โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หญิงเขมรในคลิปชี้หน้าด่าทหารไทย โปรไฟล์ไม่ธรรมดา!! ที่แท้คือหลานอดีตกษัตริย์กัมพูชา ‘สมเด็จพระนโรดม สีหนุ’

THE STATES TIMES

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 13.30 น. • Hard News Team

(16 ก.ค. 68) จากกรณีคลิปไวรัลที่หญิงชาวกัมพูชาตะโกนใส่ทหารไทยบริเวณปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ สื่อกัมพูชาเผยว่า หญิงรายนี้คือ 'นโรดม แพน โมนิก้า' หลานสาวสมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์กัมพูชา และเป็นลูกสาวของศาสตราจารย์แก้ว แพน ครูดนตรีชื่อดังของประเทศ

นโรดม แพน โมนิก้า ใช้บัญชี TikTok ชื่อ @.8989089 โดยมักโพสต์เนื้อหาแนวชาตินิยม ซึ่งในโพสต์ล่าสุด เธอถ่ายคลิปหน้าปราสาทตาเมือน พร้อมข้อความว่า “วิหารแห่งดินแดนสุวรรณภูมิ” ทำให้หลายฝ่ายมองว่า อาจเป็นชนวนที่นำไปสู่เหตุปะทะคารมกับทหารไทย บริเวณปราสาทตาเมือนธม เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา

แม้ทหารไทยจะชี้แจงว่าตนอยู่ในเขตแดนไทย แต่นโรดม แพน โมนิก้า หลานสาวของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ยืนกรานเสียงแข็งว่า “ไม่ได้” จนเกิดการโต้เถียงอย่างดุเดือด ก่อนที่ทหารกัมพูชาจะระดมกำลังเข้ามากว่า 1 กองร้อยในฝั่งไทย ทำให้ฝ่ายไทยต้องเร่งอพยพนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ กองทัพบกไทยออกแถลงการณ์ว่าเป็นเหตุถกเถียงระหว่างนักท่องเที่ยวกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้รุนแรง และมีการไกล่เกลี่ยกันเรียบร้อยแล้ว

สำหรับประวัติ สมเด็จพระนโรดม สีหนุ ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี 1941 ขณะมีพระชนมพรรษาเพียง 18 ปี ก่อนสละราชย์เพื่อเข้าสู่การเมืองและนำกัมพูชาเป็นเอกราชจากฝรั่งเศส ทรงมีบทบาทสำคัญหลายตำแหน่งจนกระทั่งเขมรแดงยึดอำนาจในปี 1975 ราชวงศ์ถูกล้มล้าง พระองค์ถูกกักบริเวณ และพระญาติหลายพระองค์ถูกสังหาร ต่อมาทรงกลับขึ้นครองราชย์อีกครั้งในปี 1993 ก่อนสละราชสมบัติในปี 2004 และเสด็จสวรรคตในปี 2012

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...