โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

ใช้สลับกันอยู่ไหม? 4 ข้อแตกต่างระหว่าง “ชาเขียว” กับ “มัทฉะ”

conomi

อัพเดต 17 เม.ย. 2567 เวลา 17.16 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2567 เวลา 05.00 น. • conomi.co

ถ้าพูดถึงชาญี่ปุ่นที่เรารู้จักกันดีก็คงนึกถึงชาเขียวที่มีรสชาติดั้งเดิมแสนขมจนบางคนเบ้ปากกันเลย แต่คำว่า “มัทฉะ” ก็หมายถึงชาเขียวเหมือนกันนี่นา แล้วมันแตกต่างกันหรือเปล่า? หรือความจริงแล้วเป็นชาชนิดเดียวกัน? เราจะมาอธิบายให้ได้ทราบกันค่ะว่าชาเขียวนั้นมีกี่ชนิด แล้วแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

รู้จักชาญี่ปุ่น

ก่อนจะพูดถึงความแตกต่างของชาเขียวกับมัทฉะ เราจะขออธิบายลักษณะของชาญี่ปุ่นแต่ละประเภทกันก่อนค่ะ

1. เซ็นฉะ

เป็นชาเขียวที่นิยมดื่มกันทั่วไปในญี่ปุ่น เป็นชาที่ใช้ยอดอ่อนใบชามาผ่านกระบวนการรีดและอบแห้งก่อนนำไปบดและนวด ชาเขียวชนิดนี้มีอุดมไปด้วยสาร “คาเทชิน” ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย และเนื่องจากชาชนิดนี้นิยมปลูกกลางแสงแดด จึงมารสชาติฝาดนั่นเองค่ะ ส่วนใหญ่แล้วบนบรรจุภัฑ์ต่าง ๆ ที่ระบุว่าเป็นชาเขียว (เขียนด้วยคันจิ 緑茶 อ่านว่า เรียวคุฉะ) นั้น โดยทั่วไปแล้วหมายถึง“เซ็นฉะ” ส่วนชาที่ระบุว่ามัทฉะ (เขียนด้วยคันจิ 抹茶 อ่านว่า มัทฉะ) นั้นหมายถึง “เทนฉะ” ค่ะ

2. มัทฉะ

มัทฉะ

มัทฉะนั้นมาจากชาเขียวชนิดที่เรียกว่า “เทนฉะ (碾茶) “ มาบดจนเป็นผงละเอียด เทนฉะนั้นคือชาที่ “ปลูกโดยการคลุม” ซึ่งเขาจะทำการคลุมใบชาด้วยมู่ลี่ไม้ไผ่หรือฟางเพื่อปกป้องใบชาจากแสงแดดโดยตรง การบังแสงแดดด้วยการคลุมแบบนี้จะช่วยเพิ่มคลอโรฟิลล์ ทำให้ใบชามีสีเขียวสดใส และทำให้มีรสหวานกับรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้นด้วย เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วจะถูกนำไปนึ่งและทำให้แห้ง จากนั้นก็จะนำไปเด็ดก้านออก ขั้นตอนสุดท้ายคือนำใบอ่อนไปบดค่ะ

คุณสมบัติเด่นของมัทฉะคือ ในมัทฉะจะมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่งชื่อว่า “ธีอะนีน” ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่จำนวนมาก ซึ่งมากกว่าชาเขียวชนิดอื่น โดยมัทฉะปริมาณ 2 กรัม แต่มีคาเทชินอยู่ประมาณ 200 มิลลิกรัมเลยทีเดียว

3. เกียวคุโระ

เกียวคุโระ

นอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมีชาเขียวอีกหนึ่งชนิดที่เรียกว่า “เกียวคุโระ” ซึ่งชาชนิดนี้จะใช้เทนฉะที่ปลูกในร่มเหมือนกับมัทฉะมาใช้ในการผลิตชา แต่กระบวนการผลิตจะใช้วิธีการแบบเดียวกับเซ็นฉะ ซึ่งทำให้เราได้ชาที่มีความเข้มข้นแต่มีความขมไม่มากนั่นเองค่ะ

4. โฮจิฉะ

โฮจิฉะ

ชาอีกชนิดที่จะแนะนำให้รู้จักนี้คิดว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างแล้ว ชาชนิดนี้มีชื่อว่า“โฮจิฉะ” โดยโฮจิฉะเป็นชาที่ปลูกกลางแสงแดดเช่นเดียวกับเซ็นฉะ แต่การผลิตจะใช้กระบวนการคั่วที่ไม่ใช้น้ำมันหรือน้ำ แต่จะใช้ความร้อนอบจนแห้งเพื่อลดสารคาเทชินในใบชาและให้รสชาติดียิ่งขึ้น

ในใบชาจะมีคาเฟอีนรวมอยู่ด้วย ด้วยวิธีการคั่วก็จะช่วยลดปริมาณของคาเฟอีนลงได้ ซึ่งเด็กหรือแม้แต่หญิงมาครรภ์ก็สามารถดื่มได้แบบไม่ต้องกังวลเลยค่ะ

มัทฉะกับชาเขียวมาจากส่วนผสมเดียวกัน

ชาเขียว มัทฉะ

หากดูที่ซองผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวหรือมัทฉะ จะมีระบุส่วนผสมหลักเอาไว้ว่าเหมือนกันก็คือ “ชาเขียว” แต่ว่าชาเขียวของญี่ปุ่นนั้นก็มีอยู่หลากหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งวิธีการปลูก การเก็บเกี่ยว รวมถึงการผลิตจะแตกต่างกันออกไปนั่นเอง

ชาเขียวและมัทฉะต่างกันอย่างไร?

1. กระบวนการผลิต

ชา

โดยทั่วไปแล้วชาแบบต่าง ๆ แบบที่เรารู้จักกันจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือชาหมัก, ชากึ่งหมัก และชาที่ไม่หมัก โดยชาหมักคือชาที่ผลิตโดยนำไปผ่านกระบวนการหมักเอนไซม์ เราจะเรียกชาประเภทนี้ว่า “ชาดำ” เช่น ชาเอิร์ลเกรย์, ชาดาร์จีลิ่ง, ชาซีลอน เป็นต้น ส่วน“ชากึ่งหมัก” คือชาที่นำไปผ่านการหมักแค่เพียงระยะเวลาหนึ่งในระหว่างกระบวนการผลิตเท่านั้น เช่น ชาอู่หลง, ชาขาว, ชาเขียวดำ

แต่สำหรับชาของญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะไม่นำไปหมัก แต่จะนำไปผ่านการตากแห้ง, คั่ว, นึ่ง หรือวิธีการอื่น ๆ ซึ่งชาประเภทนี้จะถูกเรียกว่า“ชาเขียว” (緑茶 อ่านว่า เรียวคุฉะ) ซึ่งชาเขียวในกระบวนการผลิตจะใช้ “เซ็นฉะ” และมักจะเหลือใบทิ้งไว้ แต่สำหรับมัทฉะใช้ “เท็นฉะ” และเมื่อผ่านกระบวนการเบื้องต้นแล้วจะถูกนำมาบดเป็นผงละเอียดต่ออีกที

2. มัทฉะกับชาเขียวมีสีและรสที่ต่างกัน!?

ชาเขียว

ชาเขียวแต่ละชนิดจะมีสีและกลิ่นที่แตกต่างกัน ไปเล็กน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของใบชา ภูมิภาคที่เพาะปลูก รวมถึงวิธีการผลิตด้วย แต่โดยทั่วไปแล้วใบของชาเขียวจะมีสีเขียวอ่อนใส ส่วนฝั่งมัทฉะ ถ้าจะให้กล่าวสั้น ๆ มัทฉะก็คือ ชาเขียวแบบผง ซึ่งเราน่าจะคุ้นเคยกันดี เพราะมักจะถูกนิยมนำไปเป็นส่วนผสมในขนมต่าง ๆ ด้วยความที่มีรสชาติเข้มข้น และเนื้อสีเขียวสดใสสวยงาม

แต่อ่านมาถึงตรงนี้บางคนอาจจะสงสัยว่าอ้าว? ขาเขียวก็มีแบบผงไม่ใช่เหรอ แล้วมันจะแตกต่างจากมัทฉะยังไงล่ะ? ในจุดนี้เราก็มีวิธีแยกได้ง่าย ๆ ด้วย สีและรสชาติ อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่ามัทฉะนั้นใช้เทนฉะในการทำจึงมีสีเขียวสดใสและรสชาติเข้มข้น แต่ชาเขียวนั้นจะมีสีเขียวใสแต่มีรสขมและฝาดกว่า อีกทั้งยังสามารถแยกสองชนิดนี้ได้ด้วย วิธีการชง เพราะมัทฉะเป็นผงละเอียดจึงทำให้เมื่อเทน้ำร้อนลงไปสามารถละลายได้ทันที ส่วนชาเขียวต้องใช้การกรองใบชาในการชง

3. มัทฉะมีคาเฟอีนสูงกว่าชาเขียว

มัทฉะ

บางคนอาจจะไม่รู้ว่าชาเขียวนั้นเป็นชาที่มีคาเฟอีนผสมอยู่ด้วย ชาเขียวแต่ละชนิดจะมีปริมาณคาเฟอีนต่างกัน แต่มัทฉะนั้นจะมีคาเฟอีนสูงเป็นพิเศษ เมื่อเปรียบเทียบปริมาณต่อ 100 กรัม ในมัทฉะจะมีคาเฟอีนถึง 3.2 กรัมในขณะที่เซ็นฉะมีคาเฟอีน 2.3 กรัม

แม้ว่าการทานมัทฉะจะไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย แต่เนื่องจากมีปริมาณคาเฟอีนสูง เด็กและสตรีมีครรภ์หรือผู้กำลังให้นมบุตรควรระมัดระวังค่ะ

สรุปคือ ชาเขียวจะมีความใสและมีรสขม ส่วน มัทฉะนั้นจะมีสีเขียวสดใสและมีรสเข้มข้นกลมกล่อมกว่า วิธีการดื่มก็จะแตกต่างกันออกไปอีกด้วย หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการแยก“ชาเขียว” กับ “มัทฉะ” นะคะ

สรุปเนื้อหาจาก: chayudo, e-cha

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...