ปวดเข่า ปวดหลังจากการขับรถ ลองทำตาม 5 ทริค ท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง
*ปวดเข่า ปวดหลังจากการขับรถ ลองทำตาม 5 ทริค ท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง *
พี่ ๆ ไลน์แมนแท็กซี่ ที่มีอาการปวดเข่า ปวดหลัง อยู่บ่อย ๆ อาจจะเป็นเพราะท่านั่งในการขับรถยังไม่ถูกต้องเหมาะสมก็ได้นะคะ เช่น นั่งงอตัว งอหลัง ปรับเหมาะไม่พอดี หรือนั่งในอิริยาบถเดิม นาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องรับน้ำหนักกว่าเดิม และอยู่ในภาวะไม่สมดุล จึงทำให้รู้สึกปวดหลังปวดเข่าตามมา อย่าคิดว่าเป็นเดี๋ยวก็หาย!! เพราะถ้ายิ่งปล่อยสะสมความเจ็บปวดไปเรื่อย ๆ อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาจนสายเกินแก้ ลองทำตามคำแนะนำจากเกร็ดความรู้ต่อไปนี้กันค่ะ
*1. ปรับเบาะรถ/ ศีรษะ เพดาน ห่างความกว้าง 1 ฝ่ามือ/ป้องกันการปวดหลัง *
- ปรับระดับความสูงของเบาะให้เหลือระยะห่างระหว่างศีรษะ กับเพดานรถเท่ากับความกว้าง 1 ฝ่ามือ พร้อมยกปลายเบาะให้เงยขึ้นเล็กน้อย
- ปรับระยะของเบาะให้เหมาะกับสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ โดยนั่งให้กระดูกสันหลังส่วนเอวชิดกับเบาะพอดี เท้าสามารถเหยียบแป้นเบรกได้จนสุด และเข่างอได้เล็กน้อยในขณะที่เหยียบเบรก นอกจากจะช่วยป้องกันอาการปวดหลังแล้ว ยังทำให้การมองเห็นถนนหนทางชัดเจน ดีด้วยครับ
*2. ปรับพนักพิง/แผ่นหลังติดพนักพิงเสมอ/ป้องกันการปวดเข่า *
- ขณะนั่งขับรถแผ่นหลังของคนขับควรติดพนักพิงเสมอ ซึ่งต้องปรับพนักพิงให้เอียงประมาณ 20-30 องศา
- จากนั้นทดลองวางมือลงบนพวงมาลัยรถ ถ้าพนักพิงปรับในระดับที่เหมาะสม ข้อมือของพี่ ๆ ไลน์แมนแท็กซี่จะสามารถแตะกับพวงมาลัยได้พอดี
- แต่ถ้าวางมือลงบนตำแหน่งพวงมาลัยแล้วเลยตำแหน่งของข้อมือเข้ามา แสดงว่าปรับความเอียงของพนักพิงน้อยเกินไป ข้อเสียคือจะทำให้ต้องนั่งชิดกับพวงมาลัยเกินไป ทำให้ต้องงอเข่ามากขึ้นในขณะเหยียบเบรก เป็นผลทำให้เกิดอาการปวดเข่าได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ ต้องปรับเบาะให้เอียงมากกว่าเดิม
- อีกกรณีถ้าวางมือบนพวงมาลัยแล้วมืออยู่เลยไปถึงกลางฝ่ามือหรือโคนนิ้ว แสดงว่าปรับพนักพิงมากเกินไป ข้อเสียคือตอนเหยียบเบรกต้องออกแรงมากขึ้น ทำให้เข่าต้องรับแรงกดมากขึ้นตามไปด้วยเป็นสาเหตุของการปวดเข่าเช่นกัน
*3. ปรับหมอนรองศีรษะ / รองรับการกระแทกกระดูกคอ *
- การปรับหมอนรองศีรษะควรปรับให้อยู่กลางตำแหน่งศีรษะพอดี ส่วนบนสุดของหมอนรองศีรษะควรอยู่ระดับเปลือกตาของผู้ขับขี่ และใกล้กับศีรษะประมาณ 2-3เซนติเมตร ถ้าห่างมากกว่านี้จะทำให้กระดูกคอเสี่ยงต่อการกระแทก
- ทั้งนี้หมอนรองศีรษะมีหน้าที่รองรับการกระแทกบริเวณศีรษะขณะเกิดอุบัติเหตุ การมีหมอนรองศีรษะไม่มีไว้ให้เพื่อนั่งพิง แต่มีไว้เพื่อไม่ให้ศีรษะสะบัดไปทางด้านหลังอย่างรุนแรง รองรับการกระแทกตรงกระดูกคอไม่ให้เป็นอันตราย
*4. ปรับระดับพวงมาลัย/ ตำแหน่งเลข 3 และเลข 9 นาฬิกา/ลดความเมื่อยล้า *
- ปรับระดับความสูงของพวงมาลัยให้ขนานกับหลัง อย่าสูงหรือต่ำไป เพราะจะส่งผลให้รู้สึกเมื่อยล้าเมื่อต้องขับรถระยะไกล
- ขณะจับพวงมาลัยข้อศอกควรงอทำมุมประมาณ 120 องศา และจากจุดศูนย์กลางของพวงมาลัยถึงบริเวณหน้าอกของผู้ขับขี่ควรมีระยะห่างประมาณ 10 นิ้ว หรือ 30 เซนติเมตร ไม่ควรห่างเกิน 17.7 นิ้ว หรือ 45 เซนติเมตร หรือถ้าให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ข้อมือต้องวางบนพวงมาลัยได้พอดีครับ
- การจับพวงมาลัยสองมือ ควรอยู่ในตำแหน่งเลข 3 และเลข 9 ของนาฬิกา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสม
*5. ปรับที่วางแขน/สายเข็มขัดนิรภัยอย่าพาดท้อง *
- ปรับที่วางแขนให้สามารถวางข้อศอกได้พอดี อย่าให้สูงไปเพราะจะทำให้ต้องยกไหล่ขึ้นตลอดเวลา เป็นผลเสียทำให้ปวดกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ และคอตามมาได้ และอาจเสี่ยงเป็นกล้ามเนื้อคออักเสบได้
- ก่อนขับรถควรปรับระดับสายเข็มขัดนิรภัย พาดจากบริเวณไหปลาร้าเฉียงลงมาที่บริเวณสะโพก ให้ส่วนต่ำสุดของสายพาดอยู่แถวกระดูกเชิงกราน อย่าพาดที่บริเวณหน้าท้อง คอ หรือไปทางหัวไหล่มากเกิน เพราะเมื่อเกิดการกระแทกจากอุบัติเหตุสายเข็มขัดนิรภัยจะดึงรั้งบริเวณคอ ทำให้เกิดอันตรายได้
*เรียบเรียงข้อมูลจาก: *
- www.วารสารความปลอดภัยและสุขภาพ.com (การยศาสตร์…ศาสตร์ที่ต้องรู้)
- auto.sanook.com/1894/
ติดตามบทความไลฟ์สไตล์น่ารู้ได้ทาง LINE TODAY – LINE MAN TAXI ไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์ @LINEMANTAXIDRIVER และทางเฟสบุ๊ค @LINEMANTAXIDRIVER ช่องทางดีแบบนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด!!