โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอยประวัติศาสตร์'พระเจ้าอโศกมหาราช'ล้างบาง'6 หมื่นอลัชชี'ชำระศาสนาครั้งใหญ่

แนวหน้า

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ 'พระเจ้าอโศกมหาราช' กษัตริย์ผู้ทรงธรรม ปฏิรูปศาสนา ชำระล้าง 'อลัชชี' ถึง 60,000 รูป เพื่อธำรงพระธรรมวินัย

การจับสึกพระที่ประพฤติผิดพระธรรมวินัย ผู้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของกิเลสจำนวนหลายรูปที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ ไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งแรก หากย้อนหลังกลับไปในอดีตครั้งหนึ่งในสมัย "พระเจ้าอโศกมหาราช" ก็เคยมีการสั่งสึกพระเป็นจำนวนมากมาแล้ว โดยมีการกล่าวถึงตัวเลขถึง 60,000 รูป การกระทำดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งพระธรรมวินัยและกำจัดพระภิกษุที่ประพฤติไม่เหมาะสม หรือที่เรียกว่า "อลัชชี" ผู้ตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส สั่งสมของมัวเมาในลาภสักการะ เหลวไหลในเกียรติ เห่อเหิมและเพลิดเพลินในโลกียวัตถุ จากนั้นพระองค์ได้ทรงเป็นศาสนูปถัมภกในการสังคยานาและส่งสมณฑูตประกาศพระพุทธศาสนา

พระเจ้าอโศกมหาราช แห่งราชวงศ์โมริยะ กษัตริย์ผู้ปกครองดินแดนอินเดีย (พ.ศ.276 - พ.ศ.312) ทรงเป็นกษัตริย์ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ทรงทำนุบำรุงศาสนาด้วยการสร้างวัด วิหาร สถูป เจดีย์ และหลักศิลาจารึกมากมาย อีกทั้งยังถวายปัจจัยสี่แก่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อให้ท่านเหล่านั้นได้บำเพ็ญสมณธรรมได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัจจัยยังชีพ

อย่างไรก็ตาม ด้วยการทำนุบำรุงดังกล่าว กลับดึงดูดให้นักบวชนอกศาสนาจำนวนมากปลอมตัวเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อแสวงหาลาภสักการะ เมื่อบวชแล้ว พวกเขาเหล่านี้ยังคงสั่งสอนลัทธิเก่าของตน โดยอ้างว่าเป็นคำสอนของพระพุทธศาสนา ทำให้พระธรรมวินัยบิดเบือน และสร้างความแตกแยกภายในสังฆมณฑล

พระโมคคัลลีบุตรติสสะเถระ ผู้ซึ่งมีความแตกฉานในพระไตรปิฎก (คนละรูปกับพระมหาโมคคัลลานะเถระในสมัยพุทธกาล) รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งกับการประพฤติของเหล่าพระภิกษุปลอมปนเหล่านี้ จึงได้ปลีกตัวไปจำพรรษา ณ ถ้ำอุโธตังคบรรพต เป็นเวลา 7 ปี และมอบภารกิจคณะสงฆ์ให้พระมหินทเถระดูแลแทน

ในยุคนั้น จำนวนพระอลัชชีมีมากกว่าพระภิกษุผู้บริสุทธิ์ ทำให้การทำอุโบสถสังฆกรรมต้องหยุดชะงักไปถึง 7 ปี เนื่องจากพระสงฆ์ผู้มีศีลบริสุทธิ์ไม่ยอมร่วมสังฆกรรมกับพระอลัชชี การแตกแยกนี้สร้างความไม่สบายพระทัยแก่พระเจ้าอโศกมหาราชอย่างมาก พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้พระสงฆ์กลับมาปรองดองกัน จึงตรัสสั่งให้อำมาตย์หาวิธีจัดการ

ด้วยความเข้าใจผิดในพระราชดำรัส อำมาตย์ได้กระทำการร้ายแรง โดยบังคับให้พระภิกษุผู้บริสุทธิ์เข้าร่วมอุโบสถกับพระอลัชชี เมื่อพระภิกษุบริสุทธิ์ปฏิเสธ อำมาตย์จึงสั่งประหารชีวิตพระภิกษุเหล่านั้นหลายรูป

เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราชทรงทราบข่าว ก็ตกพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงรีบเสด็จไปขอขมาต่อพระภิกษุที่อาราม และตรัสถามว่าความผิดนี้จะตกถึงพระองค์หรือไม่ พระสงฆ์ต่างถวายคำตอบที่แตกต่างกันไป บ้างก็ว่าผิด บ้างก็ว่าไม่ผิด ทำให้พระองค์ยิ่งกระวนกระวายพระทัย ทรงปรารถนาผู้มีความรู้ความสามารถในพระธรรมวินัยมาไขข้อสงสัย เมื่อได้รับคำแนะนำว่ามีเพียงพระโมคคัลลีบุตรติสสะเถระเท่านั้นที่สามารถให้คำตอบที่กระจ่างได้ พระองค์จึงส่งสาส์นไปอาราธนาท่านมายังเมืองปาฏลีบุตร

แม้จะมีการอาราธนาหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล พระเจ้าอโศกฯ ก็ยังไม่ทรงย่อท้อ ทรงส่งพนักงานไปอาราธนาพระเถระทางเรือรบตามคำแนะนำของพระติสสะเถระ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของพระโมคคัลลีบุตรติสสะเถระ ในที่สุด พระเถระก็ยอมเดินทางมา

เมื่อพระเถระเดินทางมาถึง พระเจ้าอโศกมหาราชเสด็จไปรับด้วยพระองค์เอง ทรงลุยน้ำไปจนถึงพระชานุ (เข่า) ยื่นพระกรให้พระเถระจับ และตรัสว่า "ขอพระคุณท่านจงสงเคราะห์ข้าพเจ้าเถิด" จากนั้นทรงนำท่านไปยังอุทยาน และแสดงความเคารพอย่างสูง พระองค์ทรงสอบถามอีกครั้งว่าการกระทำของอำมาตย์นั้นจะถือเป็นบาปกรรมของพระองค์หรือไม่ พระเถระถวายคำตอบว่า "มหาบพิตร จะเป็นบาปได้ก็ต่อเมื่อพระองค์มีเจตนาที่จะฆ่าเท่านั้น" คำตอบนี้ทำให้พระองค์ทรงพอพระทัยและคลายความกังวลอย่างยิ่ง

การชำระพระศาสนาและการสังคายนา

แม้ความสงสัยส่วนพระองค์จะคลี่คลาย แต่ปัญหาของพระอลัชชีในพระพุทธศาสนายังคงอยู่ พวกเขาเหล่านี้ยังคงแสวงหาลาภสักการะ ละเลยการปฏิบัติธรรม ประพฤติผิดธรรมวินัย และหลอกลวงประชาชน ทำให้พระสัทธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องมัวหมอง

ในปี พ.ศ. 287 พระโมคคัลลีบุตรติสสะเถระได้ถวายเทศนาแด่พระเจ้าอโศกมหาราชจนพระองค์ทรงเลื่อมใสอย่างสุดซึ้ง พระองค์ประทับอยู่ที่อุทยานเป็นเวลา 7 วัน เพื่อเตรียมการชำระพระศาสนาให้บริสุทธิ์จากพวกเดียรถีย์ที่ปลอมบวช ในวันที่ 7 พระองค์ทรงประกาศเรียกประชุมพระภิกษุทั้งหมดในชมพูทวีปให้มาที่อโศการามเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

พระเจ้าอโศกมหาราชประทับนั่งภายในม่านพร้อมกับพระโมคคัลลีบุตรติสสะเถระ ทรงให้พระภิกษุแต่ละนิกายรวมกลุ่มกัน แล้วตรัสถามให้อธิบายคำสอนของพระพุทธองค์ เมื่อพระภิกษุเหล่านั้นอธิบายผิดเพี้ยนไปตามลัทธิของตน พระเจ้าอโศกมหาราชจึงตรัสให้พระอลัชชีเหล่านั้นทั้งหมด สึกจากสมณเพศ ซึ่งมีจำนวนถึง 60,000 รูป

ภายหลังจากการกำจัดพระภิกษุอลัชชีออกไปจากพระพุทธศาสนาแล้ว พระโมคคัลลีบุตรติสสะเถระจึงได้จัดให้มีการ สังคายนาครั้งที่ 3 ขึ้น ณ อโศการาม เมืองปาฏลีบุตร โดยได้รับการอุปถัมภ์จากพระเจ้าอโศกมหาราชอย่างเต็มที่ การกระทำครั้งนี้ถือเป็นการปฏิรูปครั้งสำคัญที่ช่วยธำรงรักษาพระธรรมวินัยให้บริสุทธิ์มั่นคงสืบไป - 001

หมายเหตุภาพ สร้างโดย AI

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...