โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลง...ในถ้ำ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ถ้าท่านผู้อ่านสังเกตดูที่ผมเขียนแนะนำสถานที่ที่ได้เดินทาง เฉพาะที่กรุงเทพธุรกิจนี้ก็ตั้งแต่ปี 2552 จะเห็นว่าผมไม่ได้มีแหล่งท่องเที่ยวในกระแสมาแนะนำมากนัก มีบ้างแต่ไม่มาก แต่มักจะเอาเรื่องที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ได้เป็นกระแส และหลากหลายรูปแบบมาแนะนำมากกว่า

สมัยที่ยังคงดำน้ำได้ก็จะมีเรื่องใต้น้ำมาเล่าบ่อยๆ ตอนที่ยังเที่ยวป่า ก็จะมีทริปไปเดินป่าตามที่ต่างๆ มาเล่า (ไม่น่าเชื่อว่า ตอนนี้ที่ห่างจากสมัยผมเที่ยวป่าเป็นสิบๆ ปี กระแสคนเที่ยวป่าเพิ่งจะมาฮิต)

ตอนนี้ผมสนใจเรื่องการสำรวจถ้ำ เรื่องราวทางธรณีวิทยา ก็จะมีเรื่องมุดถ้ำ สำรวจถ้ำ ดูหิน ดูฟอสซิล ดูดินมาเล่าบ่อยๆ และอีกหนึ่งอย่างที่ผมสนใจแต่ไม่ค่อยได้เขียนถึงบ่อยนัก ก็คือ เรื่องทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ มีเนื้อเรื่อง…แต่ภาพมันจะซ้ำๆ ในแนวเดียวกัน ภาพไม่หลากหลาย ก็เลยไม่ค่อยได้เขียนถึง

สวนเฉลิมพระเกียรติข้างทาง มีป้ายบอกชัดเจน

ทางเดินธรรมชาติที่มีราวเหล็ก นำพาขึ้นสู่หน้าผาชัน

คราวนี้ดูภาพแล้ว พอเอามาคละๆ กันได้ แต่น่าเขียนถึงและน่าแนะนำให้แวะไปเที่ยวชมอย่างมาก ผมกำลังพูดถึง “โลงข้างทางที่อยู่ในถ้ำบนหน้าผาสู” ในเขต อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งถ้ามาจากทางเชียงใหม่ มุ่งหน้าแม่ฮ่องสอน เลยตัวอำเภอปางมะผ้ามาไม่มาก จะมีป้ายปูนทางขวามือ เขียนว่า “โลงผีแมน” ตรงนั้นเป็นที่ทำงาน ที่จอดรถของหน่วยกู้ภัยด้วย ถ้าท่านผู้อ่านเห็นแล้วก็แวะเข้าไปจอดด้านหน้าได้เลย

บันไดขั้นสุดท้ายที่ชันน่าดูชม

โพรงถ้ำระหว่างทางขึ้น

จริงๆ เรื่องโลงผีแมนนี่ ผมสนใจและศึกษามาตั้งแต่ที่ยังเที่ยวป่า เข้าไปหลบฝนกันในถ้ำ แล้วไปเจอโลงไม้แบบนี้ที่ป่าเมืองกาญจน์เมื่อนานแล้ว หลังจากนั้นผมก็พยายามตามหาตามอ่าน จนเจอแหล่งข้อมูลใหญ่ของอาจารย์รัศมี ชูทรงเดช ท่านขุดค้น ค้นคว้าศึกษาเรื่องโลงผีแมนนี่แบบเป็นขุมความรู้เลย โดยเฉพาะที่บ้านลุกข้าวหลาม ในปางมะผ้านี่แหละ ที่เจอโลงไม้เยอะมาก วางบนคานไม้ซ้อนๆ กัน ซึ่งค้นพบหลายโลงอีกด้วย

โลงไม้ที่ว่านี้ มักจะเป็นการขุดต้นไม้ (ผมไม่รู้ไม้ชนิดไหน) ไม่กว้างนัก ฟุตหนึ่ง ประมาณนี้ แต่มักยาว 3-4 เมตร ไม่ใช่เอาไม้มาประกบ มาต่อกันเป็นกล่องทรงผืนผ้าแบบโลงศพในปัจจุบัน ประกอบกับบางพื้นที่พบข้าวของเครื่องใช้เครื่องประดับในโลงนั้นด้วย นักโบราณคดีเขาถึงสันนิษฐานว่า เป็นเรื่องของการฝังศพครั้งที่สองของคนในอดีต

ในอุโมงค์แรก จากการขึ้นบันไดชันมาได้

อุโมงค์ถ้ำที่เชื่อมต่อกันไปมา

สำหรับการฝังศพครั้งที่สอง คือไม่ใช่ศพสดๆ ที่เพิ่งตายมีเนื้อมีหนัง เพราะอย่างโลงไม้ที่เราเห็นนี่ ไม่มีทางที่จะเอาคนยัดลงไปได้ มันแคบเกิน และการที่โลงยาวๆ ก็ไม่ได้หมายความว่า คนในอดีตจะตัวสูงยาวขนาดนั้น เรื่องเล่าที่ว่าคนในอดีตสูง 8 ศอกจึงไม่จริง เล่ากันมาแบบไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน เล่ากันปากต่อปากมาเรื่อย ถ้าคนสูง 8 ศอกจริง มันต้องมีการขุดค้นเจอโครงกระดูกกันบ้าง

ถ้ำต้นมะขามเลื้อย

ขนาดไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปเมื่อ 65 ล้านปี ยังเจอโครงกระดูก ส่วนยุคของมนุษย์เราเพิ่งอุบัติขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ใช่มนุษย์แบบเราๆ ท่านๆ มนุษย์ปัจจุบันแค่ไม่กี่แสนปีเอง ถ้ามีคนสูงใหญ่ขนาดนั้นจริง จะไม่เจอได้ไง ก็ขนาดไดโนเสาร์เก่าแก่กว่าเราตั้งเยอะ เขายังเจอกระดูก

ประกอบกับการขุดค้นโครงกระดูกจากทั่วโลกก็ไม่เคยมีที่ไหนที่เจอโครงกระดูกมนุษย์ยาว 3-4 เมตร บางคนอาจจะเคยเห็นภาพ เห็นคลิป อย่าไปเชื่อภาพหรือคลิปที่ปรากฏ มันสร้างขึ้นมาจากเอไอ จากการตัดแต่งภาพได้ทั้งนั้น ของจริงยังไม่มี

ปากถ้ำมะขามเลื้อย

ดังนั้น ที่เห็นว่าโลงผีแมนยาวๆ ไม่ได้หมายความว่าคนโบราณจะต้องตัวยาวเป็นเปรตแบบที่พูดๆ กัน อีกทั้งโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่ขุดเจอในบ้านเรา ไม่ว่าจะที่โนนเมือง ชัยภูมิ บ้านปราสาท โคราช หรือที่บ้านลาด เพชรบุรี ล่าสุด ก็ไม่มีที่ไหนที่พบคนตัวสูงยาว 8 ศอกเหมือนที่ว่ากัน

ภายในถ้ำโลงผีแมนถ้ำใหญ่

ปากถ้ำโลงผีแมน

ถ้ามีประเพณีในการจัดการศพ ก็แสดงว่า มีการตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชน มีประเพณี วัฒนธรรมแล้ว เราเทียบเคียงอายุแบบง่ายๆ หยาบๆ อย่างภาพวาดผาแต้ม ที่สะท้อนการทำนา การจับปลา แสดงว่าปักหลักเป็นชุมชน ไม่ได้เร่ร่อนล่าสัตว์ ไม่ได้อาศัยในถ้ำแบบยุคหินแล้ว

ที่ผาแต้มประมาณการว่ามีอายุราว 3,500 ปี วัฒนธรรมโลงไม้ก็คงประมาณนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าโลงที่พบในปัจจุบันจะสร้างมา 3,500 ปีแล้ว เนื่องจากประเพณีมันก็ส่งต่อกันมาเรื่อยๆ มาหยุดทำ หยุดความนิยมตอนไหน เราก็ไม่รู้ อย่างผมเคยเจอโลงศพแบบนี้ที่ถ้ำในป่าเมืองกาญจน์ แค่เอามือไปแตะก็ยุ่ยผุติดมือแล้ว ซึ่งมันก็ผุสลายไปตามกาลเวลา ที่เจอๆ กันนี่อาจจะก่อนนี้ไม่นานมากก็ได้ เพราะไม้ 3,500 ปี คงผุหมดแล้ว

ลักษณะการวางของโลงผีแมนในถ้ำแรก

บางซอกหลืบมืดมากต้องใช้ไฟฉายส่อง

ต้นมะขามที่เลื้อยจากในถ้ำออกไปหาแสงนอกถ้ำ

วัฒนธรรมโลงไม้นี้ไม่ได้มีแต่ในถ้ำหรือแค่บ้านเรา ในอินโดนีเซีย ในจีนก็มีเหมือนกัน ในจีนนี่เขาเอามาวางบนลิ่มไม้ที่ตอกบนหน้าผาเลย แม้กระทั่งไหหิน ที่แขวงเชียงขวางในลาว ก็ว่ากันว่าคือที่ฝังศพครั้งที่สองของคนในอดีตเช่นกัน ซึ่งถ้าท่านผู้อ่านสนใจ เดี๋ยวนี้ในอินเตอร์เนตมีความรู้เรื่องนี้เยอะแยะครับ ของอาจารย์รัศมีก็มี ของฝรั่งต่างชาติก็มี

ทีแรกผมอยากไปดูที่บ้านลุกข้าวหลาม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ไซต์งานที่อาจารย์รัศมีพานักโบราณคดีไปขุดค้นนะแหละ แต่ไม่แน่ใจว่านักโบราณคดีเขายังทำงานขุดค้นกันอยู่มั้ย เกรงจะไปเกะกะเขา ก็เลยไม่ไป

อุโมงค์ถ้ำที่เชื่อมกันไปมา

ครั้นจะไปดูที่ถ้ำลอดปางมะผ้า ซึ่งมีโลงผีแมนเช่นกัน เดี๋ยวนี้เขาก็เก็บค่าเข้าชมแพงมาก ขนาดคนไทย ยังคนละ 500 บาท (ถ้าเป็นกลุ่มยังหารกันได้) แต่ในปี 2569 เห็นว่าเก็บแพงกว่านั้นอีก ซึ่งรู้สึกว่าไม่ไหว มันแพงเกินไป ผมไปคนเดียวเลยเปลี่ยนใจ ไปดูโลงผีแมนที่ข้างทางตรงกู้ภัยนี้แทนดีกว่า

ผมปูพื้นมานานแล้ว ก็ได้เวลาเดินไปดูของจริงสักที จากตรงกู้ภัยซึ่งเป็นสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติด้วยนั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นเดินเท้า เขาจะมีทางปูอิฐในทางราบๆ แต่ค่อยๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ ทางชัดเจน เดินไปราว 200 เมตร ก็จะหมดทางปูน แล้วเปลี่ยนเป็นทางเดินธรรมชาติขึ้นเขาชัน ลองแหงนดูจะเห็นเป็นหน้าผาหินปูน มีโพรงอยู่ตามหน้าผา แต่เขาทำราวเหล็กไว้ให้พอได้ประคองตัว บางช่วงที่ชัน ต้องปีนป่าย เขาก็จะมีบันไดเหล็กให้ขึ้นไปได้ แต่แค่พ้นช่วงที่เป็นหน้าผาเท่านั้น เพราะขึ้นไปถึงช่วงหนึ่ง จะเป็นโพรงถ้ำที่เชื่อมต่อกันไปมา

อีกหน้าต่างถ้ำที่ปีนมายาก

ผมเป็นคนสำรวจถ้ำอยู่แล้ว อย่าว่าแต่โพรงใหญ่ๆ แล้วแสงรำไรแค่นี้เลย ขนาดมืดตึ๊ดตื๋อ อุโมงค์แคบ ผมก็ไปดูไปสำรวจมาแล้ว ไปคนเดียวด้วย พอมาเจอโพรงถ้ำผีแมนนี่ เลยสบายมาก มุดโพรงนั้นออกโพรงนี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโลงผีแมนอยู่ตรงไหน หรืออยู่ถ้ำไหน แต่อาศัยดูรอยทางตามหินเลื่อมๆ เหมือนมีคนใช้ทางบ่อยๆ ก็คงทางนั้นแหละ ก็มุดไปมุดมา มาโผล่เอาหน้าผาที่หันหาแสง และมีต้นมะขามต้นใหญ่พอประมาณ แต่มัน “เลื้อย” จากในถ้ำออกไปหาแสงด้านนอก มะขามเลื้อยผมเคยเห็นเขาทำบอนไซ เอาต้นมะข้ามมาดัดเป็นบอนไซ ต้นเล็กๆ ต้นงอไปมา แต่นี่มันแปลกมากต้นใหญ่เลย

จะเห็นมีโลงผีแมนอยู่บนชั้นวางทางซ้ายมือ

จากต้นมะขามเลื้อยจะมีช่องลอดเข้าไปยังโถงถ้ำหนึ่ง เพดานถ้ำสูง แต่กว้างพอประมาณ ราวๆ 10 กว่าเมตร ถ้ำจะลึกเท่าใดไม่แน่ใจเพราะมีหลืบและพื้นถ้ำที่ลึกลงไปด้วย ถือเป็นโถงใหญ่พอควร ด้านหน้าโพรงมีแสงเข้ามาได้ แต่พอไปถึงก้นถ้ำแสงก็รำไรๆ ต้องใช้ไฟฉายช่วยจึงเห็นโลงไม้ 5-6 โลง วางพาดบนคานไม้บ้าง เอาไฟส่องดูก้นถ้ำที่แสงส่องไม่ถึง ก็เห็นมีวางกับพื้นอีก 3-4 โลง เขามีริบบิ้นผูกกั้นไว้ เขียนบอกเป็นพื้นที่ขุดค้นทางโบราณคดี ไม่ให้เข้าไป

ถึงแม้จะไม่มีคนเฝ้า แต่ถ้าเขาห้ามแบบนี้ ผมก็ไม่เข้าไป หากฝืนเดินเข้าไปอาจจะไปเหยียบย่ำทำลายหลักฐานทางโบราณคดีได้ เลยถ่ายรูป ส่องไฟถ่ายเอาจากข้างนอก แล้วเขาติดป้ายอธิบายการขุดค้นไว้ให้นักท่องเที่ยวได้อ่านด้วย ถ้าในทางโบราณคดีเขาจะบันทึกไว้ละเอียดครับ โลงหันหัวไปทางทิศไหน มีการสลักหัวโลงเป็นรูปอะไร รายละเอียดเยอะแยะ ผมมาแค่อยากเห็นแค่นั้นเอง

โลงผีแมนโลงนี้ค่อนข้างแห้ง เพราะอยู่ใกล้แสง

ถ้ำนี้น่าจะไม่ได้เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในอดีต เพราะอยู่สูง ทางไต่ขึ้นมาค่อนข้างอันตรายและห่างจากแหล่งน้ำ ในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่ตายแล้ว จะว่าเป็นถ้ำตายแล้วก็ได้ คือรูที่น้ำที่ละลายแคลเซียมคาร์บอเนตจะไหลย้อยตกลงมานั้น ตันหมดแล้ว เมื่อไม่มีแคลเซียมคาร์บอเนตมาเพิ่ม หินย้อยตามเพดาน ตามผนังมันก็ตายโดยปริยาย ลึกๆ ทางก้นๆ ถ้ำ จะมีตะไคร่เขียวๆ เกาะกุมตามวัสดุต่างๆ เอาไฟส่องดูไม่เห็นงูเหลือมนะ บางถ้ำผมเข้าไปสำรวจ เจองูเหลือมหลายตัวเลย

ใช้เวลาอยู่ในถ้ำนั้นเป็นชั่วโมงเลย เงียบสงบดี ไม่มียุง ไม่มีคนด้วย ผมชอบมาก แต่เขายังมีจุดอื่นด้วย ต้องมุดออกมาตรงที่ต้นมะขามเลื้อย เข้าไปด้านใน จะมีอุโมงค์แคบๆ แต่เพดานสูง ที่สำคัญพื้นไม่เรียบเลย แต่เป็นแง่งหิน พอให้เหยียบและปีนป่ายไปได้ ถือว่ายากพอสมควร เพราะพื้นอุโมงค์ตรงนี้จะเป็นหินแหลมๆ ปีนยาก ประกอบกับผมไม่ได้เปรียวเหมือนสมัยหนุ่มๆ ที่เอาขาสองข้างยันผนังแล้วเคลื่อนที่ไป แบบนั้นทำไม่ได้แล้ว พออายุเยอะทุกอย่างต้องปลอดภัยไว้ก่อน

ทางไต่ลงที่ชันมากถึง 90 องศา

จนมาโผล่ตรงช่องหน้าต่างถ้ำอีกด้านหนึ่ง มองออกไป เห็นมีโลงไม้วางพาดบนคาน ที่วางชิดผนังผาสูง แต่โลงใบนี้แสงส่องถึง ตัวโลงจึงดูแห้ง ไม่มีตะไคร่เกาะเหมือนโลงในโถงใหญ่ ดูแล้วคงจะไปถึงยาก เลยได้แต่ถ่ายภาพมาห่างๆ โลงแห้งๆ แบบนี้ ผมเคยเจอที่เพิงหินทางอีสานเหมือนกัน แบบนี้โลงน่าจะทนทานไม่ถูกความชื้นบั่นทอนอายุขัย

ชิ้นส่วนโลงผีแมนอื่นๆ ที่ถูกนำมารวบรวมกัน

ช่องหน้าต่างถ้ำที่มองเห็นตัวโลงใบนี้ จะมีบันไดเหล็กพาดตัดดิ่งลงไปยังพื้นข้างล่าง ที่ต่ำลงไปสัก 5 เมตร ค่อยๆ ไต่ลงไปก็จะเจอชิ้นส่วนของโลงโบราณหลายชิ้น คงเก็บรวบรวมมาวางพาดก้อนหินริมทางเดิน เลยไม่รู้ว่าเดิมมันวางหรืออยู่แบบไหน แต่นักโบราณคดีที่มาขุดค้นคงมีบันทึกไว้หมดแล้วแหละ เราแค่คนมาตามรอยเขา ดูแค่นี้ก็พอใจแล้ว

ทางเดินจะชันๆ หน่อย เลียบหน้าผามาบรรจบกับบันไดเหล็กที่ปีนขึ้นมาในตอนขาขึ้นได้ แสดงว่าถ้าเราไม่อยากปีนป่ายในช่องแคบๆ ที่ผมบอกว่าปีนยาก แต่อยากดูโลงนี้ ก็มาเริ่มตรงนี้ได้เช่นกัน แล้วจึงเดินลงขากลับ ก่อนจะแหงนดูหน้าผาหินปูนตั้งชันที่เราขึ้นไปดูโลงนั่นอีกที

วนลงมาเจอทางเดิม ในตอนขากลับ

ในอดีตที่ทางเดินไม่ได้มีอิฐวางพื้นให้เดินสะดวก ไม่มีบันไดเหล็กให้ขึ้นไปได้ง่ายแบบนี้ การนำโลงไม้และชิ้นส่วนของผู้วายชนม์มาบรรจุในโลงนั้นจะยากเพียงใด และถ้าขาดซึ่งแรงบันดาลใจอยากให้ผู้วายชนม์ได้ถูกกระทำให้ถูกต้องตามประเพณีและความเชื่อในยุคสมัยนั้น เพื่อไปสู่สิ่งดีๆ ในโลกของความตายตามตามความเชื่อ มีรึที่โลงไม้เหล่านี้จะอยู่มาจนถึงทุกวันนี้เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้กับคนรุ่นเราได้เรียนรู้ได้

การมาดูถ้ำผีแมน ดูโลงผีแมนครั้งนี้ ไม่ได้มาดูถ้ำสวยงาม แต่มาดูร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เรียกว่าถ้าใครสนใจมาดูแล้วก็คุ้มสมดังความตั้งใจ สำหรับผมที่ชอบการท่องเที่ยวสไตล์นี้ด้วย ถือว่าโอเคเลย คุ้มกับเวลา 4 ชั่วโมงที่อยู่ที่นี่จริงๆ ใครชอบแนวนี้ ผ่านมาทางนี้ เชิญเลยครับ

ทุกอย่าง ฟรี !……

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...