สิ้นศึก Chanel & Huawei
เมกะเทรนด์ : สุภชัย ปกป้อง
เกือบ 5 ปีของการต่อสู้ทางคดีเครื่องหมายทางการค้า ระหว่าง Chanel แบรนด์สุดหรูสัญชาติฝรั่งเศส ยื่นฟ้อง Huawei Technologies ฐานละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยระบุว่าโลโก้ของ Huawei ที่อยู่บน Application Huawei Life มีการเลียนแบบโลโก้ของ Chanelล่าสุดศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปมีคำสั่งยกฟ้อง เหตุพิจารณาแล้วเห็นว่าโลโก้ Huawei ไม่ได้มีความคล้ายคลึงกับของ Chanel ตามคำฟ้องแต่อย่างใด
จุดเริ่มต้นคดีดังกล่าว เกิดขึ้นช่วงปี 2017 เมื่อ Huawei ยื่นจดหมายการค้าต่อสำนักงานกฎหมายทรัพย์สินทาง ปัญญาของสหประชาชาติยุโรป (EUIPO) โดยเครื่องหมายฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ มีลักษณะทับซ้อนกันคล้ายโลโก้แบรนด์ Chanel ในแนวดิ่ง จึงทำให้แบรนด์หรูจากฝรั่งเศส ออกมาคัดค้านว่าโลโก้ของ Huawei คล้ายกับแบรนด์ตนเอง เนื่องจากมีตัวอักษรซี (C) คู่เหมือนกัน
อย่างไรก็ดี EUIPO ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าโลโก้ของ Huawei ไม่มีความคล้ายคลึงและไม่มีทางที่ผู้บริโภคจะมีความจำสับสนระหว่างแบรนด์ Chanel และ Huawei อย่างแน่นอน ทำให้ Chanel ขอยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (ศาลลักเซมเบิร์ก)
จนมาปี 2019 ศาลลักเซมเบิร์ก มีคำสั่งยกฟ้องคดีนี้หลังพิจารณาแล้วเห็นว่าโลโก้ทั้ง 2 แบรนด์ไม่มีความคล้ายคลึงกัน และไม่ก่อให้เกิดความสับสนแก่สาธารณชน แต่ Chanel มีการยื่นอุทธรณ์อีกครั้งและล่าสุดศาลลักเซมเบิร์ก มีคำสั่งยกฟ้องอีกครั้งด้วยเหตุผลแบบเดียวกัน
ถือเป็นอันสิ้นสุดข้อพิพาทเครื่องหมายการค้าระหว่าง Chanel และ Huawei ลงทันที..!!!
อย่างไรก็ดีโลโก้ทั้ง 2 แบรนด์ Huaweiและ Chanel ไม่ได้มีการใช้โลโก้ลักษณะคล้ายตัว C หรือวงกลมวางซ้อนกันเท่านั้น หากแต่ยังมี Audiแบรนด์รถยนต์หรูสัญชาติเยอรมัน ที่ออกแบบโลโก้ ด้วยการใช้วงกลม 4 วงคล้องกัน และ Under Armour แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องกีฬาและเสื้อผ้ากีฬา เสื้อผ้าลำลองสัญชาติอเมริกัน ที่มีโลโก้ลักษณะคล้ายตัวอักษร ตัว C ไขว้กันในแนวดิ่งเช่นกัน
โดยเครื่องหมายการค้า Chanel ประกอบด้วยตัวอักษรโรมันตัวซี (C) 2 ตัวที่เชื่อมต่อกัน หนึ่งหน้าซ้ายและหนึ่งหน้าขวาเครื่องหมายการค้าแบรนด์ Chanel ตกเป็นเป้าหมายการปลอมแปลงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประเทศจีน กระเป๋า Chanel รุ่นคลาสสิกแท้ มีราคาขายตั้งแต่ประมาณ 4,150 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่กระเป๋า Chanel ของปลอม มีราคาประมาณ 200 เหรียญสหรัฐฯ
หากมองเชิงการตลาดการยื่นฟ้องของ Chanel ถือเป็นวิถีที่แบรนด์หรูจากฝรั่งเศส พึงมีสิทธิ์กระทำได้ เพื่อป้องกันความเสียหายให้กับแบรนด์ตัวเอง และไม่มากก็น้อยด้วยความที่ Huawei เป็นแบรนด์สัญชาติจีน ที่ถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีการปลอมแบรนด์ Chanel มากที่สุดของโลก จึงไม่แปลกที่จะเกิดข้อพิพาทดังกล่าว
บทสรุปข้อพิพาทนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องหมายทางการค้าเท่านั้น เพราะเมื่อดูจากโลโก้ทั้ง Chanel และ Huawei ดูอย่างไรก็ไม่เหมือน ที่สำคัญไม่ได้ทำให้นักช้อปแบรนด์หรูจากเมืองน้ำหอมไขว้เขวแต่อย่างใด..แต่ว่า Chanel จะหวังผลอย่างอื่นแอบแฝงหรือไม่..อันนี้สุดจะหยั่งรู้จริง ๆ