแรงดึงดูดให้นักธุรกิจจีนและนักธุรกิจทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนทางตรง (FDI) ในไทยและอาเซียน โดยเฉพาะทุนนิยมตะวันตกที่ย้ายฐานการลงทุนออกจากฮ่องกง จากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างจีนกับฮ่องกง

นับว่าปัญหาการเมืองของจีน และสงครามการค้า กลายเป็นปัจจัยหลักสนับสนุนการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น ตลอดจนการสร้างงานให้เพิ่มขึ้นอีกหลายล้านตำแหน่งในอนาคต

ผลพวงจากนโยบาย China Plus One สร้างโอกาสให้ประเทศหลายทางด้วยกัน..

1)การพัฒนาทักษะแรงงานและโอกาสการได้รับการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ผ่านการขยายฐานการผลิตเข้ามายังประเทศไทย (Knowledge Transfer) นั่นทำให้แรงงานไทยเป็นแรงงานที่มีคุณภาพมีประสิทธิภาพ มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น

2)การเพิ่มขึ้นของปริมาณการจ้างงานในประเทศไทย เนื่องจากการจัดตั้งบริษัทหรือโรงงานอุตสาหกรรม ต้องการบุคลากรและแรงงานท้องถิ่นจำนวนมาก

3)การเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) จากการพัฒนาเศรษฐกิจและภาคการส่งออก อันเกิดจากการลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้ประชากรมีรายได้มากขึ้น เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ

4)การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคในพื้นที่ที่มีการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถรองรับการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5)การสร้างโอกาสให้บริษัทสัญชาติไทยที่มีศักยภาพขยายการค้าการลงทุนสู่ประเทศใหม่ ๆ โดยการเรียนรู้ประสบการณ์ และความชำนาญของบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในจีนและขยายการลงทุนมายังประเทศไทย

การกลับมาของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนโยบายกีดกันการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นอย่างเข้มข้นอาจทำให้ไทยมีโอกาสรับประโยชน์จากสหรัฐฯ หันมานำเข้าสินค้าจากกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น

ในทางกลับกันมีความเสี่ยงที่จีนจะใช้กลุ่มประเทศอาเซียน อันเป็นช่องทางผ่านสินค้าส่งไปสหรัฐฯ เพื่อเลี่ยงมาตรการกีดกันทางการค้า รวมถึงความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะใช้มาตรการตอบโต้กลับกับประเทศที่เป็นทางผ่านให้กับสินค้าจีนสู่สหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...