โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ผลกระทบหากปิดดีลข้อเสนอภาษีสหรัฐฯ ไม่ทันเส้นตาย

Thai PBS

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 09.06 น. • Thai PBS
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจชี้คณะเจรจาไทยยื่นข้อเสนอเจรจาอัตราภาษีใหม่กับสหรัฐฯ ให้เร็วที่สุด เพราะไทยช้ามากไปแล้ว พร้อมแนะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ยกระดับอุตสาหกรรม พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะเพียงพอ

หลังทางคณะเจรจาของไทยเตรียมยื่นข้อเสนอการเจรจาอัตราภาษีใหม่กับสหรัฐฯ โดยมีการจับตาข้อเสนอที่ว่านี้จะดีมากพอที่จะปิดดีลก่อนวันที่ 9 ก.ค.นี้หรือไม่ หากผลออกมายังไม่สำเร็จ จะส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรม การส่งออกและภาคเกษตรของไทยอย่างไรนั้น

วันนี้ (7 ก.ค.2568) นายวรพล โสคติยานุรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ประเมินข้อเสนอที่ทำส่งกลับไปยังสหรัฐฯ จะทันวันที่ 9 ก.ค.หรือไม่นั้นว่า ทางไทยต้องทำข้อเสนอให้เร็วที่สุด เพราะไทยช้ามากไปแล้ว เนื่องจากขณะนี้มีหลายประเทศที่เจรจาและสำเร็จไปแล้ว โดยเฉพาะเวียดนามประเทศคู่แข่งการค้าที่สำคัญของไทย ซึ่งเวียดนามบรรลุข้อตกลงให้สหรัฐฯ เก็บภาษี 20% สำหรับสินค้าเวียดนาม และ 40% สำหรับสินค้าที่ประเทศอื่นส่งออกผ่านเวียดนาม รวมถึงเปิดตลาดให้กับสหรัฐฯ โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าซึ่งเป็นที่พอใจของสหรัฐพอสมควร เพราะเป้าหมายของสหรัฐฯ คือต้องการแก้ไขขาดดุลของประเทศ และมุ่งสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตในประเทศให้เกิดการย้ายกลับไปลงทุนในประเทศ เพิ่มรายได้จากการขึ้นภาษีและ พยายามฟื้นฟูสร้างความเป็นธรรมในการค้าที่ได้รับผลกระทบมา เป็นการให้ทั้งโลกหันไปคุยกับสหรัฐฯ เพื่อหาข้อสรุปซึ่งทำให้ได้ผลมาก

ทั้งนี้ผลพวงของกำแพงภาษีสหรัฐฯ กระทบไปทั่วโลก ส่งผลให้ประเทศต่างๆ มีการปรับตัว และจะส่งผลกระทบไทยเช่นกัน

ในส่วนของประเทศไทยต้องเตรียมการรับมือไว้ให้ดี ถ้าได้ภาษีน้อยกว่าเวียดนาม ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่มีภาษีหนักที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหลายอย่าง

ขณะที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เส้นตายสิ้นสุดการยกเว้นมาตรการกำแพงภาษีที่ใกล้จะมาถึงวันที่ 9 ก.ค.นี้ จะช่วยผลักดันให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ดีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ในการทำข้อตกลงการค้ากับพันธมิตรของสหรัฐฯ พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้าต่างๆ ในวันที่ 1 ส.ค.ที่จะถึงนี้ หากคู่ค้าเหล่านั้นไม่บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ โดยอัตราภาษีอาจจะย้อนกลับไปสู่ระดับที่สูงมากที่ผู้นำสหรัฐฯ เคยได้ประกาศไว้เมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

นายวรพล ยังระบุว่าประเทศไทยควรจะกลับมาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งจะหวังพึ่งพาต่างประเทศอย่างเดียวคงไม่ได้ ไทยต้องมีความเข้มแข็งในธุรกิจ ในอุตสาหกรรม ต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจให้ไปสู่อุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นมีความต้องการของตลาดโลก หรืออุตสาหกรรมอนาคตที่กำลังจะเข้ามา

นอกจากนี้ไทยต้องมีวิธีการจัดการอุตสาหกรรม ต้องมีการปรับปรุงในเรื่องการส่งเสริมการลงทุนที่ถูกต้อง รวมถึงกติกา กฎเกณฑ์ให้เกิดประโยชน์กับไทย และป้องกันการสวมสิทธิ์ ป้องกันการใช้ถิ่นกำเนิดของทรัพย์สิน แหล่งผลิตทรัพย์สิน ถิ่นกำเนิดสินค้า และการวางระบบไกกลตรวจสอบ เพื่อให้สหรัฐฯ ได้เห็น ช่วยให้มีความมั่นใจในระยะยาวและช่วยให้สินค้าของไทยมีมูลค่าเพิ่ม

อีกประเด็นสำคัญคือไทยต้องรีบเตรียมการพัฒนาบุคลากร เสริมทักษะ ซึ่งต้องรับว่าจุดอ่อนที่ทำให้ไทยล้าหลังใน 10 ปีมานี้ ไม่มีอุตสาหกรรมใหม่ๆ เข้ามาตั้งฐานผลิตร่วมลงทุนกับไทย หรือใช้วิธีศูนย์เหรียญเป็นหลัก สาเหตุหลักคือไม่มีคุณภาพทักษะ ด้านบุคลากรเพียงพอ

สิ่งที่ไปคุยมา ถือว่าเป็นความก้าวหน้าระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ยังถือว่าทุกอย่างยังรออยู่ และทุกอย่างจะชี้ขาดและเห็นผลในสัปดาห์นี้

อ่านข่าว :

กังวลภาษีตอบโต้สหรัฐฯ กระทบส่งออกอุตสาหกรรมภาคใต้

ยังไม่ได้ข้อสรุป "พิชัย" รับฟีดแบ็กสหรัฐฯปรับปรุงข้อเสนอ ย้ำจุดยืนวิน-วิน

เอกชนไทยลุ้นหนัก! เจรจาภาษีสหรัฐฯ หวั่นเสียเปรียบเวียดนาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

พท.ชนะเลือกตั้งหน่วย 4 เขต 6 อุดรฯ - หน่วย 3 เขต 1 น่าน "ปชน.-กธ." คะแนนเท่ากัน

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จับตาเลือกตั้งใหม่ 3 จังหวัด ไร้ “เลขบัตร – บาร์โค้ด” ที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พรรคประชาชน ชนะ สส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ เลือกตั้งหน่วยที่ 9 เขต 15 คันนายาว

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เตือน 60 จังหวัด รวม กทม. รับมือ "พายุฤดูร้อน" 23-25 ก.พ.นี้

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...