โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยปั๊ม ปตท.ปาเสมัสเสียหายกว่า 40 ล้าน ยังทำต่อช่วย 25 ชีวิตไม่ให้ตกงาน

แนวหน้า

เผยแพร่ 18 ส.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

ผู้ประกอบการ ปั๊ม ปตท.ปาเสมัส สุไหงโก-ลก เผยมูลค่าความเสียหายจากเหตุระเบิดและเพลิงไหม้จากสถานการณ์ความไม่สงบมากกว่า 40 ล้านบาท และรู้สึกเสียใจมากที่ผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้

19 ส.ค.65นายชาญณรงค์ อภิบาลธนกิจ ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน ปตท.ปาเสมัส กล่าวว่า จุดประสงค์ของการสร้างปั๊มน้ำมัน ที่ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส คือ ตั้งใจที่จะพัฒนาความเจริญในพื้นที่ตำบลปาเสมัสที่เป็นเขตรอยต่อเชื่อมกับเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เพื่อให้เป็นจุดศูนย์กลางการนัดพบปะ ของผู้คนในพื้นที่ และต้องการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับลูกหลานในพื้นที่ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสที่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ให้พวกเขาได้มีรายได้และเป็นเสาหลักให้ครอบครัว ซึ่งความคิดนี้อาจสวนทางกับผู้ประกอบการหลายท่านที่มองว่า การลงทุนในพื้นที่มีความเสี่ยง น่าจะไปลงทุนที่อื่นมากกว่า แต่สำหรับตนเองเจตนารมณ์ของครอบครัวเราชัดเจนที่อยากพัฒนาความเจริญให้พื้นที่ไปพร้อมกับการช่วยเหลือส่งเสริมประชาชนในพื้นที่ให้มีงานทำ และช่วยเหลือสังคมตามกำลังของเรา (อ่านข่าวที่นี่ : อาฟเตอร์ช็อก‘ไฟใต้’!คนนับร้อยตกงาน ชาวบ้าน‘ฝาก’ข้อความถึงแก๊งวายร้าย)

นายชาญณรงค์ กล่าวว่า เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดระเบิดที่หัวจ่ายปั๊มน้ำมัน ปตท.ปาเสมัส พร้อมเปลวเพลิงที่ลุกไหม้อย่างหนักในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งร้านสะดวกซื้อ 7/11 ที่อยู่ในบริเวณเดียวกันที่เกิดเพลิงไหม้ทำลายข้าวของภายในจนวอดทั้งหลัง เมื่อวันที่ 17 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ความเสียหายครั้งนี้เฉพาะที่หัวจ่ายปั๊มน้ำมัน และโครงสร้างร้านค้ารวมทั้งสินค้าและทรัพย์สินภายในร้าน มูลค่าความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งบริษัทประกัน ไม่ได้คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบ จึงต้องรอความหวังจากการเยียวยาของภาครัฐเป็นหลัก โดยอยากขอให้เร่งรัดดำเนินการและช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้น กระทั่งพบผู้เสียชีวิต1 ราย คือนายมะษาริช มามะ ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ จากหมู่3 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก ลูกค้าที่ไม่ทันได้ซื้อของ แต่ต้องจบชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เป็นความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ จึงรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก

"เพิ่งได้ประชุมกันภายในครอบครัวว่าจะเดินหน้าต่อกันอย่างไร เพราะหากต้องรอจนกว่าจะได้เงินเยียวยาจากภาครัฐ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะได้รับเมื่อไหร่ พนักงานจำนวน 25 ชีวิต 90 เปอร์เซ็นเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม และส่วนใหญ่ทางบ้านมีฐานะยากจน ก็จะตกงาน ขาดรายได้ ต้องได้รับความเดือดร้อนไปด้วย ดังนั้นจึงมีความเห็นร่วมกันที่จะใช้เงินทุนของตนเองในการซ่อมแซมความเสียหาย และเร่งฟื้นฟูให้ปั๊มสามารถกลับมาเปิดได้ตามปกติ ส่วนพนักงานทั้งหมดก็ยังต้องดูแลเขาต่อไป เพราะพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเราด้วย"นายชาญณรงค์ กล่าวย้ำ

และว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอขอบคุณนายอนิรุทร บัวอ่อน นายอำเภอสุไหงโก-ลก นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก นายปฏิวัติ เด่นอร่ามคาน นายกเทศมนตรีตำบลปาเสมัส พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลกที่สนับสนุนรถดับเพลิงและการสนับสนุนกำลังพลเข้ามาระงับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น และขอขอบคุณประชาชน และเยาวชนในพื้นที่ตำบลปาเสมัส ที่ยอมเสี่ยงอันตรายเข้าไปช่วยดับเพลิงให้จนสามารถลดความเสียหายบริเวณหัวจ่ายได้อย่างรวดเร็ว ขอบคุณผู้ที่ไลฟ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ได้เห็นความรุนแรงของสถานการณ์ความไม่สงบและความเสียหายทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นไม่อาจย้อนเวลากลับไปได้ แต่เรายังพร้อมที่จะลุกขึ้นอีกครั้ง แต่อยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ คุ้มครอง ดูแลผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก

ขอบคุณข้อมูลเพจ สวท.สุไหงโก-ลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...