โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ดัชนีการเมืองไทย พ.ค.68 ดิ่งต่อเนื่อง ประชาชนกังวลเศรษฐกิจ–ค่าครองชีพ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 01 มิ.ย. 2568 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2568 เวลา 08.03 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 2,168 คน ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2568 เกี่ยวกับดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนพฤษภาคม พบว่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.70 จากเต็ม 10 คะแนน ลดลงจากเดือนเมษายนที่ได้ 4.82 คะแนน และถือเป็นการลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุดในครั้งนี้คือ “ผลงานของฝ่ายค้าน” ซึ่งอยู่ที่ 5.29 คะแนน ขณะที่ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำที่สุดคือ “สภาพเศรษฐกิจโดยรวม” และ “การแก้ปัญหาความยากจน” ซึ่งได้คะแนนเท่ากันที่ 4.31 คะแนน สะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่ยังมองไม่เห็นพัฒนาการหรือการแก้ปัญหาปากท้องที่ชัดเจนจากฝ่ายบริหาร

ในส่วนของนักการเมืองที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน ฝ่ายรัฐบาลประชาชนยกให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาเป็นอันดับหนึ่งที่ 40.87% ตามด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ 35.07% และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 24.06% ส่วนทางฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้รับคะแนนนิยมสูงสุดถึง 50.79% นำห่างอันดับสองคือ น.ส.รักชนก ศรีนอก 29.02% และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร 20.19% ซึ่งสะท้อนว่าในสายตาประชาชน ฝ่ายค้านมีบทบาทในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะประเด็นการตรวจสอบความไม่โปร่งใสของรัฐบาลที่ได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุดที่ 48.62% ตามด้วยการอภิปรายงบประมาณปี 2569 และการตรวจสอบการใช้งบจัดทำปฏิทินประกันสังคม

ขณะที่ผลงานของรัฐบาลที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในเดือนนี้คือ การเร่งแก้ปัญหาท่องเที่ยวและฟื้นฟูความเชื่อมั่น ซึ่งได้ 37.55% รองลงมาคือการเจรจาการค้าต่างประเทศ 33.62% และการยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ 28.83% อย่างไรก็ตาม เมื่อดูในภาพรวมของ 25 ตัวชี้วัดทางการเมือง กลับพบว่าทุกตัวชี้วัด “ลดลง” โดยเฉพาะด้านชีวิตความเป็นอยู่ ค่าครองชีพ ราคาสินค้า ไปจนถึงการบริหารประเทศตามนโยบายที่ประกาศไว้ ล้วนได้คะแนนต่ำต่อเนื่องและยังไม่ฟื้นตัว

น.ส.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล วิเคราะห์ว่า ดัชนีที่ลดลงอาจเป็นสัญญาณว่าประชาชนเริ่มรู้สึก “หมดหวัง” และ “เบื่อหน่าย” ต่อการเมืองไทย จากกระแสข่าวฮั้วแต่งตั้งวุฒิสภา ความไม่แน่นอนของเสถียรภาพพรรคร่วมรัฐบาล ระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทย ไปจนถึงข้อสงสัยในความคุ้มค่าและความโปร่งใสของงบประมาณปี 2569 ซึ่งถูกมองว่ายังไม่ตอบโจทย์ปากท้องของประชาชนอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน นายเขมภัทท์ เย็นเปี่ยม อาจารย์ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มองว่าคะแนนนิยมของรัฐบาลที่ลดลงต่อเนื่องเกิดจากการที่นโยบายเศรษฐกิจยังไม่สามารถกระตุ้นการฟื้นตัวได้จริง โครงการต่าง ๆ ที่ออกมายังขาดความเชื่อมั่นในแง่ความคุ้มค่าและโปร่งใส ขณะเดียวกันการเล่นเกมทางการเมืองเพื่อกุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้ประชาชนไม่เห็นภาพผลงานที่ชัดเจน ตรงกันข้ามกับฝ่ายค้านที่สามารถสื่อสารบทบาทตรวจสอบให้ประชาชนรับรู้ได้ชัดเจนมากกว่า

99ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการกู้คะแนนนิยมกลับคืน คงต้องเร่งผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง และการปราบคอร์รัปชันให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นในเร็ววัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...