โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ประเสริฐ” ลงพื้นที่นครพนม เร่งจัดที่ดินทำกิน คทช. มอบสมุดสิทธิ 819 แปลง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 11.16 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 เม.ย. 68) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และคณะลงพื้นที่ติดตามเร่งรัดการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)

พร้อมรับฟังรายงานผลการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน และผลการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชนบทในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงเซกา แปลงที่ 2 ระยะที่ 2 จังหวัดนครพนม ปัญหาอุปสรรคและความต้องการของราษฎรในพื้นที่ และมอบนโยบายแก่สวนราชการที่เกี่ยวข้อง

โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรี และคณะได้พบปะกับพี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการ เยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์ชุมชน และมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวม ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบ้านโพนสว่าง และป่าปลาปาก รวมจำนวน 819 แปลง ให้กับผู้แทนชุมชน จำนวน 10 คน

ทั้งนี้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ผอ.สคทช.) พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สคทช. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมบ้านของสมาชิกบ้านมั่นคง หมู่ที่ 7 บ้านพรเจริญ ตำบลวังตามัว อำเภอเมือง ร่วมให้การต้อนรับและรายผลการดำเนินงานฯ ณ วัดป่าบ้านพรเจริญ ตำบลวังตามัว อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

ด้านนายประเสริฐ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแทบทุกจังหวัดของประเทศ ซึ่งรัฐบาลนำโดยพรรคเพื่อไทยและผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง มีความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่จะมาแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้

อย่างที่คงทราบกันดีว่าการอนุญาตเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ คทช. กำหนด มีกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ และต้องระมัดระวังไม่ให้ขัดกับข้อกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามผมในฐานะประธาน คทช. จะพยายามเร่งรัดการจัดที่ดินทำกินให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและไม่มีที่ดินเป็นของตนเองให้ได้สิทธิการเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจังหวัดนครพนมมีพื้นที่เป้าหมายที่จัดที่ดินทำกิน คทช. รวม 6 พื้นที่

โดยทราบว่ามี 2 พื้นที่เป้าหมาย คือ ป่าดงหมู (ระยะที่ 1) บ้านโสกแมว กับ ป่าห้วยศรีคุณ ได้รับมอบสมุดแล้ว ส่วนป่าดงเซกา แปลงที่ 2 ระยะที่ 1 ได้รับเล่มไปบางส่วนแล้วที่เหลือจะเร่งดำเนินการ สำหรับป่าบ้านโพนตูมและป่านางุม ที่กำลังจะได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้จะสั่งการเพื่อเร่งรัดให้เร็วขึ้น เนื่องจากตอนนี้ยุโรปได้มีมาตรการ EUDR หรือการจะนำสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการนี้เข้าไปขายในยุโรป

รวมไปถึงการมีกระบวนการผลิตรวมถึงแหล่งวัตถุดิบที่ถูกต้อง จะต้องไม่มาจากการทำลายป่า ต้องเป็นพื้นที่ที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และขอแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนจากพื้นที่ป่าดงบ้านโพนสว่างและป่าปลาปาก ที่ได้รับสมุดประจำตัวฯ คทช. ในวันนี้ที่มีการมอบสมุด 819 แปลง ส่วนที่เหลือกรมที่ดินกำลังตรวจสอบและจัดทำสมุดให้เร็วที่สุด และขอฝากกับตัวแทนพี่น้องประชาชน

อย่างไรก็ตามประชุมแห่งนี้ไปถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของท่าน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลรักษาพื้นที่ คทช. ไม่ให้ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์การซื้อขายเปลี่ยนมือ ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของสังคม และในฐานะที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล จะสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการที่ดิน การจัดทำสมุดประจำตัวแบบดิจิทัลที่สามารถเข้าไปดูข้อมูลของตัวเองผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นประโยชน์กับประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้การจัดที่ดิน คทช. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผมขอใช้โอกาสนี้ ในการมอบนโยบายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

1.) ขอให้กรมที่ดิน และ คทช. จังหวัดเร่งรัดจัดสมุดประจำตัวให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่แปลงที่ได้รับอนุญาตไปแล้ว แต่ยังมอบสมุดไม่ครบ เช่น พื้นที่ป่าดงเซกาแปลงที่ 2 ระยะที่ 2 หากเป็นไปได้ขอให้ดำเนินการ
ให้แล้วเสร็จภายในปี 2568

2.) ขอให้กรมป่าไม้ เร่งดำเนินการอนุญาตในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าบ้านโพนตูมและป่านางุม โดยเร็ว

3.) ในส่วนของพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตแล้ว ก็ขอให้ คทช.จังหวัด เร่งรัดการจัดราษฎรเข้าทำประโยชน์ และเตรียมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ พัฒนาความเป็นอยู่ให้กับพี่น้องประชาชน ให้มีรายได้ที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

4.) การคัดเลือกบุคคลให้ได้รับที่ดินให้ คทช. จังหวัดพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการจัดที่ดินด้วยความรอบคอบ เพื่อให้ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

5.) ให้ คทช. จังหวัด และหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ หมั่นตรวจสอบ ดูแลพื้นที่ของรัฐภายหลังการอนุญาต ไม่ให้มีการบุกรุกเข้าไปทำประโยชน์ผิดกฎหมาย

6.) ปัญหาอุปสรรคที่หน่วยงานและผู้แทนประชาชนได้รายงานให้ที่ประชุมทราบในวันนี้ ขอให้หน่วยงานที่มีภารกิจโดยตรง ดำเนินการแก้ไขปัญหาทันทีและให้ คทช. จังหวัดเข้ามาบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน หากมีปัญหาอุปสรรคที่ต้องการการผลักดันเชิงนโยบายให้ คทช. จังหวัดแจ้งให้ สคทช. พิจารณาต่อไป

“ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้ทำหน้าที่ ทำงานอย่างเต็มที่และสุดกำลัง เพื่อพี่น้องประชาชนทุกคนได้อยู่ดีมีสุข มีที่ดินทำมาหากิน โดยเฉพาะผู้บริหารจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น คทช.จังหวัดนครพนม ที่ดินจังหวัด เจ้าหน้าที่ ป่าไม้ และอีกหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ท่านได้ขับเคลื่อนการจัดที่ดินทำกินให้พี่น้องประชาชนไปคืบหน้าอย่างมาก และที่สำคัญ คือ พี่น้องประชาชนทุกท่านที่ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการจัดแปลงที่ดิน รัฐบาลพร้อมให้การช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ยากไร้และไม่มีที่ดินทำกิน ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมคิดร่วมทำไปด้วยกัน ผมพร้อมจะผลักดันและสนับสนุนให้การดำเนินการใด ๆ เกิดผลลัพธ์และผลสำเร็จที่ดี” นายประเสริฐ กล่าวย้ำ

ด้าน ดร.รวีวรรณ ผอ.สคทช. ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และภาพรวมของการติดตามเร่งรัดแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงเซกา แปลงที่ 2 ระยะที่ 2 ชุมชนบ้านพรเจริญ และการบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชนบทตำบลวังตามัว อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยผ่านโครงการบ้านมั่นคงชนบท เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตตำบลวังตามัว

ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตามแผนกิจกรรมแล้วเสร็จตามเป้าหมาย ครอบคลุมผู้เดือนร้อน 301 หลังคาเรือน ซึ่งโครงการบ้านมั่นคงชนบทบ้านมั่นคงตำบลวังตามัว ถือเป็นกระบวนการการใช้เครื่องมือการพัฒนาที่อยู่อาศัยการสร้างความยั่งยืน ผ่านประเด็นงานที่อยู่อาศัยโดยการสร้างระบบสวัสดิการชุมชนที่อยู่อาศัยทุกมิติ จากการมีส่วนร่วมทั้งภายในและภายนอกที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนงานโดยชุมชนมีส่วนร่วมและต่อยอดกระบวนการขยายผลในพื้นที่ เขตพื้นที่ป่าดงเซกา แปลงที่ 2 ตำบลโพนสวรรค์ ตำบลโพนบก และตำบลนาใน

“สคทช. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ในพื้นที่ คทช. ให้มีบ้านพักที่อยู่อาศัย มีอาชีพและรายได้ที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมั่นคง พร้อมทั้งดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ควบคู่กันไปด้วยเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์หลักของ สคทช. ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล ต่อไป” ดร.รวีวรรณ กล่าวย้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...