โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อยู่คนเดียวไม่เห็นตาย 6 พลังของความเหงาที่ทำให้ชีวิตไปไกลกว่าที่คิด

LINE TODAY ORIGINAL

เผยแพร่ 01 ส.ค. 2564 เวลา 18.31 น.
ขอบคุณภาพจาก <a href=@jcomp | freepix.com" data-width="1920" data-height="1080">
ขอบคุณภาพจาก @jcomp | freepix.com

เชื่อเถอะว่าคนที่บอกว่าไม่มีเวลาให้มานั่งเหงาแทบทุกคน เคยผ่านความเหงามาแล้วทั้งนั้น แต่พวกเขาไม่รู้ว่าความเหงาเป็นยังไงต่างหากก็เลยผ่านมันมาได้แบบไม่รู้ตัว

ความเหงาไม่ใช่การอยู่คนเดียว การกินข้าวคนเดียวก็ไม่ได้แปลว่าเหงา การมีเพื่อนเยอะแยะรอบตัวก็ไม่ได้แปลว่าไม่เหงา แต่ความเหงาคือความรู้สึกว่างเปล่า ไม่มั่นคง ไม่สมบูรณ์ หรือเป็นความรู้สึกว่ามีบางส่วนขาดหายไปจากชีวิต เกิดเป็นช่องว่าง และไม่ได้ถูกเติมเต็ม ซึ่งถ้าบอกแบบนี้ เชื่อว่าทุกคนเคยผ่านความรู้สึกนี้กันมาแล้วทั้งนั้น จะต่างก็ตรงที่มาก-น้อยลดหลั่นกันไป

เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่าความเหงาเป็นอะไรที่ซับซ้อน เข้าใจยากก็คงไม่ผิดอะไร แถมความเหงายังมักอยู่ในด้านมืด เป็นเหมือนผู้ก่อการร้ายที่พาไปสู่ปัญหา และสารพัดโรคต่าง ๆ ทั้งซึมเศร้า หัวใจ เครียด และอีกเพียบที่ทยอยตามกันมาเรื่อย ๆ

ถึงภาพจะดูเป็นผู้ร้าย แต่จริง ๆ แล้วความเหงาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเรามาตลอด และเค้าก็มีบางมุมที่ดูเหมือนจะเป็นพระเอก คอยทำประโยชน์ให้กับเราได้เหมือนกัน

1. ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าจุดเริ่มต้นของอะไรหลาย ๆ อย่างในโลกนี้เกิดขึ้นเพราะความเหงา และการอยู่คนเดียว

‘มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก’ สมัยเด็กเป็นคนเงียบขรึม ไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า พอไปเรียนที่ฮาร์วาร์ดก็เลยสร้างเฟซบุ๊กขึ้นมา เพื่อสื่อสารกับคนอื่นโดยไม่ต้องเห็นหน้าหรือพูดคุยโดยตรง และพัฒนาจนกลายเป็นเฟซบุ๊กที่เราใช้กันในปัจจุบัน จุดเริ่มต้นของมาร์กก็คือความเหงา และการอยู่คนเดียว

‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’ นักวิทยาศาสตร์ระดับโลก แม้จะไม่ได้มีความเหงาเป็นแรงขับเคลื่อน แต่การใช้เวลาอยู่คนเดียวเป็นประจำก็ทำให้เกิดทฤษฎีสัมพัทธภาพที่เป็นรากฐานความสำคัญของฟิสิกส์ยุคใหม่

ทั้งสองคนนี้เป็นแค่ตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนที่เคยเหงา เคยต้องอยู่คนเดียว แต่ความเหงากลับสร้างพลังบางอย่างที่ทำให้เขาคิดในสิ่งที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน และทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะความเหงาคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้คุยกับตัวเองอย่างจริงจัง ได้เห็นตัวเองชัดขึ้นในแบบที่ไม่เคยเห็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่ผลักดันให้เราทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน

2. เข้าใจและรู้จักตัวเอง

ตราบใดที่ยังไม่เหงาและยังไม่ได้ให้เวลากับตัวเองอย่างจริง ๆ จัง ๆ ไม่มีทางเลยที่เราจะเข้าใจ รู้จัก และมองเห็นตัวเองได้ชัดขึ้น

เวลาอยู่กับคนอื่น เราอาจเป็นคนตลก สนุกสนาน พูดไม่หยุด แต่ตัวตนของเราจริง ๆ อาจไม่ได้เป็นแบบนั้น เราอาจแค่อยากเชื่อมสัมพันธ์กับใครสักคนจนทำอะไรที่ไปตามที่คนรอบตัวอยากให้เป็น แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

เพราะหลังจากความเหงามาเยือน หลังจากที่ได้อยู่คนเดียว เราอาจได้พบตัวเองในแบบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เผลอ ๆ อาจเป็นเราอีกคนที่ซ่อนอยู่ข้างหลังมาหลายสิบปี โดยที่ตัวเราเองก็แทบไม่รู้จักกันเลย

จริง ๆ แล้วการเข้าใจและรู้จักตัวเองเป็นอะไรที่สำคัญมาก คนส่วนใหญ่เข้าใจคนอื่นที่อยู่รอบตัวทุกคน แต่ไม่เคยเข้าใจตัวเอง ไม่เคยรู้จักตัวเองในแบบที่เป็นจริง ๆ เลยสักครั้ง เพราะมัวแต่เป็นอย่างที่คนอื่นอยากให้เป็น ทำในสิ่งที่คนอื่นอยากให้ทำ สุดท้ายพอไม่เข้าใจ ไม่รู้จักตัวเอง ก็ไม่รู้คุณค่าของตัวเอง จนไปลงเอยที่ไม่เคารพ ไม่ยอมรับตัวเอง เห็นตัวเองด้อยค่า คอยแต่โทษโน่นโทษนี่ เพราะไม่รู้จักตัวเองดีพอ

3. สติก็มา

เมื่อคนเราหลุดเข้าไปในห้วงแห่งความเหงา สิ่งที่คนเหงาทำก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง หนึ่งในนั้นก็คือการคิด..

โอกาสที่คนเหงาจะคิดไปเรื่อยเปื่อยมีสูงก็จริง แต่เมื่อไหร่ก็ตามความเหงาอยู่ในระดับที่พอดี ความคิดมากจะกลายเป็นข้อดีที่ตัวเราเองก็นึกไม่ถึง และพอให้เวลากับการคิด สิ่งที่ตกตะกอนหลังจากนั้นก็คือ “สติ”

สติ คือ ความรู้สึกตัว หรือนึกขึ้นมาได้ เมื่อคนเราใช้เวลากับความคิดไปนาน ๆ ในแบบที่ไม่ใช่การล่องลอยไปเรื่อย ก็ไม่แปลกที่จะรู้สึกตัวหรือนึกอะไรขึ้นมาได้ แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่ความเหงาทุกรูปแบบจะทำให้เกิดสติ การคิดไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดโฟกัสไม่ได้ทำเกิดสติ แต่เหงาเมื่อไหร่ ลองจดจ่อไปที่ความคิดของตัวเอง เมื่อนั้นจะพบว่าสติที่เกิดขึ้นตอนนั้น ไม่ได้ทำให้เราเหงาอีกต่อไป

4. สัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง

มีงานวิจัยและผลทดลองมากมายที่บอกว่าความเหงาน่ากลัวและเป็นต้นเหตุของปัญหา และสารพัดโรคที่จะตามมา หนึ่งในนั้นก็คือซึมเศร้า แต่ถึงความเหงาจะน่ากลัวและดูเหมือนจะดูดพลังชีวิตคนเราไปได้จริง ๆ แต่ถ้าพิจารณาให้ดี แม้ปลายทางของความเหงาจะพาเราไปสู่ปัญหาและโรคร้ายต่าง ๆ แต่ความเหงาก็เป็นจุดเริ่มต้นและสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างได้เหมือนกัน

คนส่วนใหญ่เมื่อรู้สึกเหงา เปล่าเปลี่ยว หรือความโดดเดี่ยวกัดกินจิตใจจนหมดพลัง จะค่อย ๆ ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่อย่างนั้นไปเรื่อย ๆ โดยไม่คิดจะเอาตัวเองออกมาจากความรู้สึกทิ้งดิ่งพวกนั้นสักเท่าไหร่

จริง ๆ แล้วก่อนจะดำดิ่งไปสู่ความรู้สึกแบบนั้น ความเหงาคือปราการด่านแรกที่ช่วยส่งสัญญาณเตือนว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับอารมณ์ ความรู้สึกที่ยากจะจัดการ และตัวเราเองอาจได้รับอันตรายถ้ายังทิ้งดิ่งไปกับความเจ็บปวด ความซึมเศร้า ความเครียด หรือแม้แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น

เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่ความเหงามาเยือน เมื่อรู้สึกว่าตัวเองเหงาจนยากจะบรรยาย ให้นึกไว้เสมอว่านี่คือสัญญาณเตือนชั้นเยี่ยมที่บอกได้ว่าอีกไม่นานจะมีปัญหาตามมาแน่ ๆ ถ้ายังไม่ยอมหายเหงาอยู่แบบนี้

5. ความคิดถึงจะทำงานหนักขึ้น

พลังด้านนี้อาจดูโรแมนติกสักหน่อย แต่ก็เป็นจริงตามนั้น

ในเรื่องของความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม การปล่อยให้ความเหงาได้ทำงานของมันอย่างเต็มที่ถือว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสีย

ทุกวันนี้คนเราไม่ค่อยได้คิดถึงกันอีกแล้ว เพราะเทคโนโลยีต่าง ๆ มันทำให้เราใกล้กันมากขึ้น ถึงจะอยู่คนละซีกโลกแต่ก็คุยกัน เห็นหน้ากันได้ตลอดเวลา แทบจะไม่ต้องอดทน ไม่ต้องรอคอย และไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองได้เหงาจนความคิดถึงได้ทำงานของมันอีกต่อไปแล้ว

จริง ๆ แล้วแม้ความเหงาจะอยู่ในด้านมืด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเหงาทำให้คนเรารักกัน และเห็นคุณค่าของกันและกันมากขึ้น เพราะฉะนั้นลองปล่อยให้พลังที่ช่วยสร้างความโรแมนติกอย่าง ‘ความเหงา’ ผลักดันให้ความคิดถึงทำงานหนักขึ้นดูบ้างก็คงจะดีต่อความสัมพันธ์ของคนเราอยู่เหมือนกัน

6. สุดท้ายความเหงาจะทำให้เราเข้มแข็ง

สิ่งที่ทรงพลังที่สุดของความเหงาก็คือมันช่วยทำให้เราเข้มแข็งขึ้น คนที่มีความเหงาเป็นเพื่อนมักมีแนวโน้มที่จะมีความเข้มแข็งทางจิตใจมากกว่าคนอื่น เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเราจะวิ่งหนีจากความเหงาไปได้ สิ่งที่เราทำได้ก็คือเปิดรับและยอมให้ความเหงาเข้ามาทักทายบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อให้เราข้ามผ่านความโหวง ๆ โล่ง ๆ ความว่างเปล่า ไม่มั่นคง หรือความรู้สึกว่ามีบางส่วนขาดหายไปให้ได้

พอผ่านมันไปได้ ทีนี้จิตใจก็จะทนรับได้มากขึ้นหนึ่งสเต็ป และพอความเหงากลายเป็นเพื่อนที่ดี กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ก็คงไม่มีอะไรยากเกินที่เราจะยอมรับได้อีกแล้ว

จะว่าไปความเหงาก็ไม่ได้น่ากลัวและไม่ได้คอยจ้องแต่จะทำร้ายเราอย่างเดียว บางทีหลังจากอ่านมาถึงตรงนี้ เมื่อต้องเผชิญกับความเหงาครั้งต่อไป คงต้องยิ้มน้อย ๆ แล้วบอกตัวเองว่า “มาเลย! เจ้าความเหงา~”

อ้างอิง

- ความเหงาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต/ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

- อยู่กับความ "เหงา" อย่าง "เข้าใจ"

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...