โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'ลาว' สร้างกระแส “บ่เอาเงินบาท” ชู!! 1 บาทแลกได้ 250 กีบ อาจทำให้ขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ-ส่งผลการท่องเที่ยวพัง

THE STATES TIMES

อัพเดต 12 ก.ค. 2567 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2567 เวลา 09.15 น. • Hard News Team

(12 ก.ค.67) จากเพจ 'World Forum ข่าวสารต่างประเทศ' ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่ร้านค้าลาวหลายแห่ง เริ่มปฏิเสธการรับเงินบาทและกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท เท่ากับ 250 กีบ (ซึ่งไม่มีการแลกเปลี่ยนจริง) อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในลาวอย่างมาก เพราะการกระทำเช่นนี้อาจทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกไม่มั่นใจในการใช้จ่ายและทำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังลาว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมที่กำลังประสบปัญหาอยู่แล้ว ว่า…

แคมเปญ เซฟเงินกีบ ลาว 🇱🇦

น่าจะทำให้ลาวเอง ขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ และเสียโอกาส ดึงนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะ ผู้ที่ถือเงินบาท / ดอลลาร์

>> เหตุผล…

1. ร้านค้าจำนวนมาก ประกาศให้เรท 1 บาท / 250 กีบ เพราะอัตราแลกจริง 1 บาท / 700 กีบ โดยประมาณ

2. ภาครัฐลาว ต้องการเงินตราต่างประเทศ ใช้นำเข้าน้ำมัน อาหาร ฯลฯ และใช้หนี้ต่างประเทศ ซึ่งล้วนแต่ต้องการเงินตราต่างประเทศ เพราะรายได้หลักคือส่งออกและท่องเที่ยว รวมทั้งแรงงานที่ส่งเงินกลับบ้าน

**จากข้อ 1 นักท่องเที่ยวถือ 'เงินบาท-ดอลลาร์' ไม่กล้าซื้อของ (ซื้อเท่าที่แลกเงินไป) เสียโอกาสการขาย

**จากแคมเปญระยะยาวถือเป็นเรื่องปลูกจิตสำนึก กระตุ้นการใช้เงินกีบ แต่ไม่ใช่ระยะสั้น และตั้งค่าเงินเอง…?

แน่นอนว่าเหตุผลของแคมเปญ คือ ลดอัตราเงินเฟ้อ และหยุดการอ่อนค่าเงินกีบ (ประเด็น : หากมองญี่ปุ่นเงินเยนอ่อน ยิ่งดึงนักท่องเที่ยวได้มากจนล้น ยิ่งส่งออกได้มาก)

จากไวรัลหลายร้านค้า ออกมาประกาศ 1 บาทแลกได้ 250 กีบ ซึ่งไม่สอดคล้องอัตราแลกเปลี่ยนจริง น่าจะมีผลต่อการซื้อขาย และความสะดวกในการซื้อ เสียการขาย และเสียนักท่องเที่ยว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...