โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ส” ผนึก “Crypto.com” รับคริปโตจ่ายตั๋วเครื่องบิน รุก NFTs-เมตาเวิร์ส

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 05.04 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (11 ก.ค.68)สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ส ได้ประกาศความร่วมมือกับแพลตฟอร์มคริปโตระดับโลกCrypto.com เพื่อร่วมกันสำรวจและพัฒนาโซลูชันการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลภายในระบบนิเวศด้านการเดินทางของนครดูไบ โดยหนึ่งในก้าวสำคัญภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ คือ การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง ดูไบ ดิวตี้ ฟรี กับ Crypto.com ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดใช้งานการชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งในร้านค้าปลีกภายในสนามบินและผ่านช่องทางออนไลน์

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรองรับนักเดินทางนานาชาติหลายล้านคนที่เดินทางผ่านสนามบินนานาชาติดูไบในแต่ละปี โดยถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ดูไบกลายเป็นผู้นำด้านค้าปลีกเพื่อการเดินทาง ที่สามารถรองรับการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างครอบคลุม อีกทั้ง โครงการนี้ยังสอดคล้องกับ “Dubai Economic Agenda D33” หรือวาระเศรษฐกิจ D33 ของรัฐบาลดูไบที่มุ่งเน้นการยกระดับสถานะของนครดูไบให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลก และผู้นำด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะในอนาคต

สมเด็จพระราชินีชีค อาเหม็ด บิน ซาอีด อัล มักทูม ประธานหน่วยงานการบินพลเรือนดูไบ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ส แอนด์ กรุ๊ป ทรงมีพระราชดำรัสว่า ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญและเปี่ยมด้วยความหวัง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการพลิกโฉมประสบการณ์ด้านการเดินทางและการค้าปลีก โดยผ่านการนำโซลูชันการชำระเงินดิจิทัลขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของนักเดินทางอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ขั้นตอนการจอง ไปจนถึงการจับจ่ายใช้สอยในระบบค้าปลีก

ขณะที่ นายราเมช ซิดัมบี กรรมการผู้จัดการของดูไบ ดิวตี้ ฟรี และ นายโมฮัมเหม็ด อัล ฮาคิม ประธานฝ่ายปฏิบัติการยูเออีของ Crypto.com ลงนามในข้อตกลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการที่สำนักงานใหญ่ของสายการบินเอมิเรตส์ ซึ่งมีสมเด็จพระราชินีชีคอาเหม็ด บิน ซาอีด อัล มักทูม ร่วมเป็นสักขีพยาน นอกเหนือจากการบูรณาการการชำระเงินแล้ว MOU ยังครอบคลุมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ รวมถึงแคมเปญการตลาดร่วมกันและโปรแกรมการมีส่วนร่วมของลูกค้า ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของทั้งสององค์กร

"MOU นี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราต่อนวัตกรรมและการมอบความสะดวกสบายและทางเลือกที่มากขึ้นสำหรับลูกค้าของเรา โดยเน้นย้ำว่าการบูรณาการการชำระเงินด้วยคริปโตฯ นี้จะเพิ่มมูลค่าอย่างมีนัยสำคัญให้กับฐานลูกค้าต่างประเทศที่หลากหลายของดูไบ ดิวตี้ ฟรี" ซิดัมบี กล่าว

เอริก อันเซียนี ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Crypto.com ได้แสดงความตื่นเต้นต่อความร่วมมือในครั้งนี้ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการเป็นพันธมิตรในการขยายการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลในชีวิตประจำวัน พร้อมระบุว่า ความร่วมมือนี้จะช่วยขับเคลื่อนแรงผลักดันที่แท้จริงให้แก่อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล และเปิดโอกาสให้ทั้งสององค์กรสามารถนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่เป็นนวัตกรรมอย่างแท้จริง

ด้าน ดูไบ ดิวตี้ ฟรี ยืนยันความมุ่งมั่นในการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการนำระบบการชำระเงินด้วยคริปโตเคอร์เรนซีมาใช้งาน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งมีรายได้รวม 4.118 พันล้านดีแรห์มสหรัฐ (ประมาณ 1.128 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 5.34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดจากประวัติศาสตร์ของดูไบ ดิวตี้ ฟรี ในการเปิดรับเทคโนโลยีการชำระเงินที่ทันสมัย โดยก่อนหน้านี้ได้มีการนำโซลูชันอย่าง Alipay และ TerraPay เข้ามาใช้งาน เพื่อพัฒนาระบบนิเวศด้านค้าปลีกการเดินทางที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตระดับโลก

อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มต้นจากการศึกษาความเป็นไปได้เชิงเทคนิคและการวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำระบบการชำระเงินด้วยคริปโตเคอร์เรนซีมาใช้อย่างเป็นรูปธรรมภายใต้กรอบความร่วมมือในครั้งนี้

นอกจากนี้ การบูรณาการการชำระเงินด้วยคริปโตเคอร์เรนซีของดูไบ ดิวตี้ ฟรี ยังสอดรับกับยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วจากการเป็นพันธมิตรกับ Crypto.com สำหรับการชำระค่าบริการภาครัฐ และความร่วมมือกับ ธนาคารอิสลามแห่งดูไบ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สอดคล้องกับหลักชะรีอะห์

ช่วงเวลาของการดำเนินความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการยอมรับการชำระเงินด้วยคริปโตฯ ที่กำลังเติบโตทั่วโลก โดยหนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือการที่ รัฐบาลภูฏาน ร่วมมือกับ Binance Pay เพื่อเปิดตัวระบบชำระเงินด้านการท่องเที่ยวด้วยคริปโตฯ ในระดับชาติ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าอุตสาหกรรมการเดินทางกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการเงินดิจิทัล

ภายใต้บริบทนี้ ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ และจุดยืนที่สนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซีของดูไบ ได้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดธุรกิจระดับโลก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับกฎระเบียบที่เข้มงวดภายใต้กรอบ MiCA ของสหภาพยุโรป ซึ่งผลักดันให้บริษัทคริปโตฯ หลายแห่งเริ่มมองหาพื้นที่ที่เอื้อต่อการเติบโตและนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนที่จะบรรลุการทำธุรกรรมแบบไร้เงินสดให้ได้ 90% ภายในปี 2569 ตามแผนยุทธศาสตร์ "Cashless Strategy" ของประเทศ

เพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่รัฐบาลยังประเมินว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการชำระเงินดิจิทัลอาจช่วยเพิ่มรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 8 พันล้านดีแรห์ม โดยการยอมรับคริปโตเคอร์เรนซีจึงถูกมองว่าเป็นกลไกหนึ่งในการเร่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านความปลอดภัยยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องจับตา โดยจากผลการวิจัยอุตสาหกรรมล่าสุด พบว่า 37% ของผู้ใช้ มองว่าการแฮ็กและการฉ้อโกงเป็นปัจจัยหลักที่ขัดขวางการนำคริปโตฯ มาใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งสำหรับดูไบ ดิวตี้ ฟรี ซึ่งให้บริการนักเดินทางนานาชาติหลายล้านคนในแต่ละปี การแสดงให้เห็นถึงกรณีการใช้งานจริงในระดับชีวิตประจำวันจึงอาจเป็นตัวเร่งสำคัญในการนำคริปโตฯ เข้าสู่กระแสหลัก

ท้ายที่สุด ความร่วมมือระหว่าง สายการบินเอมิเรตส์ และ Crypto.com ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มทางเลือกในการ "ชำระเงิน" แต่ยังถือเป็น "สัญญาณแห่งการปฏิวัติระบบการเงิน" ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรมการเดินทางและค้าปลีกระดับโลก โดยดูไบได้ส่งสารอย่างชัดเจนว่า ตนพร้อมเป็นผู้นำในการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

การเปิดรับคริปโตเคอร์เรนซีให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พร้อมกับความเคลื่อนไหวสู่การสำรวจโอกาสในโลก NFTs และ เมตาเวิร์ส สะท้อนวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของดูไบในการยกระดับบทบาทสู่การเป็น "ศูนย์กลางนวัตกรรมของโลก" ในขณะที่หลายประเทศยังลังเลและเดินหน้าอย่างระมัดระวังในด้านกฎระเบียบ ดูไบกลับเลือกที่จะเปิดรับเทคโนโลยี พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต ซึ่งกำลังดึงดูดผู้เล่นในอุตสาหกรรมคริปโตฯ จากทั่วทุกมุมโลกเข้าสู่ภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง

จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ ซึ่งเป็นคริปโตเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลกปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 116,046.44 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเวลา 21:27 น. ตามเวลา GMT (ราว 04.27 น. ตามเวลาไทยในวันนี้) ส่งผลให้ราคาทุบสถิติเดิมที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันที่ระดับ 113,734.64 ดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ในปีนี้ปรับตัวขึ้นแล้วประมาณ 24%

ขณะเดียวกัน ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐได้ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อจัดตั้ง กองทุนสำรองยุทธศาสตร์ของสกุลเงินดิจิทัล และยังได้แต่งตั้งบุคคลที่สนับสนุนตลาดคริปโทฯ เช่น พอล แอตกินส์ อดีตกรรมการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และ เดวิด แซกส์ ผู้ดูแลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของทำเนียบขาว

ส่วนราคาหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์ยังคงปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ณ เวลา 12:01 น. โดยมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ดังนี้ บริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ JTS อยู่ที่ระดับ 33.75 บาท บวก 3.75 บาท หรือ 11.42% สูงสุดที่ระดับ 36.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 32.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 31.76 ล้านบาท

บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BTC อยู่ที่ระดับ 0.36 บาท บวก 0.03 บาท หรือ 9.09% สูงสุดที่ระดับ 0.37 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 0.34 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 16.17 ล้านบาท

บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA อยู่ที่ระดับ 1.21 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 9.01% สูงสุดที่ระดับ 1.26 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.19 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 12.81 ล้านบาท

บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG อยู่ที่ระดับ 0.54 บาท บวก 0.01 บาท หรือ 1.89% สูงสุดที่ระดับ 0.55 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 0.53 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 37.14 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...