โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

คุยกัน7วันหน : รู้จัก ‘มหานครฉงชิ่ง’ เจ้าของฉายา ‘แดนมังกรย่อส่วน’

แนวหน้า

เผยแพร่ 09 พ.ย. 2567 เวลา 17.00 น.

สัปดาห์นี้ ไปทำความรู้จัก “ฉงชิ่ง” มหานครสุดมหัศจรรย์เหนือจินตนาการ ผสานทุกมิติครบจบในเมืองเดียว จนได้ฉายาว่า “เมืองจีนย่อส่วน” บินตรงจากไทยไปแค่ 3 ชม. ดูซีรี่ส์แป๊บเดียวก็ถึง ใครแพลนเที่ยวฉงชิ่งบอกเลยต้องอ่าน “รู้เขารู้เรา” เที่ยวร้อยครั้งฟินร้อยครั้ง!!

เมืองภูเขาที่จริงใจ

- หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ฉงชิ่งได้รับฉายาว่าเมือง 8 มิติ เพราะเป็นเมืองในภูเขาที่แท้ทรู อาคารบ้านเรือนต่างๆ จึงต้องออกแบบให้สอดรับกับสภาพทางภูมิศาสตร์ เช่น “หงหยาต้ง” หรืออาคารไม้ที่สร้างขึ้นริมหน้าผา,ลานจอดรถที่ลึกถึง 68 เมตร (เทียบเท่าตึก 20 ชั้น) สะพานรถยนต์ที่สูงละลิ่วประดุจรถไฟเหาะในสวนสนุก

- ที่นี่มีทั้งภูเขาและเนินเขาสูงต่ำหลายระดับ โดยสัดส่วนของภูเขาสูงกินพื้นที่ถึง 75.33% เนินเขา 15.60% พื้นที่ยกสูง 5.33% เป็นที่ราบรวมแล้วแค่ 3.74% เท่านั้น โอเค…พอเข้าใจแล้วว่าทำไมสถานีรถไฟใต้ดินถึงมีบันได 800 ขั้นและทำไมรถไฟถึงต้องวิ่งทะลุตึก

ลูกรักแยงซีเกียง

- นอกจากภูเขาแล้วธรรมชาติยังประทานแม่น้ำแยงซี หรือ แยงซีเกียง มาตุธารของจีนให้กับฉงชิ่ง โดยไหลผ่านพื้นที่ 18 เขตในฉงชิ่งเป็นระยะทางถึง 691 กม. คิดเป็นราวร้อยละ 11 ของความยาวรวมของแยงซี

- แม่น้ำแยงซียังแตกแขนงรากแก้วออกไปเป็นแม่น้ำสายย่อยหลักๆ อีกหลายสาย เช่น แม่น้ำอูเจียง แม่น้ำเจียหลิง ยังไม่รวมแม่น้ำสาขาเล็กๆ ที่มีลักษณะคล้ายรากฝอย เรียกได้ว่ามีครบทั้งภูเขาและแม่น้ำ

- โตรกสามผาแห่งแยงซีอันเลื่องชื่อของจีน ประกอบด้วยช่องแคบสามแห่ง หนึ่งในนั้นคือ “ช่องแคบชวีถัง” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของฉงชิ่ง บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่สวยตราตรึงใจสุดๆ

เมฆหมอกเป็นใจ

- มหานครฉงชิ่งตั้งอยู่ช่วงตอนกลางของแยงซี มีทรัพยากรน้ำอุดมสมบูรณ์ มีฝนตกชุก มีความชื้นสูง และมีภูเขาน้อยใหญ่ล้อมรอบจึงมีลมพัดเข้ามาได้น้อย ทำให้ที่นี่กลายเป็นเมืองแห่งหมอก

- โดยเฉลี่ยในหนึ่งปีจะมีวันที่หมอกลง 30-50 วัน (คิดคร่าวๆ ปีหนึ่งมี 1-2 เดือนที่เจอหมอก) ภาพรถไฟขบวนน้อยวิ่งผ่านทะเลหมอกบนสะพานแขวนจึงไม่ใช่แค่ฉากในนิยายแฟนตาซีสำหรับคนฉงชิ่ง

บรรพชนของคนเมืองภูเขา

- หลายคนอาจได้ยินมาว่าหนุ่มสาวฉงชิ่งหน้าตาดี ผิวพรรณผุดผ่องแถมหุ่นยังเป๊ะปัง (บ้านเกิดเซียวจ้านนะรู้ยัง) เนื่องจากมีอากาศชุ่มชื้น แถมยังต้องเดินขึ้นเขากันทุกวี่วันจนเอว S(หรือเอวเคล็ดในบางคน) แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงบรรพบุรุษชาวฉงชิ่งกัน

- ก่อนอื่น ฉงชิ่งมีประชากร 30 กว่าล้านคน กระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองหลักราว 66% ด้วยความที่สังคมสงบและเจริญ ที่นี่จึงมีประชากรหนาแน่นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิง และประกอบด้วยผู้คนจากหลากหลายชาติพันธุ์

- ช่วงต้นยุคจ้านกั๋ว (475-221 ก่อนคริสต์ศักราช) ชาวปาซึ่งมีถิ่นฐานในลุ่มน้ำฮั่นปะทะกับรัฐฉู่ จึงหอบผ้าผ่อนร่อนเร่ย้ายถิ่นหนีมายังพื้นที่สามโตรกของแม่น้ำแยงซี และมาตั้งเมืองหลวงขึ้นในแถบนี้ กลายเป็น “ผู้อพยพ” กลุ่มแรกสุดของฉงชิ่ง ก่อนที่จะหลอมรวมและกลืนกลายเข้ากับวัฒนธรรมของหลายชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ “ปาและสู่” หรือ “เสฉวน-ฉงชิ่ง” ในปัจจุบัน

- ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของจีน พื้นที่ตอนเหนือของจีนมักรบราฆ่าฟันกันไม่หยุด ต่อมาจึงมีชาวจีนเหนือลี้ภัยข้ามเทือกเขาไท่ปามายังพื้นที่แอ่งเสฉวนมากขึ้น เพราะสังคมที่นี่มีความมั่นคงและเจริญรุ่งเรือง

- คนเหล่านี้นำเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาด้วย รวมไปถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณ จนเป็นที่มาของผลงานแกะสลักหน้าผาหินต้าจู๋ยาว 500 เมตรในสมัยราชวงศ์ซ่ง ที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของผู้คนสมัยโบราณ รวมถึงความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์ในพุทธศาสนา

- ฉงชิ่งยังเป็นเทศบาลนครแห่งเดียวของจีนที่มีการจัดตั้งอำเภอปกครองตนเองของกลุ่มชาติพันธุ์ และมีมากถึง 4 อำเภอ

ตัวมารดาเรื่องหม้อไฟ

- มหานครที่ร้านอาหาร 8 ใน 10 บนถนนแทบจะเป็นร้านหม้อไฟ ทั้งเมืองอบอวลด้วยรสชาติและกลิ่นอายของพริกหม่าล่าและน้ำซุปร้อนๆ จากเตา จนได้ฉายา “นครแห่งหม้อไฟ”มาเก็บเข้าคลังเพิ่มอีกหนึ่ง

- ความแปลกของฉงชิ่งคือ ร้านหม้อไฟที่ตกแต่งอย่างดูดีมีระดับมักจะไม่ค่อยมีลูกค้าเนืองแน่น แต่ร้านที่สร้างด้วยอิฐธรรมดาๆ โต๊ะและเตาเก่าๆ มักจะมีคนต่อคิวยาว นั่นเพราะคนฉงชิ่งมองว่าหม้อไฟจะอร่อยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับบรรยากาศ หลายคนจึงชอบจับกลุ่มกินหม้อไฟร่วมกันแบบจอยๆ ชิลๆ สบายๆ

- ความพิเศษของหม้อไฟหม่าล่าของที่นี่อยู่ที่น้ำมันพริกที่สืบทอดกันมายาวนานเรียกกันว่า “เหล่าโหยว” และ “ผีเสี้ยนโต้วป่าน” หรือเต้าเจี้ยวหมักจากถั่วปากอ้า ของขึ้นชื่ออำเภอผีของฉงชิ่ง

- คงพอเดาได้แล้วว่าคนที่นี่บริโภคน้ำมันกันฉ่ำมาก เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาฉงชิ่งจึงมีโครงการ “เปลี่ยนน้ำมันเหลือทิ้งให้เป็นพลังงาน” โดยนำมาพัฒนาเป็นน้ำมันเครื่องบิน ล่าสุดมีการนำไปใช้กับเครื่องบินโดยสารรุ่น C919 และ ARJ21 ที่พัฒนาโดยบริษัทโคแม็กของจีน

ตัวตึงเรื่องทอดสะพาน

- ฉงชิ่งมีอีกฉายาคือ “พิพิธภัณฑ์สะพานโลก” เพราะมีสะพานมากกว่า 20,000 แห่ง (รวมสะพานลอยและสะพานยกระดับ) แถมในจำนวนนี้ยังเป็นสะพานที่สร้างสถิติโลกมากถึง 17 แห่ง

- ฉงชิ่งวางแผนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ 57 แห่ง ในเขตเมืองหลัก เป็นสะพานข้ามแยงซี 28 แห่ง และสะพานข้ามแม่น้ำเจียหลิง 29 แห่ง ปัจจุบันสร้างเสร็จไปแล้ว 37 แห่ง และกำลังก่อสร้างอยู่ 7 แห่งในปัจจุบัน

ความ (ไม่) ลับ ของรถรางทะลุตึก

- หนึ่งในแลนด์มาร์คฉงชิ่งคงหนีไม่พ้น “สถานีหลีจื่อป้า”(Liziba Station) ของรถไฟสาย 2 ของฉงชิ่ง ที่รถไฟจะวิ่งตัดทะลุตึก เพราะมีป้ายสถานีอยู่ข้างในตึก

- คำถามคือคุณคิดว่าตึกกับรถไฟอะไรสร้างก่อนกัน?คำตอบคือสร้างขึ้นพร้อมกันเมื่อปี 2000 ว่ากันว่าในตอนนั้นผู้พัฒนามอบข้อเสนอสุดทรงพลังให้กับผู้ที่ซื้อห้องชุดในตึกนี้ นั่นก็คือสิทธิ์ในการนั่งรถไฟฟ้าเมืองฉงชิ่งฟรีตลอดชีพ

- แม้จะถูกเรียกว่ารถไฟรางเบา แต่จริงๆ รถไฟฟ้าที่วิ่งบนฟ้าของฉงชิ่งเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบคร่อมราง (Straddle Monorail) เพราะมีความสามารถในการไต่พื้นที่สูงชันได้มากถึง 60% ที่เหลือนอกจากนั้นก็จะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน

ชัยภูมิยุทธศาสตร์ชาติ

- ฉงชิ่ง มี GDP เป็นอันดับ 4 ของประเทศจีน ใน 2024 จากอุตสาหกรรมหลักได้แก่ ยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวัสดุขั้นสูง โดยครึ่งปีแรกของปี 2024ฉงชิ่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 3.91 แสนคัน ครองอันดับหนึ่งของประเทศ เพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

- ฉงชิ่งเป็นพื้นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์หลายด้าน อาทิ เมืองศูนย์กลางในการพัฒนาภูมิภาคตะวันตกของประเทศ การพัฒนาเขตวงกลมเศรษฐกิจเมืองแฝดเฉิงตู-ฉงชิ่ง, ระเบียงการค้าทางบก-ทะเลระหว่างประเทศสายใหม่ (ILSTC) ทั้งยังเป็นเมืองศูนย์กลางการขนส่งระดับชาติที่ไม่ติดทะเลเพียงแห่งเดียว ที่มีความสามารถครบทั้ง 5 ประเภท ได้แก่ ท่าเรือบก ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ภาคการผลิต และการพาณิชย์

- ฉงชิ่งมีบริการขนส่งทางรางเชื่อมต่อทางหลวงจีน-เมียนมา และรถไฟข้ามพรมแดนจีน-เวียดนาม โดยมีการนำเข้า ทุเรียน วัตถุดิบอาหาร และมันสำปะหลังจากประเทศในอาเซียน และส่งออกรถยนต์แบรนด์จีนสู่อาเซียน และในปี 2024 นี้ ฉงชิ่งก็เพิ่งเปิดบริการรถไฟขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างจีน ลาว ไทย และ มาเลเซีย

ความสัมพันธ์กับไทย

- ปี 2019 ฉงชิ่งถูกจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 2 ของภาคตะวันตกของจีน ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาไทยมากที่สุด

ฉงชิ่งยังเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ของไทย

- ปัจจุบันสายการบินที่ให้บริการบินตรงกรุงเทพฯ-ฉงชิ่งมีสองเจ้า ได้แก่ ไชน่าเอ็กซ์เพรสแอร์ไลน์ และแอร์เอเชียจวบจนปี 2019 กลุ่มเครือโภคภัณฑ์ไทย
ได้จัดตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตโลตัส 10 แห่งในนครฉงชิ่ง

- ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยศึกษาอยู่ที่สถาบันการศึกษาต่างๆ ของฉงชิ่งกว่า 600 คน เช่น มหาวิทยาลัยซีหนานวิทยาลัยอาชีวศึกษาและเทคนิควิศวกรรมฉงชิ่ง

โดย ดาโน โทนาลี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...