โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 วิธีปฏิบัติตัวเมื่อ "ลิฟต์ค้าง"

Thai PBS

อัพเดต 21 ม.ค. 2567 เวลา 13.40 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2567 เวลา 13.30 น. • Thai PBS

1.ตั้งสติ

ไม่ว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉินใดๆ การตั้งสติ คือสิ่งจำเป็นอันดับแรกที่ต้องทำ อย่าตื่นตระหนกตกใจ ให้พยายามหายใจเข้า-ออกเป็นจังหวะ โดยปกติลิฟต์จะมีระบบความปลอดภัยสำรอง และมีระบบการระบายอากาศ รวมถึงไฟฉุกเฉิน

ภาพประกอบข่าว : รีบแจ้งเหตุให้คนภายนอกรับรู้

2.ปุ่มฉุกเฉิน

ในลิฟต์ส่วนใหญ่จะมีปุ่มฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือ "เป็นรูปกระดิ่งหรือระฆัง" ผู้โดยสารที่ติดลิฟต์ ให้กดปุ่มเพื่อขอความช่วยเหลือ เพื่อส่งสัญญาณให้ภายนอกรับรู้

แต่ในกรณีที่ปุ่มฉุกเฉินไม่สามารถใช้งานได้ ให้ใช้วิธีการตะโกนออกไปหรือทุบประตูลิฟต์เพื่อขอความช่วยเหลือจากภายนอก แต่ห้ามงัดแงะประตูลิฟต์ หรือปีนขึ้นบนเพดานลิฟต์เด็ดขาด เพื่อป้องกันวงจรไฟฟ้าของลิฟต์เสีย จะทำให้การช่วยเหลือล่าช้าไปอีกได้

ภาพประกอบข่าว : ปุ่มฉุกเฉินรูปกระดิ่งหรือระฆัง

ปุ่มฉุกเฉิน ต้องใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น อย่ากดเล่นเด็ดขาด!

3.โทรศัพท์แจ้งเหตุ

ตามปกติลิฟต์ในปัจจุบันจะมีระบบไฟฟ้าสำรองซึ่งจะสว่างขึ้นเมื่อลิฟต์ค้าง แต่หากประสบเหตุในลิฟต์ที่ไม่มีไฟสำรองหรือไฟสำรองเสีย ให้ใช้โทรศัพท์มือถือสร้างแสงสว่าง เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย โดยให้ส่องแสงไปทางประตูลิฟต์ เพื่อเป็นสัญญาณให้คนภายนอกรับรู้ รวมถึงแจ้งเหตุกับผู้คนภายนอก ไม่ว่าจะโทรหาหรือพิมพ์ข้อความ โดยให้แจ้งว่า

  • จำนวนผู้โดยสารที่ติดในลิฟต์มีกี่คน
  • มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่
  • ตอนนี้ลิฟต์อยู่ชั้นไหน
  • หากไม่รู้ให้บอกว่าเรากำลังขึ้นหรือลงมาจากชั้นไหน

ภาพประกอบข่าว : พยายามติดต่อคนภายนอกเพื่อขอความช่วยเหลือ

ห้ามใช้ไฟแช็กเด็ดขาด เพราะจะทำให้ออกซิเจนหมดไวมากขึ้น!

4.เคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด

ให้พยายามอดทนรอความช่วยเหลือจากภายนอกให้มากที่สุด ในขณะที่รอให้เคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุดด้วย เช่น พูดให้น้อย อยู่เฉยๆ นิ่งๆ หายใจช้าๆ หากใส่เสื้อผ้าหนาๆ ให้ถอดออกเพื่อไม่ให้ร่างกายร้อนอบอ้าวจนต้องหายใจเยอะๆ

5.อย่านั่งหรือนอน

เมื่อลิฟต์ค้าง ให้ผู้โดยสารในลิฟต์ยืนเกาะราวหรือยืนหลังพิงผนังลิฟต์ อย่านั่งหรือนอนเด็ดขาด เพราะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ร่างกายหายใจออกมา จะลงสู่ที่ต่ำ และก๊าซออกซิเจนจะลอยตัวขึ้นสูง หากร่างกายได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไป จะทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ จนหมดสติได้

ภาพประกอบข่าว : ห้ามนั่งหรือนอน ให้ยืนพิงผนังลิฟต์หรือหาราวเกาะ

แผนช่วยเหลือผู้โดยสารติดลิฟต์

โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่ประจำอาคารจะมีแผนสำหรับช่วยเหลือคนกรณีลิฟต์ค้างอยู่แล้ว แต่หากคนทั่วไป บังเอิญได้ยินเสียงเคาะประตูลิฟต์ หรือ เสียงขอความช่วยเหลือ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่อาคาร หรือ 1669 ทันทีหากมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

โดยแจ้งข้อมูลจำนวนคนในลิฟต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ และตอนนี้ลิฟต์ค้างอยู่ที่ชั้นใด

และให้แจ้งข้อมูลกับผู้ที่ติดอยู่ในลิฟต์ว่าขณะนี้กำลังให้ความช่วยเหลืออยู่ เพื่อสร้างกำลังใจให้ผู้ประสบเหตุ รวมถึงห้ามให้คนในลิฟต์แงะงัดประตูอย่างเด็ดขาด เพื่อลดอุบัติเหตุขณะที่กำลังช่วยเหลือ

ภาพประกอบข่าว

อ่านข่าวเพิ่ม : BTS แจงเหตุไฟฟ้าขัดข้อง ทำ "ตา-ยาย" ติดในลิฟต์นับชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ระบบสุขภาพ กทม. มาไกล? แต่ใบส่งตัว แก้ได้ยัง | ตรงประเด็น 29 พ.ค. 69

7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

3 นโยบายผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.แบบไหนโดนใจ (29 พ.ค.69) I ตรงประเด็น

7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ทหารเมียนมา” ทำลายตึกสแกมเมอร์ในเคเคปาร์คแล้วกว่า 600 ตึก

9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โดรนรัสเซียตกใส่อพาร์ตเมนต์ในโรมาเนีย มีผู้บาดเจ็บ 2 คน

9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...