เปลี่ยนบรรยากาศกับ 3 ที่เที่ยวโอซาก้าที่ต้องลอง!
ไปโอซาก้าเมื่อไร ที่เที่ยวแรก ๆ ที่นึกถึงก็ต้องเป็นแหล่งช็อปปิ้งกินเที่ยวชื่อดังอย่างย่านโดทงโบริ ชินเซไก หรือชินไซบาชิ ที่ไม่ว่าจะไปซ้ำแค่ไหนก็ไม่เคยเบื่อ แต่ถ้าหากใครอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศไปที่อื่นดูบ้าง วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับอีก 3 ที่เที่ยวในโอซาก้า ที่รับรองว่าไปแล้วเป็นต้องติดใจ กลับไปซ้ำอีก (หลายๆ) รอบแน่นอน
1. อเมริกามูระ แหล่งรวมตัวสุดฮิตของวัยรุ่นโอซาก้า
อเมริกามูระ (America-mura) หรือหมู่บ้านอเมริกา (มูระ หมายถึง หมู่บ้าน) คือย่านวัยรุ่นสุดฮิต เป็นแหล่งรวมตัวกันของวัยรุ่นโอซาก้า อยู่ไม่ไกลมากนักจากสถานี Shinsaibashi สิ่งที่สะดุดตาสุดๆ บนถนนสายหลักของอเมริกามูระ คือจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า “PEACE ON EARTH” วาดโดยจิตรกรชื่อดังชาวญี่ปุ่น ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของที่นี่เลยก็ว่าได้
และอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่เด็ดไม่แพ้กันคือ ห้าง “BIG STEP” แหล่งช้อปปิ้งที่รวมทุกอย่างเอาไว้ที่เดียว ทั้งไลฟ์เฮาส์ โรงหนัง ร้านอาหาร คาเฟ่ สปอร์ตคลับ และร้านสุดชิคต่างๆ อีกเพียบ
เดินไปอีกนิดทางด้านทิศตะวันตกของถนนสายหลัก จะเจอลานสามเหลี่ยมซึ่งเป็นจุดนัดพบที่เรียกกันว่า Sankaku Koen โดยรอบๆ ลานนี้ ก็จะเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมาย ที่นี่เป็นศูนย์รวมแฟชั่น อาหาร ความสวยความงาม นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดดนตรีและคัลเจอร์ชิคๆ ของเหล่าวัยรุ่นโอซาก้าอีกด้วย
เหตุที่ได้ชื่อว่าอเมริกามูระ เนื่องจากสมัยก่อนที่นี่เคยเป็นเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าจากอเมริกา ทำให้เกิดการรวมตัวของร้านรวงต่างๆ ทั้งร้านเสื้อผ้ามือสอง ร้านขายแผ่นเสียง รวมถึงร้านขายสินค้าจิปาถะต่างๆ มากมาย จากแหล่งนำเข้าสินค้าในวันนั้น อเมริกามูระก็ได้กลายมาเป็นมาเป็นแหล่งเที่ยวยอดฮิตของวัยรุ่นโอซาก้าอย่างในทุกวันนี้
แม้จะเป็นแหล่งรวมตัวกันของเหล่าวัยรุ่น แต่ก็ไม่ได้จำกัดอายุไว้ที่วัยรุ่นเท่านั้น ไม่ว่าวัยรุ่นหรือวัยไหนๆ ก็มาสนุกกับที่นี่ได้ เพราะที่นี่มีบาร์ ร้านดื่มกิน คาเฟ่ชิลๆ และร้านเสื้อผ้ามือสองเก๋ๆ ให้เลือกช็อปกันมากมาย จะเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้ เลือกซื้อของไปด้วย สนุกกับการเดินกินแพนเค้กเสียบไม้ ซึ่งเป็นขนมขึ้นชื่อที่นี่ไปด้วยก็ถือว่าเพลินกันไปอีกแบบ
วิธีการไปก็ไม่ยาก เพราะอยู่ห่างจากย่านชินไซบาชิเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ใครไปเที่ยวโอซาก้า อย่าลืมแวะไปเที่ยวที่นี่ดูสักครั้ง รับรองว่าไม่มีผิดหวังแน่นอน
American Village
ที่อยู่ 1-2 chome, Nishisinsaibashi, Chuo, Osaka, 542-0086, Japan การเดินทาง นั่งรถไฟ Osaka Metro สาย Midousuji หรือสาย Nagahori Tsurumi Ryokuchi ไปลงที่สถานี Shinsaibashi ออกทางออกที่ 7 เดินประมาณ 4 นาที เว็บไซต์ americamura.jp
2. ตลาดคุโระมง สวรรค์ของนักเดินกิน
ตลาดคุโระมง (Kuromon Market) เป็นตลาดประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานตั้งแต่สมัยเอโดะ มีร้านรวงต่างๆ มากมาย เรียงรายกว่า 170 ร้านตลอดแนวความยาวกว่า 580 เมตร
ตลาดคุโระมงถือว่าเป็นครัวแห่งโอซาก้าและเป็นที่รักของชาวเมืองมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันไม่เพียงแต่เป็นตลาดของคนในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ตลาดคุโระมงได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่ากันว่าในหนึ่งวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่นี่กว่า 30,000 คนเลยทีเดียว
เสน่ห์ของที่นี่ หนีไม่พ้นความสดอร่อยของอาหารทะเล แถมยังมีให้เลือกมากมายหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าปลามากุโระสุดฟิน หรือเมนูสุดฮิตอย่างข้าวหน้าปลาดิบที่อัดปลาดิบมาเน้นๆ เต็มชาม สำหรับใครที่อยากทานที่ร้าน ก็สามารถเลือกของสดให้ทางร้านแล่กันสดๆ ตรงนั้นได้เลย มีให้เลือกกันไม่หวาดไม่ไหว ทั้งหอยเม่นสดๆ หอยโฮตาเตะ (หอยเชลล์) ย่างเนยเตาถ่าน หรือจะเลือกของสดที่ชอบแล้วให้ทางร้านทำเป็นข้าวหน้าปลาดิบแบบออริจินอลให้เลยก็ยังได้
ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ของสด แต่ยังมีคุชิคัทสึ (ของทอดเสียบไม้) อาหารต้นตำรับของโอซาก้าให้เลือกอร่อยกันอีกหลายเมนู ทั้งคุชิคัทสึปลาไหล คุชิคัทสึตับ คุชิคัทสึหมึกยักษ์หั่นพอดีคำ หรือจะเป็นคุชิคัทสึเนื้อคุโระเกะวากิวก็ยังมี นอกจากของคาวแล้ว อย่าลืมตบท้ายด้วยผลไม้และขนมหวานอร่อยๆ กันด้วยนะ
จะซื้อกลับไปทานที่บ้าน หรือจะนั่งทานชิลๆ ที่นี่ก็มีพื้นที่ให้นั่งได้ หรือใครอยากจะเลือกซื้อไปเรื่อยๆ เดินทานไปเรื่อยๆ ผ่านร้านรวงต่างๆ มากมายกว่า 170 ร้าน ก็ถือว่าเพลินไปอีกแบบ เรียกได้ว่าที่นี่เป็นสวรรค์แห่งนักเดินกินเลยก็ว่าได้
ตลาดคุโระมง
ที่อยู่ 2-4-1 Shinsaibashi, Chuo, Osaka, 542-0073, Japan โทรศัพท์ 06-6631-0007 การเดินทาง นั่งรถไฟ Osaka Metro สาย Sakaisuji ไปลงที่สถานี Nihonbashi ออกทางออกที่ 10 เว็บไซต์ kuromon.com
3. สวนอนุสรณ์ Expo’70 ย้อนเวลาสู่ประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ ห้อมล้อมด้วยดอกไม้และธรรมชาติอันงดงาม
สวนอนุสรณ์ Expo’70 (Expo ’70 Commemorative Park) เป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงงาน Japan World Expo สุดยิ่งใหญ่ที่เคยจัดขึ้นที่โอซาก้าเมื่อปี 1970
ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 260 เฮกตาร์ ใหญ่กว่าโตเกียวโดมถึง 55 เท่า ที่นี่จึงเป็นศูนย์รวมอีเวนต์ต่างๆ มากมาย ทั้งกีฬา คอนเสิร์ต รวมถึงเทศกาลชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าความงามซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่ขึ้นชื่อสุดๆ จนทำให้ชาวโอซาก้าและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาพักผ่อนและชื่นชมความงามธรรมชาติของที่นี่กันเป็นจำนวนมาก การันตีด้วยการได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระของประเทศญี่ปุ่น
แต่ที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่ซากุระในฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น ยังมีดอกกุหลาบและดอกบัวในฤดูร้อน คอสมอสในฤดูใบไม้ร่วง และขนมหวานสุดอร่อยในฤดูหนาว เรียกได้ว่าไปเที่ยวที่นี่กันได้ตลอดทั้งปี ครบหมดทั้ง 4 ฤดูกันเลยทีเดียว ส่วนใครที่อยากชมสวนสวยๆ ที่นี่ก็มีสวนสวย 4 ยุค ทั้งสวนยุคโบราณ สวนยุคกลาง สวนยุคใหม่ และสวนยุคปัจจุบันให้เข้าชมกันได้เพลินๆ อีกด้วย
นอกจากธรรมชาติและสวนสวยแล้ว ขอแนะนำให้เข้าชม EXPO ’70 Pavilion ที่จัดแสดงวิดีโอและภาพถ่ายของงาน Osaka Expo เมื่อครั้งปี 1970 (ค่าเช้าชมผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยมปลายขึ้นไป 210 เยน) และที่ห้ามพลาดเด็ดขาดก็คือ “หอคอยพระอาทิตย์” (Tower of the Sun) สัญลักษณ์ของงานในครั้งนั้น ซึ่งหอคอยพระอาทิตย์นี้เคยปรากฎอยู่ในมังงะชื่อดังอย่าง “20th Century Boys” ใครที่เป็นแฟนของมังงะเรื่องนี้ บอกเลยว่าถ้าได้มาเห็นด้วยตาของตัวเอง รับรองว่าต้องปลื้มปริ่มประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน แต่หากอยากเข้าชมภายในหอคอย จำเป็นต้องจองตั๋วเข้าชมก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน (ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 720 เยน, นักเรียนประถมและมัธยมต้น 310 เยน)
นอกจากหอคอย ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านญี่ปุ่นโอซาก้าให้ได้เยี่ยมชมกันด้วย หากชื่นชอบก็สามารถซื้อเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเขินที่ร้านค้าของพิพิธภัณฑ์กลับบ้านไปเป็นที่ระลึกได้ (ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 710 เยน, นักศึกษามหาวิทยาลัยและนักเรียนมัธยมปลาย 450 เยน, นักเรียนประถมและมัธยมต้น 100 เยน)
หลังดื่มด่ำกับบรรยากาศภายในสวนจนอิ่มเอมแล้ว ถัดไปข้างๆ ยังมี “พิพิธภัณฑ์สิ่งมีชีวิต NIFREL” และห้างสรรพสินค้า EXPOCITY ให้ได้เดินเที่ยวและช็อปปิ้งก่อนกลับบ้านกันอีกด้วย
สวนอนุสรณ์ Expo’70
ที่อยู่ Senri Banpaku Koen, Suita, Osaka, 565-0826, Japan โทรศัพท์ 0120-1970-89 เวลาทำการ 9:30-17:00(เข้าสวนได้จนถึง 16:30) การเดินทาง นั่งรถไฟ Osaka Monorail ลงที่สถานี Bampaku Kinen Koen เดินประมาณ 5 นาที ค่าเข้าชม สวนธรรมชาติและวัฒนธรรม และสวนญี่ปุ่น ผู้ใหญ่ 260 เยน, เด็ก (ประถมถึงมัธยมต้น) 80 เยน วันหยุด หยุดทุกวันพุธ (กรณีวันพุธเป็นวันหยุดนักขัติฤกษ์ จะเลื่อนเป็นหยุดในวันถัดไปแทน), (เดือนเมษายนจนถึงช่วง Golden Week และ ช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน เปิดให้เข้าชมปกติ) เว็บไซต์ expo70-park.jp
สรุปเนื้อหาจาก tour.ne.jp
ผู้เขียน: ontinome